เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ITEL กำไรสุทธิ Q2/69 พลิกบวก 22.24 ล้านบาท รับแรงหนุนติดตั้งโครงข่าย
ข่าวสาร

ITEL กำไรสุทธิ Q2/69 พลิกบวก 22.24 ล้านบาท รับแรงหนุนติดตั้งโครงข่าย

ITEL P/E -100.00 YIELD 0.00
74 นาที 20:33 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 7.21% แต่เฉพาะบริษัทฯ ลดลง 8.92% ฝ่ายบริหารชี้การอ่อนค่าเงินบาทหนุนกำไรอัตราแลกเปลี่ยน

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 710.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิกลุ่มบริษัทพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 22.24 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 13.98 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เฉพาะบริษัทฯ มีรายได้ลดลง 8.92% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 4.40%

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี

หัวใจกำไรของ ITEL ในไตรมาส 2 ปี 2569 มาจากการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  1. รายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย: รายได้ส่วนนี้เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้นถึง 47.03% และเฉพาะบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 30.13% ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการสำคัญหลายโครงการที่เริ่มรับรู้รายได้ เช่น โครงการปรับปรุงระบบสายใยแก้วน าแสงภาคใต้, โครงการเมืองอัจฉริยะด้านการป้องกันความปลอดภัยข่าวสาร, โครงการบริหารจัดการความปลอดภัยในท่าเทียบเรือสาธารณะ และโครงการติดตั้งระบบโครงข่ายโทรคมนาคมการรถไฟแห่งประเทศไทย ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมของกลุ่มบริษัท
  2. กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: กลุ่มบริษัทและบริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ณ วันสิ้นงวด ทำให้บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการแปลงมูลค่าเงินฝากธนาคารที่ได้จากการเพิ่มทุนในสกุลเงินต่างประเทศ ปัจจัยนี้ช่วยสนับสนุนผลกำไรสุทธิโดยรวมของกลุ่มบริษัทให้ดีขึ้น

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่ารายได้จากการติดตั้งโครงข่ายจะเติบโตได้ดีในไตรมาสนี้จากโครงการสำคัญหลายโครงการ แต่รายได้จากงานบริการโครงข่ายของบริษัทฯ เองกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (33.30%) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาด และไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมกลุ่มบริษัทเติบโต 7.21% แตะ 710.66 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น
  • กำไรสุทธิกลุ่มบริษัทพลิกเป็นบวก 22.24 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 13.98 ล้านบาท
  • รายได้เฉพาะบริษัทฯ ลดลง 8.92% เหลือ 512.47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้งานบริการโครงข่ายที่ลดลง 33.30%
  • กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 9.54 ล้านบาท (กลุ่มบริษัท) จากการอ่อนค่าของเงินบาท
  • ต้นทุนงานบริการโครงข่ายมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง เหลือ 2.83% (รวม) และ 3.75% (เฉพาะบริษัทฯ) เนื่องจากโครงการ USO 1 จบไปแล้วแต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • อัตรากำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้น เป็น 17.87% จาก 14.58% ในปีก่อน

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 710.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.21% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น 47.03% อย่างไรก็ตาม รายได้เฉพาะส่วนของบริษัทฯ ลดลง 8.92% เหลือ 512.47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้งานบริการโครงข่ายถึง 33.30% ในขณะที่รายได้จากการให้บริการเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 116.48% จากโครงการให้กับโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง

ในด้านกำไรสุทธิ กลุ่มบริษัทพลิกกลับมามีกำไร 22.24 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 13.98 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการเติบโตของรายได้จากการติดตั้งโครงข่าย แม้ว่าต้นทุนงานบริการโครงข่ายจะยังคงมีแรงกดดันจากโครงการที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่โดยรวมอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นจาก 14.58% เป็น 17.87%

สำหรับผลประกอบการเฉพาะบริษัทฯ กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 4.40% มาอยู่ที่ 20.42 ล้านบาท จาก 21.36 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้จะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนช่วยประคองผลกำไรไว้ได้

