บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
BTG: เบทาโกร กำไรปี 2568 โตแรง แต่ปี 2569 อาจไม่ร้อนแรงอย่างที่คิด
P/E 6.22 YIELD 6.89 ราคา 21.80 (0.00%)
BYD ปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" แม้กำไรปี 2568 โต 171% แต่ปี 2569 อัตรากำไรขั้นต้นอาจชะลอตัว
ไฮไลท์สำคัญ:
BETAGRO (BTG) รายงานกำไรปี 2568 ที่ 6.59 พันล้านบาท โตถึง 171% จากปีก่อนหน้า หนุนโดยรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 7% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจาก 13.5% เป็น 16.9% อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ BYD มองว่าปี 2569 BTG อาจเผชิญความท้าทายจากราคาสุกรที่ปรับตัวลงและต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น
ผลประกอบการปี 2568: ฟื้นตัวตามราคาสุกร
กำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2568 เป็นผลมาจากราคาสุกรในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ราคาสุกรเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้น 5% นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง และยอดส่งออกไปยังทวีปยุโรปและสหราชอาณาจักรที่เติบโตขึ้น ก็เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการเช่นกัน ผู้บริหาร BTG ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 3-7% โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ ปรับสัดส่วนสินค้าและช่องทางจัดจำหน่าย และปรับปรุงโครงสร้างต้นทุน
ความท้าทายในปี 2569: ต้นทุนสูง ราคาขายลด
BYD ชี้ว่าราคาสุกรได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในช่วงกลางปี 2568 และกำลังปรับฐานลงมา ทำให้ราคาเฉลี่ยในปี 2569 มีโอกาสต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยต้นทุนถั่วเหลืองถูกกระทบจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนข้าวโพดสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลง ภาวะ "ต้นทุนวัตถุดิบขยับขึ้น ในขณะที่ราคาขายหน้าฟาร์มลดลง" นี้ จะเป็นแรงกดดันทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2569 อาจไม่สูงเท่าปีที่ผ่านมา
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย:
BYD ปรับคำแนะนำสำหรับ BTG เป็น "ถือ" จากเดิม "ซื้อ" โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 21.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 8.0 เท่า แม้ว่าบริษัทจะมีโครงการซื้อหุ้นคืนในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท แต่ BYD มองว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นรับข่าวผลประกอบการปี 2568 ที่ฟื้นตัวไปแล้ว และมี upside จำกัด