เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SC Asset ลุ้นผลงานฟื้นตัวแรงครึ่งปีหลัง รับอานิสงส์เปิดตัวคอนโดใหม่และรายได้ประจำโตเด่น
ข่าวสาร

SC Asset ลุ้นผลงานฟื้นตัวแรงครึ่งปีหลัง รับอานิสงส์เปิดตัวคอนโดใหม่และรายได้ประจำโตเด่น

SC P/E 4.97 YIELD 8.38
9 วัน 03:40 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ: จับตาการเติบโตจากโครงการขนาดใหญ่และรายได้ประจำ

บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) เตรียมเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการขนาดใหญ่ 2 แห่ง ย่านบางโพและพระราม 4 มูลค่ารวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายและรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจรายได้ประจำ (Recurring Income) ยังโชว์ฟอร์มแกร่งเติบโตถึง 80% ในไตรมาส 1/2569 จากธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นสัดส่วนกำไรหลัก 20-30% ในอนาคต

วิเคราะห์เจาะลึก: ผลประกอบการไตรมาส 1 และทิศทางปี 2569

บล.กสิกรไทย (KS) ระบุว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยกำไรคิดเป็น 7% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนความคืบหน้าของกำไรที่ยังจำกัดในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป จากการโอนคอนโดมิเนียมมูลค่า 4.3 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 2-4 ของปีนี้ โดยมีโครงการหลักอย่าง SC ASSET เกษตร-ศรีปทุม และรัชดา-พระราม 9 เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมตั้งเป้าขยายพื้นที่คลังสินค้าแตะ 2 แสนตารางเมตรภายในสิ้นปีนี้

ข้อสังเกต: ความท้าทายในตลาดแนวราบและการปรับกลยุทธ์

แม้ธุรกิจรายได้ประจำจะเติบโตโดดเด่น แต่ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุล ส่งผลให้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจแนวราบในไตรมาส 1/2569 ลดลงเหลือ 24.9% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2564-2568 ที่ 29.0% ทั้งนี้ SC ได้แก้เกมด้วยการทำตลาดเชิงรุกและเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ 8 ซีรีส์ภายในโครงการเดิม ซึ่งฝ่ายบริหารมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ให้กลับมาแข็งแกร่งขึ้น

สรุปคำแนะนำการลงทุน: คงมุมมองเชิงบวก

บล.กสิกรไทย คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 2.40 บาท โดยมองว่าจุดเด่นอยู่ที่การเติบโตของรายได้ประจำที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของยอดโอนคอนโดมิเนียมในช่วงที่เหลือของปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก Dividend Yield ที่น่าสนใจอยู่ที่ 8.6% รวมถึงโอกาสในการเพิ่มมูลค่าจากการขายสินทรัพย์หรือการจัดตั้ง JV ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับกระแสเงินสดและผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น