โอกาส

  • นโยบาย Digital Economy และ Thailand 4.0: เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม ICT และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ
  • การขยายธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์: การเข้าซื้อกิจการด้านเครื่องมือทางการแพทย์ในปี 2567 เริ่มส่งผลดีต่อรายได้รวมของกลุ่มบริษัท โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
  • การลงทุนในโครงข่ายโทรคมนาคม: การลงทุนในอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตในอนาคต

ความเสี่ยง

  • การพึ่งพิงรายได้จากโครงการติดตั้ง: รายได้จากการติดตั้งโครงข่ายที่เติบโตได้ดีในไตรมาสนี้ แต่มีความไม่แน่นอนในระยะยาว หากไม่มีโครงการขนาดใหญ่เข้ามาต่อเนื่อง
  • รายได้งานบริการโครงข่ายลดลง: การลดลงของรายได้จากธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
  • ต้นทุนงานบริการโครงข่าย: ต้นทุนงานบริการโครงข่ายมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างต่ำ และมีรายการพิเศษที่กดดันอัตรากำไรในไตรมาสนี้
  • ภาระต้นทุนทางการเงิน: กลุ่มบริษัทมีภาระต้นทุนทางการเงินสูงจากการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้งานบริการโครงข่าย: จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ หรือจะยังคงลดลงต่อเนื่อง
  • การบริหารจัดการต้นทุนโครงการติดตั้ง: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการติดตั้งโครงข่าย
  • ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนของค่าเงินบาทจะส่งผลต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคตอย่างไร
  • การเติบโตของธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์: จะสามารถต่อยอดและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มบริษัทได้มากน้อยเพียงใด
  • การลงทุนในโครงข่าย: การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้หรือไม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)

รายได้จากการให้บริการโครงข่าย (Network Services): เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) แต่ในไตรมาสนี้มีรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.30% ทั้งในงบรวมและเฉพาะกิจการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้ของบริษัทฯ แม้ฝ่ายบริหารจะระบุว่ามีต้นทุนโครงการ USO 1 ที่จบไปแล้วแต่ยังมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมส่งมอบงานงวดสุดท้าย ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงเหลือเพียง 3.75% (เฉพาะกิจการ) จาก 13.87% ในปีก่อน

รายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย (Network Installation Services): เป็นส่วนที่เติบโตโดดเด่นในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้น 47.03% และเฉพาะบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 30.13% จากโครงการสำคัญหลายโครงการที่เริ่มรับรู้รายได้ อัตรากำไรขั้นต้นของส่วนนี้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเฉพาะบริษัทฯ อยู่ที่ 28.13% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 17.42% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น หรือลักษณะโครงการที่เปลี่ยนไป

รายได้จากการให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Services): มีสัดส่วนรายได้น้อย แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 50.56% และอัตราการใช้พื้นที่ (Occupancy Rate) สูงถึง 98% ซึ่งเป็นจุดแข็งของธุรกิจนี้

รายได้จากการให้บริการเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical Equipment Services): เป็นธุรกิจที่เพิ่งเข้ามาใหม่จากการซื้อกิจการ แต่สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ได้อย่างรวดเร็วถึง 116.48% ในกลุ่มบริษัท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 17.16%

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน: ยังคงเป็นภาระสำคัญของบริษัทฯ โดยมีต้นทุนทางการเงินรวม 42.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่พึ่งพาหนี้สินค่อนข้างสูง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,998.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.39% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์ถาวรและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมสุทธิเพิ่มขึ้น 329.47 ล้านบาท จากการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพ

หนี้สินรวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 4,780.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.09% โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน (62.37%)

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 5,064.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.95% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.79 เท่า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน และยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดของสถาบันการเงิน

สรุปท้าย

ITEL ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท จากแรงหนุนหลักของรายได้โครงการติดตั้งโครงข่ายที่เติบโตโดดเด่น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากธุรกิจบริการโครงข่ายที่เป็นรายได้ประจำ และภาระต้นทุนทางการเงินที่ยังคงสูง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทิศทางในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาโมเมนตัมของโครงการติดตั้งโครงข่าย และการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจบริการโครงข่าย รวมถึงการต่อยอดธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ให้สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น