PPS ขาดทุนลดลงใน Q2/2569 รับอานิสงส์รายได้บริการพุ่ง-คุมต้นทุนโครงการได้ดีขึ้น
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ภาพรวมครึ่งปีแรกยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 91.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.25% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 3.98 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 7.68 ล้านบาท สะท้อนถึงทิศทางการฟื้นตัวของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ คือ "การเติบโตของรายได้จากการให้บริการโครงการ" ควบคู่ไปกับ "ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น"
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
การเพิ่มขึ้นของรายได้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระหว่างงวด ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการงานบริการของบริษัทที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 23.86 ล้านบาท (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 26%) เทียบกับ 22% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือ 25% เมื่อเทียบกับ 29% ในปีก่อน ประกอบกับการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
แนวโน้มการฟื้นตัวนี้ มีโอกาสต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถรักษาอัตราการรับรู้รายได้จากโครงการในมือ (Backlog) ได้ตามแผน และยังคงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการให้บริการไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังคงอยู่ในระดับขาดทุนสุทธิ ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสถัดไปว่าจะมีรายได้เข้ามาครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ได้มากน้อยเพียงใด
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการบริการ: ทำได้ 91.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.25% QoQ และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 26% จาก 22% ในปีก่อน และ 24% ในไตรมาส 1/2569
- ผลขาดทุนสุทธิ: อยู่ที่ 3.98 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 7.68 ล้านบาท
- สภาพคล่อง: อัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.22 เท่า จาก 1.65 เท่า ณ สิ้นปี 2568
- โครงสร้างหนี้: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 1.00 เท่า จาก 1.07 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 แสดงทิศทางเชิงบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ภาพรวม 6 เดือนแรกยังคงมีผลขาดทุน แต่การที่บริษัทสามารถลดผลขาดทุนลงได้เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจบริการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง
โอกาส
- การรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้นในมืออย่างต่อเนื่อง
- ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ทำได้ดีขึ้น ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ขยายตัว
ความเสี่ยง
- ความสามารถในการทำกำไรที่ยังคงติดลบในระดับสุทธิ
- ความเสี่ยงจากส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่แม้จะลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความต่อเนื่องของการรับรู้รายได้จากโครงการในมือ (Backlog)
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้
- ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่
- การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงอยู่ในระดับสูงเพื่อลดผลขาดทุนสุทธิ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
บริษัทเน้นการบริหารจัดการโครงการเป็นหลัก โดยรายได้หลักมาจากงานบริการ ซึ่งในไตรมาสนี้บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการลูกหนี้ค้างชำระที่ดีขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การลดลงของหนี้สินรวมจากการชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งระยะสั้นและระยะยาว แสดงถึงวินัยทางการเงินที่รัดกุมขึ้นในช่วงที่บริษัทยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 582.08 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 เล็กน้อยจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่เรียกชำระ ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 30.19 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้า ทำให้โครงสร้างเงินทุนมีความแข็งแกร่งขึ้นด้วย D/E Ratio ที่ 1.00 เท่า
สรุปท้าย
PPS ในไตรมาส 2/2569 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนผ่านรายได้ที่เติบโตและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายจะยังคงเป็นตัวเลขขาดทุน แต่การลดลงของผลขาดทุนและการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการเร่งรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินจุดคุ้มทุนของบริษัท