เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
QH กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 37% รับส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมโต-คุมค่าใช้จ่าย
ข่าวสาร

QH กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 37% รับส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมโต-คุมค่าใช้จ่าย

QH P/E 8.61 YIELD 6.26
59 นาที 20:48 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหดเล็กน้อย 2% แต่กำไรสุทธิโตแรง จากปัจจัยหนุนที่หลากหลาย

บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง 2% เป็น 1,731 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ QH ในไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 37% มาจาก การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 64 ล้านบาท หรือ 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง รวม 35 ล้านบาท และ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง อีก 16 ล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลักจะปรับลดลงก็ตาม

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม มาจากการเติบโตของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (HMPRO) ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 47 ล้านบาท และ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทเหล่านี้

ในส่วนของการบริหารค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น ทำให้ลดลง 36 ล้านบาท หรือ 10% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 16 ล้านบาท หรือ 30% เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ที่ครบกำหนด

แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง 2% โดยเฉพาะบ้านพร้อมที่ดินที่ลดลง 10% แต่รายได้จากคอนโดมิเนียมกลับเพิ่มขึ้น 42% ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจโรงแรมลดลง 2% และธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลงถึง 53% เนื่องจากสัญญาเช่าที่ดินอาคารคิวเฮ้าส์ สาทร ครบกำหนด

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เนื่องจาก HMPRO และ LHFG ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องจากการครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน ขณะที่การบริหารค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดและการลดลงของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยบวกที่สามารถรักษาไว้ได้ในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 37% YoY แตะ 458 ล้านบาท จาก 334 ล้านบาท
  • รายได้รวม Q2/2569 ลดลง 2% YoY อยู่ที่ 1,731 ล้านบาท จาก 1,762 ล้านบาท
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 453 ล้านบาท หนุนโดย HMPRO และ LHFG
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 30% YoY จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้
  • รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 2% YoY โดยบ้านพร้อมที่ดินลดลง 10% แต่คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 42%
  • รายได้ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลง 53% YoY จากการครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 1,731 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน 10% และรายได้จากธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน 53% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 42% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 12% ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว

ในด้านต้นทุนขายรวมลดลงเล็กน้อย 0.2% เป็น 1,281 ล้านบาท

เมื่อพิจารณากำไรสุทธิ บริษัทฯ สามารถทำได้ 458 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 334 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 16% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 10% และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 30% แม้ว่ากำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลักจะปรับลดลงก็ตาม

สำหรับผลประกอบการสะสม 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และมีกำไรสุทธิ 921 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของบริษัทร่วม: ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก HMPRO และ LHFG เป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
  • การควบคุมค่าใช้จ่าย: ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
  • การชำระคืนหนี้: การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
  • การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียม: การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมบ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดนี้

ความเสี่ยง

  • รายได้ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลง: การครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดินอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวหากไม่สามารถหาผู้เช่ารายใหม่ได้
  • รายได้ธุรกิจโรงแรมชะลอตัว: จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม
  • การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์: แม้ว่าคอนโดมิเนียมจะเติบโต แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงสูง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะโครงการบ้านพร้อมที่ดิน
  • การบริหารจัดการสัญญาเช่าที่ดินของอาคารคิวเฮ้าส์ สาทร และการหาผู้เช่ารายใหม่
  • ผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะ HMPRO และ LHFG
  • ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  • การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาด

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของ QH อยู่ที่ 1,370 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินลดลง 112 ล้านบาท หรือ 10% ในขณะที่รายได้จากการขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 89 ล้านบาท หรือ 42% สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของพอร์ตรายได้ไปสู่คอนโดมิเนียมมากขึ้น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี บริษัทฯ ได้ปิดโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 5 โครงการ ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต

รายได้จากธุรกิจโรงแรมลดลง 2% เป็น 299 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

รายได้จากธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 53% เหลือเพียง 7 ล้านบาท เนื่องจากอาคารคิวเฮ้าส์ สาทร ครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดินในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดถึงแผนการบริหารจัดการพื้นที่เช่าในอนาคต

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของ QH อยู่ที่ 41,914 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของที่ดินและงานระหว่างก่อสร้าง 1,613 ล้านบาท แต่ได้รับการชดเชยด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 1,318 ล้านบาท

หนี้สินรวมลดลง 1% เป็น 11,722 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 30,192 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% โดยมีปัจจัยจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 746 ล้านบาท และการซื้อหุ้นคืน 82 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิสะสม 6 เดือนแรก 921 ล้านบาทก็ตาม

สรุปท้าย

QH ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการที่ดี โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 37% ซึ่งขับเคลื่อนหลักจากส่วนแบ่งกำไรที่เติบโตจากบริษัทร่วม และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้รวมจะหดตัวเล็กน้อยจากปัจจัยเฉพาะของธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานและโรงแรม อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้คอนโดมิเนียมและการบริหารต้นทุนที่ดีเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตาสำหรับแนวโน้มในอนาคต โดยเฉพาะการบริหารจัดการรายได้จากธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น