เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TQM เผชิญแรงกดดันระยะสั้น จับตาแผนนำบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้นหนุนอนาคต
ข่าวสาร

TQM เผชิญแรงกดดันระยะสั้น จับตาแผนนำบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้นหนุนอนาคต

TQM P/E 11.55 YIELD 8.14
2 อาทิตย์ 03:46 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ: มุมมองเชิงลบต่อกำไรระยะสั้น แต่ยังโดดเด่นด้านเงินปันผล

บล.กสิกรไทย (KS) ออกบทวิเคราะห์ บมจ. ทีคิวเอ็มอัลฟา (TQM) โดยมีมุมมอง "เชิงลบเล็กน้อย" ต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 เนื่องจากคาดการณ์กำไรจะชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงความน่าสนใจในฐานะหุ้นปันผลสูง โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ระดับ 7.5% - 8.2% ต่อปี พร้อมวางราคาเป้าหมายไว้ที่ 15.90 บาท

วิเคราะห์เนื้อหา: ปัจจัยกดดันรายได้และแผนกลยุทธ์ในอนาคต

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า TQM จะเผชิญแรงกดดันทั้งด้านยอดขายและอัตรากำไรในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 โดยรายได้ค่านายหน้ามีแนวโน้มหดตัวจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ยอดขายประกันรถยนต์ที่ชะลอตัว, การแข่งขันในตลาดที่รุนแรง และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเลือกประกันภัยชั้นที่ต่ำลง (เช่น ชั้น 2+, 3+) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ยังส่งผลเสียต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากประกันกลุ่มนี้สร้างรายได้ค่านายหน้าน้อยแต่มีต้นทุนการขายที่สูงใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ส่งผลให้ KS ตัดสินใจ ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2571 ลง เพื่อสะท้อนความอ่อนแอของยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลง

ข้อสังเกต: โอกาสจากการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน

แม้ผลประกอบการหลักจะเผชิญความท้าทาย แต่ TQM มีแผนเชิงรุกในการนำบริษัทย่อย 2 แห่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปี 2569 ซึ่งถือเป็น ผลบวก ในการเพิ่มโอกาสเติบโตและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการประเมินมูลค่าเงินลงทุนใหม่เข้ามาในงบการเงิน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่ได้นำมูลค่าส่วนเพิ่มนี้มารวมในราคาเป้าหมาย เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินมูลค่าที่ชัดเจนได้ในขณะนี้

ส่วนสรุป: กลยุทธ์การลงทุนเน้นรับปันผล

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KS แนะนำให้มอง TQM เป็นหุ้นปันผลที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2569-2571 อยู่ที่ 1.00, 1.08 และ 1.11 บาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ระดับ 84-85% ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการนำบริษัทย่อยเข้าตลาดฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น