เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
DHOUSE พลิกขาดทุน 6 เดือนแรกปี 69 รับรายได้น้ำมัน-ค้าปลีกหนุน แต่ธุรกิจบ้านยังซบ
ข่าวสาร

DHOUSE พลิกขาดทุน 6 เดือนแรกปี 69 รับรายได้น้ำมัน-ค้าปลีกหนุน แต่ธุรกิจบ้านยังซบ

DHOUSE P/E -100.00 YIELD 0.00
74 นาที 20:33 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 16% จากน้ำมัน-ร้านค้า แต่กำไรสุทธิยังขาดทุน เหตุต้นทุนอสังหาฯพุ่ง-ดอกเบี้ยสูง

บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 93.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าภายในสถานี ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทาย ส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 19.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20%

Hero: หัวใจกำไร — รายได้ธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีกพยุงผลประกอบการ แต่ต้นทุนอสังหาฯ และภาระดอกเบี้ยกดดันกำไรสุทธิ

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ DHOUSE ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าภายในสถานี ที่ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่สูงขึ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้ธุรกิจน้ำมันและร้านค้า: ปัจจัยหลักมาจากการมีพื้นที่ให้เช่าและจำนวนผู้เช่าเพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและระดับราคาขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้จากธุรกิจนี้
  • รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: แม้จะมีการขายที่ดินเปล่าซึ่งมีอัตราต้นทุนขายต่ำ แต่รายได้จากการขายบ้านปรับตัวลดลง สอดคล้องกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ยังไม่เต็มที่ หนี้ครัวเรือนสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
  • ต้นทุนขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงผู้รับเหมา รวมถึงการปรับปรุงค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือของโครงการ Upark Home ทำให้ต้นทุนขายในธุรกิจนี้สูงขึ้น
  • ต้นทุนทางการเงิน: มีจำนวน 13.92 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว กำไรขั้นต้นไม่เพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนสุทธิ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม

เอกสารระบุว่าบริษัทอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการให้ตรงกับความต้องการของตลาด การกำหนดราคาขายที่เหมาะสม การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภค หนี้ครัวเรือน และนโยบายสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 16.00% เป็น 93.24 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 80.39 ล้านบาท
  • ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 9.33 ล้านบาท เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 3.45 ล้านบาท จากการขายที่ดินเปล่า แต่รายได้จากการขายบ้านลดลง
  • กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 8.81% เป็น 7.41 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้และการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจน้ำมัน/ค้าปลีก
  • ผลขาดทุนสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 12.20% เป็น 19.96 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 17.79 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น จากต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ
  • หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.36% จากการออกหุ้นกู้ใหม่
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 1.02 เท่า จาก 0.97 เท่า ณ สิ้นปี 2568

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 93.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.00% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (จากการขายที่ดินเปล่า) จำนวน 3.45 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าภายในสถานีเพิ่มขึ้น 9.33 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายบ้านปรับตัวลดลง สอดคล้องกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเผชิญแรงกดดัน

ในส่วนของต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 16.61% โดยต้นทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจากต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และการปรับปรุงค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ขณะที่ต้นทุนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าแปรผันตามปริมาณการจำหน่าย

ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 8.81% เป็น 7.41 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (13.78 ล้านบาท) และต้นทุนทางการเงิน (13.92 ล้านบาท) ทำให้กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 19.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.20% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้า: การมีพื้นที่ให้เช่าและจำนวนผู้เช่าเพิ่มขึ้น รวมถึงปัจจัยราคาพลังงานที่สนับสนุนรายได้
  • การขายที่ดินเปล่า: ช่วยเพิ่มรายได้และมีอัตราต้นทุนขายต่ำ
  • มาตรการภาครัฐ: มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง และการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV อาจช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์บางส่วน

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค: ยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์
  • ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง: จำกัดความสามารถในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
  • ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน: เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  • การแข่งขันด้านราคาในตลาดอสังหาริมทรัพย์: กดดันอัตรากำไร
  • ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง: ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์
  • ภาระต้นทุนทางการเงิน: สูงกว่ากำไรขั้นต้น ทำให้เกิดผลขาดทุนสุทธิ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัท: ต่อสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงท้าทาย
  • ความสามารถในการบริหารต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้า: จะสามารถชดเชยความผันผวนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน: เพื่อลดผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
  • การพัฒนาโครงการใหม่: ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการของตลาด

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

  • การโอนกรรมสิทธิ์: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์โดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากการขายบ้านปรับตัวลดลง ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตลาดที่ยังคงเผชิญแรงกดดัน
  • Presale/Backlog: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Presale หรือ Backlog ที่ชัดเจน
  • เปิดโครงการใหม่: เอกสารระบุว่ามีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเดอะแกรนด คาแนล, โครงการพฤกษภิรมย (ศาลากลาง), และโครงการยูปารค โฮม โดยมีการกล่าวถึงการปรับปรุงค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือของโครงการ Upark Home
  • อัตรากำไรโครงการ: อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 10.50% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ต้นทุนขายโดยรวมยังคงสูงขึ้น
  • ต้นทุนก่อสร้าง: มีการระบุว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงผู้รับเหมาปรับตัวสูงขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 840.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.10% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • หนี้สินรวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 423.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 416.97 ล้านบาท ลดลง 4.57% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิ
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): เพิ่มขึ้นเป็น 1.02 เท่า จาก 0.97 เท่า ณ สิ้นปี 2568
  • อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (ICR): ติดลบที่ (0.22) เท่า สะท้อนว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไม่เพียงพอต่อภาระดอกเบี้ย
  • กระแสเงินสด: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่ระบุว่าจำเป็นต้องพึ่งพากระแสเงินสดจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากการดำเนินงานในการชำระดอกเบี้ย

สรุปท้าย

DHOUSE ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 เผชิญความท้าทายจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงซบเซา ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและรายได้จากการขายบ้านลดลง แม้ว่าธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าจะสามารถสร้างรายได้เติบโตและช่วยพยุงผลประกอบการโดยรวมได้ แต่ภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่ากำไรขั้นต้น ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับกลยุทธ์โครงการให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ และการบริหารจัดการหนี้สินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป ซึ่งนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น