บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SAMART: หุ้นน่าสะสม! หยวนต้าชี้เป้าราคาเหมาะสม 8.35-8.94 บาท
P/E 9.95 YIELD 4.30 ราคา 5.60 (-0.88%)
บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เตรียมรับทรัพย์! หยวนต้าแนะสะสม มองผลประกอบการฟื้นตัว ราคาหุ้นน่าสนใจ
ไฮไลท์สำคัญ
- หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติ Q1/26 ของ SAMART ที่ 161 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
- SAMTEL ชนะงานระบบ ERP ของ Airports of Thailand มูลค่า 1.5 พันล้านบาท หนุนการเติบโตในอนาคต
- TEDA บริษัทย่อยของ SAMART มีโอกาสได้ส่วนแบ่งงาน 10% จากโครงการ Substation Transmission และ Underground Cable มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท
- SAV ยังมีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่อง และมีโอกาสเติบโตผ่าน M&A
วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้ม
หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติ 1Q26 ของ SAMART อยู่ที่ 161 ล้านบาท (-9% QoQ, -13% YoY) สาเหตุหลักมาจากการเลื่อนรับรู้รายได้บางโครงการของ SAMTEL อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับฐานกำไรที่สูงใน 1Q25 และ 4Q25 ระดับกำไรปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แรงกดดันหลักมาจากจังหวะการรับรู้รายได้โครงการที่ล่าช้าชั่วคราวมากกว่าสะท้อนการชะลอตัวของธุรกิจ การชนะงานใหม่และระดับ Backlog ที่ยังสูงต่อเนื่องสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตในระยะถัดไป
ปัจจัยบวกที่ต้องติดตามคือ SAMTEL ชนะงานระบบ ERP ของ Airports of Thailand มูลค่าราว 1.5 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนความต่อเนื่องของงานภาครัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ หยวนต้าคาดว่าการเปิดประมูลโครงการจะเร่งตัวขึ้นในช่วง 2H26 นอกจากนี้ TEDA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SAMART ที่เชี่ยวชาญงาน Substation Transmission และ Underground Cable มีโอกาสได้รับประโยชน์จากโครงการที่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดรวมไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทในระยะถัดไป โดยบริษัทมีโอกาสได้ส่วนแบ่งงานราว 10% ของมูลค่ารวม ขณะที่ SAV ยังมีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่อง และมี upside เพิ่มเติมจากโอกาสการเติบโตผ่าน M&A
ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง
ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่อาจกระทบ SAV รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งกดดันต้นทุนของกลุ่มสายการบิน อย่างไรก็ดี หยวนต้ามองว่าทั้งสองปัจจัยเริ่มผ่านจุดกดดันสูงสุดไปแล้ว และจนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบต่อปริมาณการเดินทางทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
หยวนต้ายังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการ แต่หากอิงสมมติฐาน PER เชิงอนุรักษ์นิยมที่ 12 เท่า จะได้กรอบมูลค่าเหมาะสมที่ 8.35–8.94 บาทต่อหุ้น ในเชิงกลยุทธ์ หยวนต้ามองว่าราคาหุ้นเริ่มกลับมาน่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม โดยคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มเข้าสู่รอบฟื้นตัวหลังผ่าน 1Q26 เป็นต้นไป กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือทยอยสะสมบางส่วนก่อน และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหลังประกาศงบ 1Q26 เพื่อรอการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี 2026