AHC เผยกำไร Q2/2569 หดตัว 85.8% หลังรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลงจากฐานปีก่อนสูง
รายได้รวมชะลอตัวจากปัจจัยฤดูกาลโรคระบาดและภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทเร่งขยายศักยภาพรักษาโรคซับซ้อนเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
บริษัท โรงพยาบาลเอกชล จำกัด (มหาชน) หรือ AHC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.10 ล้านบาท ลดลง 85.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 49.86 ล้านบาท โดยรายได้รวมปรับตัวลดลง 13.3% มาอยู่ที่ 430.40 ล้านบาท กดดันจากปัจจัยด้านจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงและผลกระทบเชิงโครงสร้างของรายได้ประกันสังคม ซึ่งฝ่ายจัดการกำลังมุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์ผ่านการขยายศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อนเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ AHC ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ คือการหดตัวของรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ฐานรายได้ในไตรมาส 2/2568 ที่สูงผิดปกติจากเหตุการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และ 2) จำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้รวมลดลงมากกว่าการลดลงของต้นทุนการดำเนินงาน
นอกจากปัจจัยด้านปริมาณผู้ป่วยแล้ว รายได้จากกลุ่มประกันสังคมยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโครงการ 550 ที่มีการปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลคู่สัญญาที่มีศักยภาพสูงในการรักษามะเร็งเข้ามาทำหน้าที่เรียกเก็บค่ารักษาแทน รวมถึงผลกระทบจากการปรับลดรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ตามภาระเสี่ยง (Risk Adjusted) ที่ได้รับชำระจริงของปี 2568 ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่กดดันรายได้ในส่วนนี้โดยตรง
ในด้านความต่อเนื่องของผลประกอบการ สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็นปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะผลกระทบจากฐานรายได้ปีก่อนที่สูงผิดปกติ (High Base Effect) อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามชดเชยด้วยการขยายศักยภาพในหัตถการซับซ้อน เช่น ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ ห้องผ่าตัด และห้องผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งยังคงมีการเติบโตได้ดี ซึ่งต้องติดตามว่าการขยายขีดความสามารถดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้มาชดเชยรายได้ประกันสังคมที่หายไปได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 1.10 ล้านบาท ลดลง 85.8% YoY
- รายได้รวม: อยู่ที่ 430.40 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY จากปัจจัยฤดูกาลโรคระบาดในปีก่อนและเศรษฐกิจชะลอตัว
- รายได้ประกันสังคม: ปรับตัวลดลงจากการเปลี่ยนโครงสร้างคู่สัญญาโครงการ 550 และผลกระทบจากการปรับลดรายได้ตามภาระเสี่ยง
- ต้นทุนการรักษาพยาบาล: ลดลง 4.6% แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Revenue) ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากรายได้รวมลดลงในอัตราที่มากกว่า
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: เพิ่มขึ้น 7.9% จากการลงทุนในที่ปรึกษาด้านแบรนด์ การตลาด และการปรับเพิ่มเงินเดือนพนักงาน
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 430.40 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงเพียง 2.9% มาอยู่ที่ 422.41 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเหลือเพียง 1.99 ล้านบาท ลดลง 87.1% จากปีก่อน สะท้อนถึงภาวะที่รายได้ลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่ต้นทุนคงที่บางส่วนยังคงอยู่
โอกาส
บริษัทมุ่งเน้นการขยายศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อน (Complex Care) เช่น ศูนย์สวนหัวใจ ห้องผ่าตัด และห้องผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและยังคงมีการเติบโต ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ในอนาคตแทนที่รายได้จากกลุ่มทั่วไปที่ผันผวนตามเศรษฐกิจ
ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายและโครงสร้างรายได้จากสำนักงานประกันสังคม รวมถึงภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการลงทุนด้านแบรนด์และการตลาด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ในช่วงครึ่งปีหลัง
- ความสามารถในการสร้างรายได้จากหัตถการซับซ้อนเพื่อชดเชยรายได้ประกันสังคมที่ลดลง
- การควบคุมสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Revenue) ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
- ผลกระทบต่อเนื่องจากการปรับลดรายได้ตามภาระเสี่ยงของประกันสังคม
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 13.3% เหลือ 416.84 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนการรักษาพยาบาลลดลงเพียง 4.6% เหลือ 357.06 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.9% เป็น 65.35 ล้านบาท จากการจ้างที่ปรึกษาด้านแบรนด์และการตลาด รวมถึงค่าตอบแทนพนักงาน ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 540% มาอยู่ที่ 0.16 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 0.03 ล้านบาทในปีก่อน แม้ตัวเลขจะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่สะท้อนถึงภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำมากในอดีต
สรุปท้าย
ผลประกอบการ Q2/2569 ของ AHC ได้รับผลกระทบเชิงลบจากฐานรายได้ปีก่อนที่สูงผิดปกติและปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.10 ล้านบาท แม้บริษัทจะพยายามปรับตัวด้วยการเน้นหัตถการซับซ้อน แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ประกันสังคมยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไปว่ากลยุทธ์การขยายศักยภาพจะสามารถพลิกฟื้นกำไรได้ทันท่วงทีหรือไม่