บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ABM ปี 68 รายได้ลด 22% เหลือ 2,000 ล้าน แต่ไตรมาส 4 กลับมาฟื้นตัวด้วยการบริหารสต็อก-ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.44 (2.33%)
ABM ปี 68 รายได้ลด 22% เหลือ 2,000 ล้าน แต่ไตรมาส 4 กลับมาฟื้นตัวด้วยการบริหารสต็อก-ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เอเชียไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2568 ด้วยตัวเลขที่สะท้อนความท้าทายอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมลดลงถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากระดับ 2,551 ล้านบาท เหลือเพียง 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากภาวะชะลอตัวของตลาดส่งออกและแรงกดดันจากความผันผวนของราคาทรพีดุ เช่น ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) และกำไรสุทธิยังคงอยู่ในระดับลบ แม้บริษัทจะไม่เปิดเผยตัวเลขเฉพาะเจาะจง แต่การลดลงของรายได้ในระดับนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่สะท้อนถึงความอ่อนไหวของโมเดลธุรกิจต่อสภาพเศรษฐกิจโลก
“จุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่ใช่การฟื้นตัวของตลาด แต่คือการปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ — และนั่นคือสิ่งที่เริ่มเห็นผลในไตรมาส 4”
แม้จะเผชิญกับภาวะถดถอย แต่ ABM กลับโชว์ศักยภาพในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในไตรมาสที่สี่ของปี ที่บริษัทเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนและลดภาระทางการเงินจากการถือครองสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น ด้วยการปรับนโยบายบริหารสต็อกให้สอดคล้องกับรอบการขายมากขึ้น และใช้กลไก “แบ็คทูแบ็คออเดอร์” หรือการจับคู่ผู้ซื้อ-ผู้ขายล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการ Write Down สินค้าคงคลัง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดต้นทุนทางบัญชีและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
“การบริหารสต็อกไม่ใช่แค่เรื่องคลังสินค้า แต่คือการจัดการความเสี่ยงทางราคาในตลาดพลังงานชีวมวล — และ ABM กำลังทำมันได้ดีขึ้นทุกเดือน”
บริษัทยังเน้นย้ำถึงแผนการเพิ่มสัดส่วนของสินค้า RDF (Refuse Derived Fuel) ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีข้อกำหนดด้านคาร์บอนฟุตพรินต์ที่เข้มงวด ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดลงของราคาสินค้าหลัก และเปิดโอกาสให้ ABM เดินหน้าขยายตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แม้จะยังไม่มีแผนการส่งออกอย่างเป็นทางการในไตรมาสแรก แต่บริษัทระบุชัดเจนว่าทั้งสองตลาดมีศักยภาพสูง และจะพิจารณาขยายต่อเมื่อประเมินราคาและระดับการแข่งขันได้อย่างรอบคอบ
“เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายให้มากขึ้น แต่คือขายสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น — และนั่นคือหัวใจของกลยุทธ์ระยะยาว”
ในช่วงครึ่งปีหลัง ABM วางแผนเร่งด่วนหลายประการ เพื่อกลับมาทำกำไรขั้นต้นและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงชีวมวลใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบ และปรับรูปแบบสัญญาซื้อขายให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาตลาด พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจจาก “ปริมาณ” สู่ “คุณภาพ” และ “ประสิทธิภาพ”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ABM รายได้ลดลง 22% จาก 2,551 ล้านบาท เหลือ 2,000 ล้านบาท — นี่คือตัวเลขที่ต้องจับตาหรือไม่?
ใช่ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความอ่อนไหวของบริษัทต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดส่งออก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการฟื้นตัวในไตรมาส 4 ที่แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การบริหารต้นทุนและสต็อกเริ่มให้ผลลัพธ์ - ทำไมบริษัทถึงเน้น RDF มากขึ้น?
RDF มีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าหลัก และตรงกับเทรนด์พลังงานสะอาดของตลาดยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ - การบริหารสต็อกแบบ “แบ็คทูแบ็คออเดอร์” คืออะไร?
คือการจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายล่วงหน้าก่อนการผลิตหรือจัดส่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการถือครองสินค้าคงคลัง และป้องกันการ Write Down จากราคาตลาดที่ตกต่ำ - เป้าหมายกำไรในปี 2569 คือเท่าไร?
บริษัทยังไม่เปิดเผยตัวเลขเป้าหมายกำไรเฉพาะเจาะจง แต่ชี้ชัดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาทำกำไรได้ในปี 2569 หากกลยุทธ์บริหารต้นทุนและสต็อกดำเนินผลสำเร็จต่อเนื่อง - ค่าขนส่งและราคาน้ำมันมีผลต่อ ABM แค่ไหน?
เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทรพีดุผันผวน ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและราคาขายสินค้า บริษัทจึงต้องปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน