WSOL เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 ขาดทุนลดลง 85% รับรายได้รวมโต 8.5% พร้อมเร่งเครื่องปรับโครงสร้างหนี้
รายได้และ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 ขณะที่ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรและธุรกิจเพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการ
บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม 1,139.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ -280.2 ล้านบาท จากเดิมที่เคยขาดทุนสูงถึง -1,905.6 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยบริษัทฯ ยังคงอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องและดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฐานะทางการเงินเพื่อให้หลักทรัพย์กลับมาซื้อขายได้ตามปกติ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการฟื้นตัวในรอบนี้คือ "การลดลงของรายการด้อยค่าทรัพย์สิน" ควบคู่ไปกับ "การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดค่าใช้จ่าย" และการเติบโตของรายได้จากธุรกิจใหม่
หัวใจคืออะไร: ผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงถึง 85% (YoY) มีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของการตั้งสำรองด้อยค่าทรัพย์สินที่เป็นปัญหาสะสมจากการบริหารงานในอดีต ประกอบกับการปรับโครงสร้างองค์กรที่ช่วยลดความซ้ำซ้อนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้ถึง 44.5% (YoY) นอกจากนี้ รายได้รวมที่เติบโต 8.5% ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่ของ TBSP ในกลุ่มการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจาก 673.0 ล้านบาท เหลือ 373.6 ล้านบาท สะท้อนถึงวินัยในการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดขึ้น ในขณะที่รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,139.7 ล้านบาท ได้แรงขับเคลื่อนจากธุรกิจ Prompt Wash ที่พลิกฟื้นได้ชัดเจน และการขยายตัวของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น 45.1% (YoY) เป็น 141.9 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการดำเนินงานหลัก แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่ากำลังมุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพ (Financial and Payment, B2B, B2C) และอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจปล่อยสินเชื่อเป็น New Frontier เพื่อสร้างกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินและการแก้ไขปัญหาฐานะทางการเงินที่ส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงติดลบ
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 1,139.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% (YoY) โดยไตรมาส 2/2569 รายได้อยู่ที่ 590.4 ล้านบาท เติบโต 7.5% (QoQ)
- EBITDA: งวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 103.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% (YoY) โดยอัตรากำไร EBITDA ปรับตัวดีขึ้นเป็น 9.1%
- ขาดทุนสุทธิ: ลดลงเหลือ -280.2 ล้านบาท จาก -1,905.6 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้นเป็น 141.9 ล้านบาท (+45.1% YoY) จากดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้
- สถานะหุ้น: ยังคงถูกขึ้นเครื่องหมาย SP และอยู่ระหว่างการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอน
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานในภาพรวมมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่รายได้และ EBITDA เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิเนื่องจากภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงและการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
โอกาส
- ธุรกิจ Prompt Wash ที่พลิกฟื้น (Turnaround) ได้อย่างชัดเจน
- การขยายเข้าสู่ธุรกิจผลิตและประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของ TBSP
- การศึกษาธุรกิจปล่อยสินเชื่อเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
- การปรับโครงสร้างบริษัทย่อยที่มีศักยภาพเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่
ความเสี่ยง
- ปัญหาการขาดสภาพคล่องและการผิดนัดชำระหนี้ที่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
- ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ (-3,525.5 ล้านบาท ในส่วนของบริษัทใหญ่)
- ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-core Assets)
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน
- แผนการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอีกครั้ง (หากจำเป็น)
- ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจใหม่ (Prompt Wash และธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์)
- การดำเนินการตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อปลดเครื่องหมาย SP
- แนวโน้มกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพื่อใช้ชำระหนี้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,151.9 ล้านบาท ลดลง 4.1% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,278.8 ล้านบาท (+2.4%) ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงติดลบอยู่ที่ -3,126.9 ล้านบาท สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างทางการเงิน
สรุปท้าย
WSOL แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพลิกฟื้นธุรกิจผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพจนผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่ภาระหนี้สินที่สูงและส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ฝ่ายจัดการต้องเร่งแก้ไขควบคู่ไปกับการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจใหม่ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและปลดล็อกสถานะการซื้อขายหลักทรัพย์ในอนาคต