SCI พลิกขาดทุนลด 16% Q2/66 รับแรงหนุนงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง
รายได้รวมโต 8.5% หนุนผลประกอบการดีขึ้น แม้บริการชะลอตัว
บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้นจากการรับรู้รายได้งานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลงก็ตาม ภาพรวมนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของธุรกิจที่ยังคงต้องจับตาความคืบหน้าของโครงการต่างๆ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ดีขึ้น คือ การพลิกขาดทุนลดลง 16.36% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11.24% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ใน งานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลง 100% เนื่องจากโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยในประเทศแล้วเสร็จในปี 2565 และโครงการก่อสร้างเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย (โครงการ 500kV) ยังไม่มีความคืบหน้า
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในไตรมาสนี้เป็นผลโดยตรงจากการดำเนินงานในส่วนของงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงที่สามารถรับรู้รายได้ได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนจากการขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากการให้บริการที่หายไปทั้งหมดนั้น เกิดจากการที่โครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยในประเทศได้เสร็จสิ้นไปแล้วในปีที่ผ่านมา และยังไม่มีความคืบหน้าในโครงการ 500kV ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้ในอนาคต
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัด ต้องติดตาม การพลิกขาดทุนลดลงในครั้งนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้งานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการให้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการที่โครงการ 500kV ยังไม่มีความคืบหน้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่ารายได้ในส่วนนี้จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ และงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องเพียงใดในไตรมาสถัดไป
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิลดลง 16.36% จาก 56.94 ล้านบาท ใน Q2/2565 เป็น 47.63 ล้านบาท ใน Q2/2566
- รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.50% จาก 402.04 ล้านบาท ใน Q2/2565 เป็น 436.23 ล้านบาท ใน Q2/2566
- รายได้จากการขายเติบโต 11.24% หนุนโดยงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง
- รายได้จากการให้บริการลดลง 100% เนื่องจากโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยแล้วเสร็จ
- ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.07% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
- สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.47% จาก 2,881.79 ล้านบาท เป็น 2,952.84 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
- หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.46% จาก 1,629.13 ล้านบาท เป็น 1,783.17 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้น จาก 1.30 เท่า เป็น 1.52 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 กลุ่มบริษัท SCI มีรายได้รวม 436.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11.24% จากงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการลดลง 100% เนื่องจากโครงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยแล้วเสร็จในปี 2565 และยังไม่มีความคืบหน้าในโครงการ 500kV ขณะที่ต้นทุนจากการขายเพิ่มขึ้น 5.07% ตามยอดขายที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 47.63 ล้านบาท ลดลง 16.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 56.94 ล้านบาท
โอกาส
- งานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง: การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้เป็นโอกาสสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรับงานและดำเนินโครงการ
- การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต แสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ความเสี่ยง
- ความไม่แน่นอนของโครงการ: การที่โครงการ 500kV ยังไม่มีความคืบหน้า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตหากไม่สามารถผลักดันโครงการให้เดินหน้าได้
- การพึ่งพารายได้จากงานบางประเภท: การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากโครงการที่อาจมีระยะเวลาจำกัด
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น: การเพิ่มขึ้นของ D/E ratio อาจส่งผลต่อความสามารถในการกู้ยืมและต้นทุนทางการเงินในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าของโครงการ 500kV และโอกาสในการได้งานใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า
- แนวโน้มรายได้จากการให้บริการ และการหาโครงการใหม่ๆ มาทดแทน
- การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น เพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บและโอกาสในการด้อยค่า
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเหล็กและอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต
- ความสามารถในการรักษา GPM จากงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง
- Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อที่รอรับรู้รายได้อยู่
- ราคาวัตถุดิบ: มีการกล่าวถึง "วัตถุดิบในการผลิต เช่น เหล็กและอุปกรณ์ไฟฟ้า" ที่เพิ่มขึ้นในส่วนของสินค้าคงเหลือ แต่ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบโดยตรง
- GPM: เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin (GPM) โดยตรง ทำให้ยากต่อการประเมินประสิทธิภาพในการทำกำไรต่อหน่วย
- ส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
- ค่าเงิน: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
- สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากงานที่อยู่ในระหว่างการผลิต รวมถึงวัตถุดิบในการผลิต เช่น เหล็กและอุปกรณ์ไฟฟ้า
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,952.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.47% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการซื้อหน่วยลงทุนและการชำระคืนเงินกู้ ลูกหนี้การค้าลดลงจากการรับชำระค่าสินค้า ส่วนสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากงานที่อยู่ในระหว่างการผลิตและวัตถุดิบ สินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นจากการกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,783.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.46% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและรายได้รับล่วงหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.62% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.30 เท่า เป็น 1.52 เท่า
สรุปท้าย
SCI ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถลดการขาดทุนลงได้จากแรงหนุนของรายได้งานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของโครงการ 500kV และการลดลงของรายได้จากการให้บริการยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฐานะการเงินมีหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง