JUMP+ SCN โอกาสเติบโตจาก บล.โกลเบล็ก
1. ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN เดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญภายใต้โครงการ JUMP+ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมความยั่งยืน โดยเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (Fossil Fuel) ไปสู่พลังงานหมุนเวียนและก๊าซชีวภาพ (Renewable & Bio-energy) อย่างเต็มตัว เป้าหมายระยะยาวคือการพลิกฟื้นผลประกอบการ (Turnaround) ให้กลับมามีกำไร โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ที่ 339 ล้านบาท และ อัตรากำไรสุทธิที่ 8.2% ภายในปี 2571
2. เนื้อหาวิเคราะห์ปัจจุบัน
ปัจจุบัน SCN อยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายจากผลประกอบการที่ติดลบในปี 2568 (กำไรสุทธิ -371.06 ล้านบาท) โดยบริษัทใช้จุดแข็งด้านวิศวกรรมและเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเดิม มาต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีการคัดแยกก๊าซมาใช้ผลิต Bio-LNG/CNG และการขยายฐานธุรกิจโลจิสติกส์ไปสู่การขนส่งสินค้าเฉพาะทาง (Specialized Logistics) เพื่อเพิ่มอัตราการใช้สินทรัพย์ (Asset Utilization) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. Outlook อนาคต & ไทม์ไลน์
มุมมองจาก บล.โกลเบล็ก (รายงานวันที่ 20 พ.ค. 2569) ระบุว่าแผนงานมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับทิศทางพลังงานโลก โดยเน้นการสร้างรายได้จากโครงการใหม่และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- ปี 2569: เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการผลิตไนโตรเจน (ไตรมาส 3), เริ่มสร้างสถานี LNG และดัดแปลงหัวลากเป็น LNG/Hybrid จำนวน 45 คัน, ดำเนินการ Feasibility Study และทำสัญญาจัดหาวัตถุดิบสำหรับโครงการ Bio-LNG/CNG
- ปี 2570: เริ่มผลิตและจำหน่าย Bio-LNG/CNG และ Liquid CO2 (ไตรมาส 1-2), เพิ่มจำนวนการดัดแปลงหัวลากเป็น 60 คัน, มุ่งเน้นการบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบ (Maintenance) เพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้
- ปี 2571: ขยายการลงทุนโรงงาน Bio-LNG/CNG ในพื้นที่ใหม่, ต่อขยายสัญญาซื้อขายก๊าซไนโตรเจน, ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อผลักดันอัตรากำไรสุทธิสู่เป้าหมาย 8.2%
บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตผ่านการเพิ่มปริมาณการจำหน่าย (Volume-driven strategy) และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเสถียรภาพของรายได้ในระยะยาว
4. ข้อสังเกต & ความเสี่ยง
นักลงทุนควรติดตามปัจจัยความเสี่ยงสำคัญ ดังนี้:
- ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี: เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ในเชิงพาณิชย์ หากประสิทธิภาพการผลิตไม่เป็นไปตามสมมติฐาน อาจส่งผลต่อต้นทุนต่อหน่วยและระยะเวลาคืนทุน
- ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก: ความผันผวนของเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐด้านพลังงาน อาจกระทบต่อความต้องการใช้บริการขนส่งและปริมาณการใช้ก๊าซ NGV
- ความเสี่ยงด้านการบริหารต้นทุน: หากการปรับปรุงกระบวนการทำงานไม่เป็นไปตามแผน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขัน
5. สรุป
บล.โกลเบล็ก มองว่า SCN เป็นหุ้นในโครงการ IAA Jump Plus ที่มีโอกาสเติบโตจากแผนการปรับตัวที่ชัดเจน โดยการนำความเชี่ยวชาญเดิมมาต่อยอดในธุรกิจพลังงานสะอาดช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นใหม่ การฟื้นตัวของผลประกอบการจะค่อยเป็นค่อยไปตามการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว