บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
RT ปี 2568: รายได้ทะลุ 3,496 ล้าน กำไรขั้นต้นยังคงมั่นคง แม้กำไรสุทธิเพียง 12 ล้าน — เปิดแผนขยายพลังงานสะอาดใน 3–5 ปี
P/E 33.18 YIELD 0.00 ราคา 0.26 (0.00%)
RT ปี 2568: รายได้ทะลุ 3,496 ล้าน กำไรขั้นต้นยังคงมั่นคง แม้กำไรสุทธิเพียง 12 ล้าน — เปิดแผนขยายพลังงานสะอาดใน 3–5 ปี
บริษัทไร้ท์ทันเน็ลลิ่งจำกัด(มหาชน) หรือ RT โชว์ผลงานไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2568 ด้วยรายได้รวมสูงถึง 3,496 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิจะอยู่ที่เพียง 12 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.3% ก็ตาม แต่ภาพรวมกลับสะท้อนความมั่นคงในธุรกิจหลักที่เน้นงานโครงสร้างใต้ดินและอุโมงค์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการสำคัญอย่าง อุโมงค์รถไฟทางคู่เชียงราย อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีพัฒนา และอุโมงค์ปปมหาสวรรค์ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากงานนี้ถึง 1,913 ล้านบาท หรือคิดเป็น 55% ของรายได้รวมทั้งหมด
“แม้กำไรสุทธิจะต่ำ แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังรักษาไว้ได้ที่ 12.2% — นั่นคือเครื่องหมายของความมีวินัยทางการเงินที่แท้จริง”
บริษัทมี Backlog ณ สิ้นปี 2568 สูงถึง 6,428 ล้านบาท ซึ่งเกือบ 70% มาจากโครงการภาครัฐที่มีระยะเวลาดำเนินงานยาวนาน 5–10 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นในความสามารถในการบริหารจัดการงานเฉพาะทางอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้ระบบติดตามต้นทุนแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นไม่ให้ต่ำกว่า 16% ได้อย่างเข้มงวด แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น อุทกภัยปลายปี 2564 ที่ส่งผลให้รายได้ไตรมาสแรกของปี 2565 ลดลง และกระทบต่อกำไรขั้นต้นในช่วงดังกล่าว
“การบริหารงานอุโมงค์ไม่ใช่แค่ฝีมือ แต่คือการควบคุมต้นทุนทุกวัน — เราทำได้ เพราะเรามีระบบเรียลไทม์”
ในส่วนของธุรกิจ Core รายได้รวมอยู่ที่ 3,451 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99% ของยอดขายทั้งหมด โดยแบ่งเป็นงานอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน 1,913 ล้านบาท เขื่อนและระบบชลประทาน 360 ล้านบาท โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 608 ล้านบาท และการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน 138 ล้านบาท ส่วน Non-Core Business อยู่ที่ 431 ล้านบาท หรือ 13% ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งเน้นในงานเฉพาะทางที่มีความชำนาญสูง
“เราไม่รับงานทุกอย่าง — เราเลือกเฉพาะงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นไม่น้อยกว่า 16% และผ่านการประเมินความเสี่ยงจากคณะกรรมการ”
สำหรับแผนปี 2569 บริษัทประกาศเป้าหมายเติบโตรายได้ 12–15% โดยมีแผนประมูลงานรวมมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านบาท ซึ่งเน้นงานอุโมงค์รถไฟทางคู่ อุโมงค์ระบายน้ำ และอุโมงค์ไฟฟ้า โดยมีความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักร และเทคโนโลยีรองรับอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็เร่งขยายธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านบริษัทลูก RT Geothermal ซึ่งมีแผนดำเนินงานจริงในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า โดยเน้น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลสำหรับนิคมอุตสาหกรรม การติดตั้งระบบทำความเย็นใต้พิภพ (Geothermal Cooling) และการผลิตกระแสไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ (Hydrothermal Power Generation)
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- กลยุทธ์หลักปี 2569? เติบโตรายได้ 12–15% โดยเน้นงานอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดินที่มีความชำนาญสูง และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 16%
- แผนประมูลงานปี 2569? มีแผนประมูลรวม 20,000 ล้านบาท โดยเน้นงานอุโมงค์รถไฟทางคู่ อุโมงค์ระบายน้ำ และอุโมงค์ไฟฟ้า
- ผลกระทบจากภัยสงคราม? มีผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น บริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหาผู้จัดจำหน่ายที่ให้ราคาผ่อนปรนได้มากที่สุด
- นโยบายรับงาน? งานต้องมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่น้อยกว่า 16% และต้องมีแผนบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจน คณะผู้บริหารต้องประเมินก่อนเสนอราคา
- ผลกระทบจากน้ำท่วมปลายปี 2564? มีผลต่อกำไรขั้นต้นในไตรมาสแรกของปี 2565 เนื่องจากกระทบโครงการภาคเหนือและกลาง แต่บริษัทปรับแผนดำเนินงานและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กลยุทธ์ควบคุมต้นทุน? ใช้ระบบติดตามต้นทุนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ตรวจสอบรายวันและปรับแผนได้ทันที
- แผนธุรกิจ RT Geothermal? มุ่งเน้น 3 ธุรกิจหลัก: พัฒนาแหล่งน้ำบาดาล, ระบบทำความเย็นใต้พิภพ, และผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ โดยมีแผนดำเนินงานจริงใน 3–5 ปีข้างหน้า
- ความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกังวล? ความไม่แน่นอนจากภัยสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจกระทบต่อการนำเข้าวัสดุก่อสร้างและแรงงาน
ทั้งหมดนี้ สะท้อนภาพของบริษัทที่ไม่ได้แค่เติบโตด้วยปริมาณงาน แต่เติบโตอย่างมีวินัย มีระบบ และมีเป้าหมายระยะยาวชัดเจน — จากงานก่อสร้างใต้ดินสู่พลังงานสะอาดในอนาคต