ABM พลิกขาดทุนสู่กำไร Q2/2569 จากกลยุทธ์เน้นกำไร-คุมต้นทุน
รายได้หดแต่ GPM พุ่งแรง สะท้อนการปรับทัพธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล
บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.52 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 33.70 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะลดลง 42.59% มาอยู่ที่ 655.83 ล้านบาท แต่การปรับกลยุทธ์เน้นขายสินค้าที่ให้ผลตอบแทนดีและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ฟื้นตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนุนผลประกอบการ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ ABM พลิกฟื้นในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การปรับกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นการสร้างกำไรและหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ส่งผลให้แม้ปริมาณการขายโดยรวมจะลดลงถึง 60.30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับสามารถยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 11.60% ใน Q2/2568 เป็น 17.66% ใน Q2/2569 ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งต้นทุนขายที่ลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 20.46% รวมถึง การฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ที่เพิ่มขึ้น 14.04 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับกลยุทธ์เน้นขายสินค้าที่ให้ผลตอบแทนดีและมีอัตรากำไรสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของ GPM โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการ "เน้นการขายที่มุ่งสร้างกำไรและไม่แข่งขันราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน" ซึ่งทำให้แม้ปริมาณการขายในประเทศลดลง 50.20% และต่างประเทศลดลงถึง 82.26% แต่รายได้จากการขายรวมที่ลดลง 42.59% นั้น มีต้นทุนขายที่ลดลงในอัตราที่มากกว่า ทำให้ GPM ดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่ลดลง 35.83% จากค่าขนส่งสินค้าส่งออกที่ลดลงตามปริมาณการส่งออก และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 20.46% จากการลดลงของดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาระดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวที่ลดลงหลังชำระคืนครบถ้วน ก็ช่วยลดแรงกดดันต่อผลกำไรโดยรวมได้เป็นอย่างดี
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 12.34 ล้านบาท (จากขาดทุน 1.70 ล้านบาท) เป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัทร่วมที่ปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าที่สูงขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการได้ ปรับกลยุทธ์การขายอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งเน้นกำไร ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าจะดำเนินการต่อไปเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น และการฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐและเอกชนในภาคโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับกำไรได้ในขณะที่ปริมาณขายยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือไม่
Highlight สำคัญ
- พลิกมีกำไรสุทธิ: ABM มีกำไรสุทธิ 1.52 ล้านบาทใน Q2/2569 เทียบกับขาดทุน 33.70 ล้านบาทใน Q2/2568 ลดลง 95.50%
- รายได้ลด แต่ GPM พุ่ง: รายได้จากการขายลดลง 42.59% เหลือ 655.83 ล้านบาท แต่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 11.60% เป็น 17.66%
- ปริมาณขายวูบ: ปริมาณการขายรวมลดลง 60.30% เหลือ 91.28 พันตัน โดยในประเทศลดลง 50.20% และต่างประเทศลดลง 82.26%
- ต้นทุนถูกคุม: ต้นทุนขายลดลง 44.88% และต้นทุนทางการเงินลดลง 20.46%
- ส่วนแบ่งกำไรบวก: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 12.34 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1.70 ล้านบาทในปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) (ABM) รายงานผลประกอบการที่น่าสนใจ โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการอยู่ที่ 655.83 ล้านบาท ลดลง 42.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2568) ที่มีรายได้ 1,142.37 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ได้ 1.52 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 33.70 ล้านบาทในปีก่อนหน้า คิดเป็นการลดลงของผลขาดทุนถึง 95.50% การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นการสร้างกำไร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.60% ใน Q2/2568 เป็น 17.66% ใน Q2/2569 ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนขาย ต้นทุนในการจัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
โอกาส
- ธุรกิจเชื้อเพลิงจากขยะ: บริษัทมีแผนการลงทุนในการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงจากขยะ โดยมุ่งเพิ่มศักยภาพการจัดหาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า สร้างพันธมิตรธุรกิจ และขยายทางเลือกด้านพลังงาน
- การฟื้นตัวของบริษัทร่วม: การเติบโตของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของบริษัทร่วม ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรของ ABM
ความเสี่ยง
- ปริมาณการขายลดลง: การปรับกลยุทธ์เน้นกำไรส่งผลให้ปริมาณการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในระยะยาวหากไม่สามารถเพิ่มปริมาณขายได้
- การพึ่งพิงบริษัทร่วม: ผลประกอบการของบริษัทมีความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของบริษัทร่วม ซึ่งอาจมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มปริมาณการขาย: ติดตามว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มปริมาณการขายได้อย่างไร ควบคู่ไปกับการรักษาอัตรากำไร
- การลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงจากขยะ: ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่นี้
- ผลประกอบการของบริษัทร่วม: การเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วมจะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรอย่างไร
- การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในส่วนของปริมาณการขายเชื้อเพลิงชีวมวลโดยรวมของ ABM ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 91.28 พันตัน ลดลง 60.30% YoY และ 42.97% QoQ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการปรับกลยุทธ์เน้นการขายที่มุ่งสร้างกำไรและไม่แข่งขันราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งส่งผลให้แม้ปริมาณขายจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นดีขึ้น
- ปริมาณการขายในประเทศ: ลดลง 50.20% YoY เป็น 78.43 พันตัน สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายสินค้ากลุ่มไม้สับเชื้อเพลิงที่ลดลง แม้ว่ากะลาปาล์มและขยะเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
- ปริมาณการขายต่างประเทศ: ลดลง 82.26% YoY เป็น 12.85 พันตัน เนื่องจากปริมาณการส่งออกไม้สับยูคาลิปโตสลดลง จากการปรับกลยุทธ์เน้นจำหน่ายสินค้าที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ด้านต้นทุนขายสินค้าและต้นทุนการให้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับปริมาณการขายและยอดขายรวมที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์การขายที่มีกำไรตามเป้าหมาย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,275.99 ล้านบาท ลดลง 12.76% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ลูกหนี้การค้า, และสินค้าคงเหลือ ซึ่งการลดลงของสินค้าคงเหลือเป็นการเร่งระบายสต็อกเพื่อลดต้นทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 533.62 ล้านบาท ลดลง 25.57% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น (129.08 ล้านบาท) และเจ้าหนี้การค้า (27.66 ล้านบาท) รวมถึงเงินกู้ยืมระยะยาวที่ทยอยชำระคืน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 742.36 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.44% สะท้อนผลขาดทุนสุทธิในงวด
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 61.19 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรก่อนภาษีและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 69.06 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 62.29 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 134.93 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
สรุปท้าย
ABM ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยการปรับทัพจากการเน้นปริมาณการขายมาสู่การ "เน้นกำไร" ซึ่งส่งผลให้แม้รายได้และปริมาณขายจะลดลงอย่างมาก แต่ก็สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ การควบคุมต้นทุนที่ดีและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ฟื้นตัว เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ แม้ว่าความเสี่ยงจากปริมาณการขายที่ลดลงยังคงอยู่ แต่แผนการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงจากขยะและการฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วม ก็เป็นโอกาสที่น่าจับตาสำหรับทิศทางในอนาคต