เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
VIBHA กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 22.62% รับอานิสงส์กำไรวัดมูลค่าเงินลงทุนและต้นทุนการเงินลดลง
ข่าวสาร

VIBHA กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 22.62% รับอานิสงส์กำไรวัดมูลค่าเงินลงทุนและต้นทุนการเงินลดลง

VIBHA P/E 10.16 YIELD 4.41
83 นาที 07:59 น. 0 ความเห็น

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เผยกำไรสุทธิพุ่งสวนทางรายได้รวมที่ลดลง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 256.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 7.28% มาอยู่ที่ 1,470.42 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรในไตรมาสนี้มาจากการบันทึกกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและการลดลงของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากจำนวนผู้ใช้บริการและเงินปันผลรับที่ปรับตัวลงได้สำเร็จ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ VIBHA เติบโตในไตรมาสนี้ คือ "กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน" และ "การบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง" ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการประคองและผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโต แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะได้รับแรงกดดันจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง

1) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม: บริษัทบันทึกกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 60.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 140.64 ล้านบาท หรือ 175.22% เมื่อเทียบกับงวดก่อนหน้า ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติแต่ส่งผลบวกโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง: บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ 21.28 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้สูงขึ้น
  • การบริหารต้นทุนผันแปร: ต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมปรับตัวสูงขึ้น 2.88% โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลเชียงใหม่รามฯ ที่มีภาระค่าตอบแทนพนักงานและค่าเสื่อมราคาที่สูง

2) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

  • รายการวัดมูลค่ายุติธรรม: มีลักษณะเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาดและราคาของสินทรัพย์ทางการเงิน จึงถือเป็นปัจจัยที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับนี้ทุกไตรมาส
  • ต้นทุนทางการเงิน: การลดลงของต้นทุนทางการเงินเป็นผลจากการบริหารจัดการภายใน ซึ่งมีโอกาสที่จะส่งผลบวกต่อเนื่องในระยะถัดไปหากบริษัทสามารถรักษาโครงสร้างหนี้และอัตราดอกเบี้ยได้ตามแผน
  • รายได้จากการดำเนินงาน: ยังคงต้องติดตามแนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้และสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลในอนาคต

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: 256.78 ล้านบาท (+22.62% YoY)
  • รายได้รวม: 1,470.42 ล้านบาท (-7.28% YoY)
  • กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม: 60.38 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 175.22% จากงวดก่อน)
  • ต้นทุนทางการเงิน: 52.43 ล้านบาท (ลดลง 28.87% YoY)
  • ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: 24.28 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 17.43 ล้านบาทในปีก่อน)
  • เงินปันผลรับ: 119.76 ล้านบาท (ลดลง 28.47% YoY)

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้รวมของบริษัทลดลงจากการลดลงของเงินปันผลรับและรายได้อื่นๆ (เช่น ค่าสินไหมทดแทนภัยน้ำท่วมที่ได้รับน้อยกว่าปีก่อน) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เติบโตสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนผันแปรให้สอดคล้องกับปริมาณผู้ป่วย และการได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก บมจ.โรงพยาบาลวิภาราม

โอกาส

  • การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภารามที่ทำกำไรได้โดดเด่นขึ้น
  • การบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของรายได้จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง
  • สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลเชียงใหม่รามฯ ที่มีภาระค่าเสื่อมราคาและค่าตอบแทนพนักงานสูง
  • ความไม่แน่นอนของกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. แนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการในไตรมาสถัดไปว่าจะฟื้นตัวหรือไม่
  2. การควบคุมสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ (GPM) ของโรงพยาบาลในเครือ
  3. ความผันผวนของกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
  4. การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอื่นๆ ที่ยังคงมีผลขาดทุน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

บริษัทมีรายได้หลักจากโรงพยาบาลวิภาวดี (807.39 ล้านบาท) และเชียงใหม่รามฯ (640.39 ล้านบาท) โดยสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ของโรงพยาบาลวิภาวดีอยู่ที่ 70.00% ในขณะที่เชียงใหม่รามฯ อยู่ที่ 87.86% ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่

สรุปท้าย

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ VIBHA สะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการลดต้นทุนทางการเงินและการบันทึกกำไรจากสินทรัพย์ทางการเงิน แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะเผชิญกับความท้าทายจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการฟื้นตัวของรายได้หลักและการควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเครือข่ายเป็นสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางกำไรที่ยั่งยืนในระยะถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น