https://aio.panphol.com/assets/images/community/16927_510643.png

ธนาคารไทยเครดิตปี 2568: กำไรพุ่ง 11% สู่สถิติใหม่ 4,178 ล้านบาท

P/E 5.26 YIELD 5.73 ราคา 17.10 (0.00%)

ธนาคารไทยเครดิตปี 2568: กำไรพุ่ง 11% สู่สถิติใหม่ 4,178 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ธนาคารไทยเครดิตพลิกโฉมภาพรวมธุรกิจด้วยยอดกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้นถึงระดับใหม่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท — **4,178 ล้านบาท** โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (พ.ศ. 2567) ถึงอัตรา **+11%** เรียบเรียงเป็นเส้นทางการเติบโตที่มั่นคงกว่าเดิมอย่างชัดเจน แม้ยอดรายได้รวมยังไม่ระบุในข้อมูล แต่ตัวเลขที่สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจกลับปรากฏชัดเจนผ่านตัวชี้วัดสำคัญ เช่น การลดอัตราส่วนหนี้สินไม่ชำระได้ (NPL Ratio) จากระดับ **4.5%** เป็นไปอยู่ที่ **4.2%** พร้อมทั้งเพิ่มอัตราคุ้มครองหนี้สิน (NPL Coverage) จาก **148%** สูงถึง **158%** ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายสำหรับคาดการณ์หนี้สิน (ECL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงระดับ **22.3%**

นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข — มันคือบทพิสูจน์ว่าธนาคารไทยเครดิตกำลังเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์จาก “ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม” มาเป็น “ปล่อยอย่างมีความรับผิดชอบ” อย่างแท้จริง

"เราไม่ได้แค่ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม — เราปล่อยให้มั่นคง"
กลยุทธ์ Double-Digital Growth เริ่มเด่นชัดขึ้นในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน Alpha SME และระบบ Call Banking เทียม ซึ่งช่วยเพิ่ม Engagement ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เคยถูกละเลยมาก่อนหน้านี้

แต่ความสำเร็จที่มองเห็นชัดเจนยังคงมาพร้อมกับความท้าทาย — โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 เมื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expense) เต็มเปี่ยมขึ้นถึงระดับสูงสุด ส่งผลให้อัตราส่วน Cost-to-Income Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ **43.6%**

"เราลงทุนในคนมากกว่าเทคโนโลยี — และนั่นคือความเสี่ยงที่ต้องจัดการ"
ส่วนผลประกอบการรายละเอียดแสดงให้เห็นว่า Core Profit เพิ่มขึ้นมาถึง **1,890 ล้านบาท** ในปีนี้ ส่งผลให้ภาพรวมของกำไรบริสุทธิ์แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ Non-Core Income กลับลดลงมาเหลือเพียง **-420 ล้านบาท** จากการปรับโครงสร้างสาขาและการลงทุนในระบบดิจิทัล

แนวโน้มในปีต่อไป (พ.ศ. 2569) ก็ยังคงเด่นชัด — โดยเป้าหมายคือการควบคุม NPL Ratio ต่ำกว่า **1.5%** และเพิ่ม ROE มาอยู่เหนือระดับ **17%** ในขณะที่การเติบโตของสินเชื่อโดยรวมคาดว่าจะขยายตัวถึงระดับ **+10–15%** โดยเน้นกลุ่มไมโครและนาโนในภาคบุคคล

"เราไม่เพียงแต่เติบโต — เราเติบโตอย่างมีคุณภาพ"
แม้เศรษฐกิจโลกยังคงไม่มั่นคง และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังต่ำกว่าระดับนานาชาติ แต่ธนาคารไทยเครดิตยังคงยืนหยัดอยู่บนฐานความมั่นคงทางธุรกิจที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น SME Boost และโครงการค้ำประกันจาก FIDF

ในโลกที่ความเสี่ยงเต็มไปหมด ธนาคารไทยเครดิตเลือกใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ — โดยเฉพาะการวิเคราะห์ NPL Coverage และ ROE ที่ยังคงอยู่เหนือระดับปลอดภัย

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • คำถาม: กำไรเพิ่มขึ้นถึง 11% จากอะไร?
    คำตอบ: จากการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการลด NPL Ratio จาก 4.5% เป็น 4.2% และเพิ่ม NPL Coverage จาก 148% เป็น 158%
  • คำถาม: Cost-to-Income Ratio สูงขึ้นถึง 43.6% แล้วจะกลับมาต่ำได้ไหม?
    คำตอบ: แม้จะสูงในไตรมาสที่ 4 จากการเพิ่มพนักงาน RM และ Collection แต่ธนาคารมองว่าจะลดลงในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างสาขาปรับเปลี่ยนไปสู่ Business Center
  • คำถาม: การเติบโตของสินเชื่อในปี 2569 จะมาจากไหน?
    คำตอบ: จากกลุ่มไมโครเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะ Nano Finance และสินเชื่อบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจาก Digital Transformation
  • คำถาม: ROE เท่ากับ 16.3% ในปีนี้แล้วจะพุ่งถึง 17% ในปีหน้าได้ไหม?
    คำตอบ: เป็นไปได้ โดยอาศัยการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด