จับตา NEO ผลงานไตรมาส 2 ฟื้นตัวเด่น โบรกฯ คงคำแนะนำถือรับปันผล
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากแคมเปญ "ไทยช่วยไทย" ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศ และการปรับสมดุลกระบวนการผลิตเพื่อรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน แม้ภาพรวมผลการดำเนินงานจะเริ่มเห็นสัญญาณบวก แต่โบรกเกอร์ยังคงแนะนำให้ติดตามทิศทางต้นทุนอย่างใกล้ชิด
วิเคราะห์ผลประกอบการและมุมมองโบรกเกอร์
บริษัทหลักทรัพย์ FSSIA ประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 136 ล้านบาท (+42.7% จากไตรมาสก่อน และ +69.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 107 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากยอดขายที่เติบโตทั้งในช่องทางดั้งเดิม (Traditional Trade) และช่องทางสมัยใหม่ (Modern Trade) รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดเวียดนามและลาว ทั้งนี้ FSSIA ได้คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 18.5 บาท อ้างอิงวิธีคิดจากค่า PE ที่ 13 เท่า
ข้อสังเกตด้านต้นทุนและการบริหารจัดการ
แม้บริษัทจะเผชิญกับความท้าทายจากราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น 20–30% ในไตรมาส 2/2569 และราคาวัตถุดิบที่ยังคงมีความผันผวน แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต และการปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าในบางรายการ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเหลือ 30.6% จาก 33.0% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากมีการลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น้อยลง
สรุปภาพรวมการลงทุน
สำหรับภาพรวมปี 2569 โบรกเกอร์คาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 425 ล้านบาท โดยสถานะทางการเงินของบริษัทถือว่ายังแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 0.55 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ทั้งนี้คาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่ 0.71 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 4% โดยนักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหากต้นทุนบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบเริ่มนิ่ง ผลประกอบการในไตรมาส 4/2569 และปี 2570 มีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง