เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
M กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 19.7% รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ยอดขายสาขาเดิมชะลอ
ข่าวสาร

M กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 19.7% รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ยอดขายสาขาเดิมชะลอ

M P/E 28.12 YIELD 4.50
4 วัน 18:08 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 10.6% แต่ GPM หดตัวแรง กดดันกำไรสุทธิวูบ สวนทางภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 19.7% มาอยู่ที่ 221 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ M ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 65.2% ในปีก่อนหน้า เหลือ 61.8% แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ 10.6% ก็ตาม การหดตัวของ GPM นี้ส่งผลโดยตรงให้กำไรสุทธิลดลง 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายจัดการระบุว่า การหดตัวของ GPM เกิดจากหลายปัจจัยประการแรก การรุกตลาดด้วยโมเดลบุฟเฟต์ ทั้งโปรโมชั่น "คุ้มเกินคุ้ม" ของแบรนด์ "เอ็มเค สุกี้" และการขยายสาขาของแบรนด์ "โบนัส สุกี้" ซึ่งเป็นธุรกิจบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ ทำให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามโครงสร้างธุรกิจประเภทนี้ ประการที่สอง ต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบที่สูงขึ้น จากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง นอกจากนี้ ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) ที่ปรับลดลง 3.8% ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน เป็นผลมาจากฐานยอดขายที่สูงมากในปีก่อนหน้าจากการจัดโปรโมชั่นบุฟเฟต์ครั้งใหญ่ และ การไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้ลูกค้าเข้าใช้บริการลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ส่วนโมเดลบุฟเฟต์และการขยายสาขา "โบนัส สุกี้" เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ เลือกใช้เพื่อเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อ GPM ในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการนำเสนอเมนูที่คุ้มค่า ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่แนวโน้ม GPM ที่ลดลงอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมเติบโต 10.6% ในไตรมาส 2 ปี 2569 แตะ 4,196 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการขยายสาขาของแบรนด์ "โบนัส สุกี้"
  • กำไรสุทธิลดลง 19.7% เหลือ 221 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง จาก 65.2% เป็น 61.8% สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากการขยายธุรกิจบุฟเฟต์ และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
  • ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบ 3.8% ในไตรมาสนี้ จากฐานปีก่อนที่สูงจากการจัดโปรโมชั่นบุฟเฟต์ครั้งใหญ่
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 9.2% เป็น 2,414 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคจากการขยายสาขา

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายสาขาของแบรนด์ "โบนัส สุกี้" อย่างไรก็ตาม ยอดขายสาขาเดิมปรับลดลง 3.8% เนื่องจากฐานยอดขายของปีก่อนหน้าอยู่ในระดับสูงจากการจัดทำโปรโมชั่นบุฟเฟต์ "คุ้มเกินคุ้ม" ของร้านเอ็มเค สุกี้ และการที่บริษัทฯ ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้ลูกค้าเข้าใช้บริการลดลงในช่วงเดือนมิถุนายน

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% โดยยอดขายสาขาเดิมปรับลดลง 0.3%

โอกาส

  • การขยายสาขาแบรนด์ "โบนัส สุกี้" ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้
  • การพัฒนาเมนูใหม่และการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่
  • การบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น จากปัจจัยภายนอก
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้การปรับราคาสินค้าทำได้จำกัด
  • กำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
  • ฐานยอดขายสาขาเดิมที่อาจเผชิญแรงกดดัน หากไม่มีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจเทียบเท่าปีก่อน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสถัดไป จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่
  • ผลตอบรับจากการขยายสาขา "โบนัส สุกี้" และการบริหารต้นทุนของธุรกิจบุฟเฟต์
  • กลยุทธ์การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งท่ามกลางแรงกดดันจากภายนอก
  • การปรับตัวต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในอนาคต
  • ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายการที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าขนส่ง
  • Volume: แม้รายได้รวมเติบโตจากการขยายสาขา แต่ยอดขายสาขาเดิมกลับลดลง สะท้อนถึงปริมาณการใช้บริการที่อาจชะลอตัวลงในสาขาเดิม
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 65.2% เหลือ 61.8% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันผลกำไร
  • ช่องทางขาย: รายได้จากการขายและบริการยังคงกระจายตัวในหลายช่องทาง ทั้ง Dine-in, TakeAway, Delivery โดยแบรนด์หลักอย่าง "เอ็มเค" ยังคงมีสัดส่วนรายได้สูงสุด
  • สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือรายได้จากการส่งออก
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,683 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด แม้ว่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุน

หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,481 ล้านบาท ลดลง 4.5% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่าและเจ้าหนี้การค้า

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 12,844 ล้านบาท ลดลง 0.5% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล

สรุปท้าย

M เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวมเติบโตจากการขยายสาขา แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.7% จากการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่โมเดลบุฟเฟต์ที่เพิ่มสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบ ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมชะลอตัวจากฐานปีก่อนที่สูง และไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและนำเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่า แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและ GPM ที่ลดลงมีโอกาสต่อเนื่อง ทำให้ M ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การสร้างยอดขายสาขาเดิมอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น