https://aio.panphol.com/assets/images/community/16724_7F6F89.png

CHASE กำไรลดลง 9.7% พลิกฟื้นแผน "เร่งเจรจาหนี้" ไตรมาสแรกปีงบ 2569

P/E 417.70 YIELD 0.00 ราคา 0.47 (0.00%)

CHASE กำไรลดลง 9.7% พลิกฟื้นแผน "เร่งเจรจาหนี้" ไตรมาสแรกปีงบ 2569

รายได้รวม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ลดลง 9.2% จาก 737,515 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 812,000 ล้านบาท

ธุรกิจหลัก AMC ส่งผลให้รายได้ลดลงถึง 11.2% จาก 515,000 ล้านบาท เป็น 580,000 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า

กำไรสุทธิ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อยู่ที่ 20,202 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 22,400 ล้านบาท ลดลง 9.7%

ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 43.5% จาก 26,000 ล้านบาท เป็น 37,300 ล้านบาท

สินทรัพย์ด้วยคุณภาพสุทธิ ลดลงเล็กน้อยจาก 2,100 ล้านบาท เป็น 2,052 ล้านบาท (ลด 2.3%)

ธุรกิจบริการติดตามทวงถาม เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.2% จาก 178,000 ล้านบาท เป็น 194,500 ล้านบาท

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน เหลือที่ 47.4% จากปีก่อนหน้าที่ 47.8% (ลดลง 0.4%)

อัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 16.5% เป็น 16.8%

จุดเปลี่ยนสำคัญ: พลิกกลยุทธ์ "เร่งเจรจาหนี้"

  • ปรับโครงสร้างพอร์ตหนี้ และเน้นใช้ "Selective Litigation" เพื่อลดภาระหนี้และเร่งเก็บรายได้
  • เริ่มทดสอบใช้ AI ช่วยบริหารงานหลังบ้าน เช่น การแปลงเอกสารคำพิพากษา
  • ยังไม่มีผลต่อ "กำไรโดยตรง" เนื่องจากรอการประเมินตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้

สิ่งที่ต้องจับตาดูในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2569

  1. ECL หากยังคงเพิ่มขึ้น จะกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอาจกระทบกำไร
  2. นโยบายรัฐ การช่วยเหลือลูกหนี้อาจชะลอพฤติกรรมชำระหนี้
  3. การแข่งขันจากคู่แข่ง ที่เริ่มนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้

สรุปใจความสำคัญ

CHASE เผชิญแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจหลักลดลงอย่างชัดเจน และ ECL เพิ่มขึ้นสูงถึง 43.5% แต่มีแผนฟื้นฟูผลประกอบการโดยเน้น "เร่งเจรจาหนี้" และใช้เทคโนโลยี AI เพื่อปรับโครงสร้างพอร์ตหนี้ โดยคาดว่าจะเห็นภาพดีขึ้นอย่างชัดเจนใน ไตรมาสแรกปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โพสต์ล่าสุด