BTW เผชิญภาวะขาดทุนสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 213.67% หลังรายได้รับจ้างผลิตทรุดหนัก
รายได้จากการรับจ้างผลิตลดลงกว่า 90% กดดันผลประกอบการ ขณะที่บริษัทเร่งบริหารจัดการต้นทุนคงที่ท่ามกลางภาวะขาดสภาพคล่อง
บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 68.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 14.31 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับงานโครงการขนาดเล็กและมีจำนวนโครงการน้อย ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการแบกรับค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) และต้นทุนดำเนินงานที่ยังคงมีอยู่สูง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "รายได้จากการรับจ้างผลิตที่หดตัวรุนแรง" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น โดยในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการเพียง 14.31 ล้านบาท ลดลงถึง 129.04 ล้านบาท หรือ 90.02% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
กลไกหลักที่ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นเกิดจาก "การขาดแคลนงานโครงการขนาดใหญ่" ทำให้รายได้จากการดำเนินงานหลักไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ซึ่งประกอบด้วยค่าเช่าพื้นที่ ค่าเสื่อมราคา ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน รวม 18.73 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีการตั้งสำรองค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลืออีก 3.72 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นสูงถึง 50.82 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
สถานการณ์นี้มีแนวโน้ม "ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการผลิต (Backlog) เหลือเพียง 9.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานโครงสร้างเหล็กเป็นหลัก แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่างานดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่การที่ยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ เข้ามาทดแทน ทำให้ความสามารถในการสร้างรายได้เพื่อชดเชยต้นทุนคงที่ยังคงมีความเสี่ยงสูง
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: รายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการอยู่ที่ 14.31 ล้านบาท ลดลง 90.02% YoY
- ผลขาดทุนสุทธิ: ขาดทุนสุทธิ 68.68 ล้านบาท (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่) เพิ่มขึ้น 213.75% YoY
- อัตรากำไร: อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 355.14% สะท้อนถึงรายได้ที่ไม่ครอบคลุมต้นทุนการผลิต
- สภาพคล่อง: อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงเหลือ 0.29 เท่า จากภาระหนี้สินหมุนเวียนและตั๋วสัญญาใช้เงินที่เพิ่มขึ้น
- Backlog: มูลค่างานในมือเหลือเพียง 9.94 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 115.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงภาวะการดำเนินงานที่ยากลำบากจากการขาดงานโครงการใหม่ที่มีขนาดใหญ่เข้ามาสนับสนุนรายได้
โอกาส
ปัจจุบันบริษัทเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและพยายามรักษาสภาพคล่องเพื่อดำเนินกิจการต่อเนื่อง โดยมีการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 7.41 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้บ้าง
ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงด้านรายได้: การพึ่งพางานโครงการขนาดใหญ่หากไม่มีงานใหม่เข้ามาจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสด
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 11.67 เท่า และมีการขาดสภาพคล่องจนส่งผลต่อความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
- ข้อพิพาททางกฎหมาย: บริษัทยังคงมีภาระผูกพันจากการแบ่งจ่ายชำระเงินตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2570
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การหาโครงการใหม่เพื่อเพิ่ม Backlog ให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน
- การบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อรองรับภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่าย
- ความคืบหน้าของคดีความฟ้องร้องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
- ความสามารถในการลดต้นทุนคงที่ให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่ลดลง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทมีลักษณะธุรกิจรับจ้างผลิตโครงสร้างเหล็ก ซึ่งมีความผันผวนสูงตามปริมาณงานโครงการ (Project-based) การที่บริษัทมี Backlog เพียง 9.94 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงในการดำเนินงานระยะสั้นอย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่เป็น Fixed Cost ที่ไม่สามารถปรับลดได้ทันทีตามรายได้ที่หายไป
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 424.42 ล้านบาท ลดลง 28.11% จากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 31 ล้านบาท (ลดลง 78.87%) จากผลขาดทุนสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุปท้าย
BTW กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจากการขาดแคลนงานโครงการขนาดใหญ่ ส่งผลให้รายได้หดตัวรุนแรงจนไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ นำไปสู่ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการหางานใหม่และการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ตึงตัวอย่างมากในระยะถัดไป