เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RAM กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 28.5% รับอานิสงส์รวมงบ THG-CMH หนุนรายได้พุ่งทะลุ 5.6 พันล้านบาท
ข่าวสาร

RAM กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 28.5% รับอานิสงส์รวมงบ THG-CMH หนุนรายได้พุ่งทะลุ 5.6 พันล้านบาท

RAM P/E 7.91 YIELD 0.56
67 นาที 08:14 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมเติบโตโดดเด่นจากการขยายพอร์ตลงทุนในเครือข่ายโรงพยาบาล ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเครื่องกลยุทธ์ RAM 2.0 บริหารต้นทุนแบบรวมศูนย์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 5,686.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 344.6 ล้านบาท เติบโต 28.5% YoY ปัจจัยหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) และบริษัท โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม จำกัด (CMH) เข้ามาเป็นบริษัทย่อย ส่งผลให้ฐานรายได้และกำไรจากการดำเนินงานขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในไตรมาสนี้คือ "การเปลี่ยนสถานะการลงทุน" จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย (THG และ CMH) ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถรวมงบการเงินของทั้งสองแห่งเข้ามาในงบรวมได้เต็มไตรมาส ผลักดันให้รายได้กิจกรรมดำเนินงานหลักพุ่งขึ้นเป็น 5,414.2 ล้านบาท (+113.1% YoY) และ EBITDA อยู่ที่ 1,233.1 ล้านบาท (+77.4% YoY) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า รวมถึงการมีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-controlling interests) เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยใหม่

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้เป็นผลโดยตรงจากการขยายเครือข่าย (Hospital Network) แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนจาก 3 ปัจจัยหลัก: (1) ต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการแผนกใหม่และอาคารใหม่ในเครือ (2) ภาวะตึงตัวของอุปทานเวชภัณฑ์และราคาที่ผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และ (3) การแข่งขันในตลาดอุปกรณ์การแพทย์ที่รุนแรงขึ้น ทำให้มาร์จินในส่วนนี้บางลง ทั้งนี้ อัตรากำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 6.1% จาก 9.9% ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนถึงภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนและการรวมภาระหนี้ของบริษัทย่อยใหม่เข้ามา

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในเชิงโครงสร้างรายได้ แต่ต้องติดตามความสามารถในการทำกำไร (Profitability) เป็นสำคัญ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าครึ่งปีหลังจะเน้นกลยุทธ์ "RAM 2.0" เพื่อสร้างการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) ผ่านการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ร่วมกัน รวมถึงการรวมศูนย์ระบบ IT และบัญชี ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องกำลังซื้อที่ยังเปราะบางและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการรีไฟแนนซ์หนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะสามารถชดเชยด้วยประสิทธิภาพการดำเนินงานได้มากน้อยเพียงใด

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม: 5,686.6 ล้านบาท (+110.7% YoY) จากการรวมงบ THG และ CMH
  • กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่: 344.6 ล้านบาท (+28.5% YoY)
  • ต้นทุนดำเนินงาน: เพิ่มขึ้น 122.7% YoY สอดคล้องกับการขยายตัวของกลุ่มบริษัท
  • การบริหารหนี้: ประสบความสำเร็จในการรีไฟแนนซ์เงินกู้ 8,000 ล้านบาท เป็นระยะยาวในเดือนมิถุนายน 2569 ช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
  • กลยุทธ์หลัก: เดินหน้า RAM 2.0 เน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เพื่อรองรับโรคซับซ้อน

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 11,141.5 ล้านบาท (+103.3% YoY) แต่กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 3.7% อยู่ที่ 589.8 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการรวมกิจการและการลงทุนขยายสาขา

โอกาส

  • การเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในโรงพยาบาลน่าน-ราม (NRH) และโรงพยาบาลขอนแก่น ราม (KKR) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในภูมิภาค
  • การเปิดอาคารใหม่และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่มีมาร์จินสูง
  • การรวมศูนย์การจัดซื้อ (Centralized Procurement) จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและลดต้นทุนในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • กำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวจำกัด ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการทางการแพทย์ที่ไม่เร่งด่วน
  • ความผันผวนของราคาสินค้าและเวชภัณฑ์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
  • ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความสำเร็จของกลยุทธ์ RAM 2.0: การลดต้นทุนผ่านการรวมศูนย์งานสนับสนุนว่าเห็นผลชัดเจนเพียงใดในไตรมาสถัดไป
  2. การฟื้นตัวของกำลังซื้อ: ผลกระทบต่อรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยโรคซับซ้อน
  3. การดำเนินโครงการ: ความคืบหน้าของโรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม 2 และการจัดการโครงการที่ชะลอตัวหรือมีประเด็นทางกฎหมาย (เช่น รพ.รามคำแหง 3)
  4. อัตรากำไรสุทธิ: การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขาย/บริหาร เพื่อดึงมาร์จินให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโต 111% YoY โดยกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรีและเชียงใหม่ ราม เข้ามาเป็นสัดส่วนรายได้หลักใหม่ (รวมกันกว่า 50% ของรายได้โรงพยาบาล) ในขณะที่โรงพยาบาลในเครือเดิมอย่างวิภารามยังคงเติบโตได้ดีในกลุ่มประกันสังคมและสิทธิทั่วไป ส่วนโรงพยาบาลรามคำแหงได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในภาคอีสานบ้าง แต่ยังคงรักษาฐานผู้ป่วยโรคซับซ้อนไว้ได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง 1,299.1 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 โดยมีการรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้นเป็นระยะยาว 8,000 ล้านบาท ทำให้โครงสร้างหนี้ดีขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA อยู่ที่ 2.84 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 2568 ที่ 3.35 เท่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปท้าย

RAM ในไตรมาส 2/2569 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการรวมกิจการ THG และ CMH แม้รายได้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่กำไรสุทธิยังถูกกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานและภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายในครึ่งปีหลังคือการพิสูจน์ว่ากลยุทธ์การรวมศูนย์บริหารจัดการจะสามารถสร้าง Synergy และเพิ่มอัตรากำไรให้กลับมาโดดเด่นได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

ยังไม่มีความคิดเห็น