KC ขาดทุนบาน! Q1/69 รายได้หด ขาดทุนพุ่ง 30% คดีความรุมเร้า ฉุดงบดิ่ง
ไฮไลท์สำคัญ:
บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (KC) ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้รวมลดลง 46.71% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 30.77% ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้อื่น ๆ และภาระจากคดีความที่ยังดำเนินอยู่
รายได้ที่ลดลงและกำไรที่หายไป:
ในไตรมาสนี้ KC มีรายได้รวมเพียง 2.94 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 7.75 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ถึงแม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้น 2.38 ล้านบาท จากการขายโครงการแนวราบ และรายได้จากธุรกิจให้เช่าและการให้บริการเพิ่มขึ้น 0.56 ล้านบาท จากการเปิดใช้อาคารสำนักงานให้เช่า แต่รายได้อื่น ๆ กลับลดลงอย่างมากถึง 6.56 ล้านบาท เนื่องจากการขยายสัญญาเช่าที่ดินและอาคารในปีก่อน
นอกจากนี้ ต้นทุนขายยังเพิ่มขึ้น 2.29 ล้านบาทตามรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และต้นทุนจากธุรกิจให้เช่าและการให้บริการอยู่ที่ 2.16 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าเสื่อมราคาของอาคารสำนักงาน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 4.11 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 1.62 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินสัญญาเช่า
สินทรัพย์และหนี้สินที่เปลี่ยนแปลง:
สินทรัพย์รวมของ KC เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 9.31 ล้านบาท คิดเป็น 1.18% เป็น 797.95 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 13.04 ล้านบาทจากการกู้ยืมระยะสั้น ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 32.74 ล้านบาท คิดเป็น 4.73% เป็น 725.11 ล้านบาท โดยมีหนี้สินผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น 7.33 ล้านบาทจากการบันทึกดอกเบี้ย และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทอื่นเพิ่มขึ้น 25.00 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 23.43 ล้านบาท คิดเป็น 24.34% เหลือเพียง 72.84 ล้านบาท
วิกฤติคดีความ:
สิ่งที่น่ากังวลคือ KC ยังคงมีคดีความหลายคดีที่ยังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและฐานะทางการเงินของบริษัทฯ โดยเฉพาะคดีแพ่งเกี่ยวกับการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่บริษัทฯ เป็นโจทก์ และคดีผู้บริโภคที่ลูกบ้านฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้บริษัทฯ ชดใช้ค่าเสียหาย บริษัทฯ ได้บันทึกประมาณการหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากคดีความในงบการเงินแล้ว
สรุป:
โดยสรุปแล้ว ในไตรมาส 1 ปี 2569 KC เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก จากรายได้ที่ลดลงและขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และให้เช่าเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้อื่นได้ นอกจากนี้ บริษัทยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากคดีความที่ยังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต