เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FVC พลิกกำไรสุทธิ 4.41 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์รายได้กลุ่มพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรมหนุน
ข่าวสาร

FVC พลิกกำไรสุทธิ 4.41 ล้านบาทใน Q2/2569 รับอานิสงส์รายได้กลุ่มพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรมหนุน

FVC P/E -100.00 YIELD 0.00
98 นาที 07:44 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 10.15% YoY รับแรงส่งจากธุรกิจพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 4.41 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 0.28 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ทั้งนี้ ผลประกอบการรวมได้รับผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (KTMS) จำนวน 105.93 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ยกเลิก

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) และการรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม (B4) ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม (B1) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • กลุ่ม B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย): รายได้เติบโต 11.42% จากกำลังซื้อภาคการบริโภคที่ฟื้นตัวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการขยายสาขาและเปิดแบรนด์ใหม่ ทำให้ FVC มีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งจากการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่และงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
  • กลุ่ม B4 (นิคมอุตสาหกรรม): มีการโอนที่ดินในโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) เฟส 1 ให้กับลูกค้า ส่งผลให้รับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาสนี้
  • แรงกดดัน: กำไรขั้นต้นรวมได้รับผลกระทบจากการจัดทำงบการเงินรวมกับ WIE ซึ่งมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม ณ วันซื้อเงินลงทุน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดินในนิคมฯ

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

  • มีโอกาสต่อเนื่อง: ในส่วนของกลุ่ม B2 มีลักษณะรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) จากสัญญาบำรุงรักษา PM ที่ลูกค้าทำต่อเนื่อง ส่วนกลุ่ม B1 แม้จะชะลอตัวแต่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าและงานโครงการที่คาดว่าจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อย่างไรก็ตาม การโอนที่ดินในนิคมฯ (B4) เป็นรายการที่ขึ้นอยู่กับจังหวะการขายและโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญา

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขายและบริการไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15% YoY
  • กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 4.41 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 0.28 ล้านบาทในปีก่อน
  • กลุ่มธุรกิจ B2 (พาณิชย์) เป็นรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วน 82.63% ของรายได้รวม
  • รับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย (KTMS) จำนวน 105.93 ล้านบาท
  • บริษัทมีแผนขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้รวมเติบโตขึ้นจากความต้องการในกลุ่มพาณิชย์และที่พักอาศัยที่ฟื้นตัว แม้กลุ่มอุตสาหกรรม (B1) จะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากขนาดโครงการที่เล็กลง แต่บริษัทสามารถรักษาฐานรายได้ Trading ไว้ได้ โดยภาพรวมกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้นถึง 227.32% YoY

โอกาส

  • การขยายฐานลูกค้ากลุ่มพาณิชย์ใน Segment อื่นๆ นอกเหนือจากร้านอาหารเดิม
  • การพัฒนาระบบ Software ใหม่เพื่อสนับสนุนงานบริการซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพ
  • การขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (KTMS และ NEP) ตามแผนงานครึ่งปีหลัง

ความเสี่ยง

  • สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาของลูกค้าลดลง
  • ความผันผวนของโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม (B1)
  • ผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินของบริษัทในกลุ่ม (WIE)

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. ความคืบหน้าการโอนที่ดินในโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) เฟส 1 และการพัฒนาเฟส 2
  2. การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการทำกำไรในกลุ่มธุรกิจ B1 ภายใต้กลยุทธ์ "Agility & Stability"
  3. ความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มพาณิชย์และงานบริการ PM
  4. สถานะของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (KTMS) หลังการจัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ยังคงเป็นส่วนงานที่บริษัทให้ความสำคัญในการขยายตัว โดยปัจจุบันมีหน่วยไตเทียมรวม 37 สาขา (KTMS) และมีแผนเพิ่มเครื่องไตเทียมอีกในครึ่งปีหลัง ขณะที่กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ (B2) มุ่งเน้นการเป็น Total Solutions Provider เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงจากงานบริการบำรุงรักษา

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 2,742.14 ล้านบาท ลดลง 8.41% จากสิ้นปี 2568 ส่วนหนึ่งจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย หนี้สินรวมลดลง 10.75% จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและรายได้รับล่วงหน้าที่ลดลงจากการส่งมอบที่ดิน

สรุปท้าย

FVC แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ชัดเจนผ่านการเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และนิคมอุตสาหกรรม แม้จะมีรายการพิเศษจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายของกลุ่ม KTMS มากดดันกำไรสุทธิรวม แต่การดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ประจำ (Recurring Income) ในกลุ่มงานบริการบำรุงรักษา และแผนการขยายธุรกิจในครึ่งปีหลังที่มุ่งเน้นความคล่องตัวและการบริหารจัดการต้นทุนเป็นสำคัญ

ยังไม่มีความคิดเห็น