เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STECH โชว์กำไร Q2/2569 พุ่ง 160.89% รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-รายได้ขายโตแกร่ง
ข่าวสาร

STECH โชว์กำไร Q2/2569 พุ่ง 160.89% รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-รายได้ขายโตแกร่ง

STECH P/E 5.61 YIELD 3.33
66 นาที 08:14 น. 0 ความเห็น

ผลประกอบการครึ่งปีแรกสดใส รายได้-กำไรขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมคุมต้นทุนทางการเงินได้อยู่หมัด

บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 71.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 160.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งมอบงานตามยอดสั่งซื้อในมือที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่อง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในไตรมาส 2/2569 คือ "การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ" ควบคู่ไปกับ "การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ" โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 71.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.39 ล้านบาทจากปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรกปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 11.57% จากเดิม 8.33% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้เติบโต: บริษัทสามารถส่งมอบงานในปริมาณที่สูงขึ้นตามยอดสั่งซื้อที่มีอยู่ในมือ (Backlog) ทำให้รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 611.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.98% YoY
  • ประสิทธิภาพการผลิต: สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 78.64% เหลือ 76.01% สะท้อนถึงการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนการผลิตที่ทำได้ดีขึ้น
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง: บริษัทมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ทำให้ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2/2569 ลดลงถึง 33.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยหนุนบรรทัดสุดท้ายของกำไรให้ขยายตัวได้มากขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

จากข้อมูลในเอกสาร มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของรายได้จากการส่งมอบงานตาม Backlog ที่มีอยู่ และการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มเห็นผลชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งประมาณการหนี้สินและค่าอากรนำเข้าสินค้าเหล็กลวดคาร์บอนสูง เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะถัดไปอย่างไร แต่โดยรวมทิศทางผลประกอบการยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีจากการบริหารจัดการภายในที่คล่องตัวขึ้น

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2569: อยู่ที่ 71.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160.89% YoY
  • รายได้รวม Q2/2569: อยู่ที่ 617.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.12% YoY
  • ประสิทธิภาพการเงิน: วงจรเงินสด (Cash Cycle) ลดลงจาก 98 วัน เหลือ 80 วัน สะท้อนการบริหารลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพขึ้น
  • ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 33.64% ในไตรมาส 2 จากการลดภาระหนี้สินระยะยาว
  • ปัจจัยกดดัน: ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 24.27% ในรอบ 6 เดือน จากการตั้งประมาณการหนี้สินและต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 1,351.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.52% YoY และมีกำไรสุทธิ 157.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.91% YoY โดยกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 27.52% สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกภาคส่วนธุรกิจ

โอกาส

การมี Backlog ในมือที่แข็งแกร่งเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้หลัก ขณะที่การลดวงจรเงินสดลงได้ถึง 18 วัน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัทมีกระแสเงินสดหมุนเวียนที่ดีขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการในอนาคต

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงที่ระบุในเอกสารคือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งรวมถึงประมาณการหนี้สินและค่าอากรนำเข้าสินค้าเหล็กลวดคาร์บอนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาวัตถุดิบ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็กลวดคาร์บอนสูง) ที่มีแนวโน้มผันผวน
  2. การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม
  3. การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารไม่ให้สูงเกินกว่าการเติบโตของรายได้
  4. การบริหารหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 11.33% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทเน้นการส่งมอบงานคอนกรีตและงานรับเหมาก่อสร้าง โดยในไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง 6.16 ล้านบาท จากโครงการตอกเสาเข็มโรงงานผลิตแคปซูลอาหาร ซึ่งเป็นส่วนเสริมจากธุรกิจหลัก โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนงานก่อสร้างอยู่ที่ 4.87% ในไตรมาสนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,386.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.54% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11.33% มาอยู่ที่ 1,631.66 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,754.49 ล้านบาท จากผลกำไรสะสม แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 29 ล้านบาท

สรุปท้าย

STECH แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การส่งมอบงานตาม Backlog และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรจากการบริหารต้นทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยสถานะทางการเงินที่มั่นคงและวงจรเงินสดที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตในครึ่งปีหลัง

ยังไม่มีความคิดเห็น