บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SFT เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้ทะลุ 1,052.8 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 6.1% พร้อมเปิดประตูสู่ SME ด้วย Flexo
P/E 11.29 YIELD 4.07 ราคา 1.72 (0.00%)
SFT เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้ทะลุ 1,052.8 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 6.1% พร้อมเปิดประตูสู่ SME ด้วย Flexo
บริษัทชิงเฟก(ไทย)จำกัดมหาชน (SFT) ปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยสามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 1,052.8 ล้านบาท หรือเติบโต 7.6% เทียบกับปีก่อน จากยอด 953.0 ล้านบาท พร้อมพลิกฟื้นสู่กำไรสุทธิ 64.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 37.9 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มจาก 3.97% เป็น 6.1% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นก้าวกระโดดจาก 20.0% เป็น 21.1% แสดงถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่เหนือชั้น
"เราไม่ได้แค่เติบโต แต่เติบโตอย่างมีโครงสร้างและมีคุณภาพ — รายได้เพิ่มขึ้น กำไรขยายตัว และฐานลูกค้าหลากหลายขึ้น"
จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการลงทุนเครื่องพิมพ์ระบบ Flexo ซึ่งเปิดประตูสู่กลุ่มลูกค้า SME ที่เคยเข้าไม่ถึงเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอุปโภคบริโภคที่ต้องการปรับ SKU หรือเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์คือ ยอดขายจาก Flexible Packaging เติบโตแรงถึง 12.4% YoY สูงกว่า Core Business ที่เติบโตเพียง 7.6% และแม่พิมพ์สนับสนุนระบบ Gravia ก็ขยายตัวได้ 10.3% YoY สะท้อนว่าเทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นหัวใจของการเติบโตในอนาคต
"กลยุทธ์ Maximizing Capacity for Profit Maximization ไม่ใช่แค่คำพูด — มันคือการลงทุนที่เห็นผลในทุกตัวเลข"
แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โลกที่ผันผวน เช่น การขัดแย้งพลังงานที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน และการปิดด่านชายแดนกัมพูชา กระทบยอดขายช่วงไตรมาสสุดท้าย แต่ SFT ยังสามารถรักษาฐานลูกค้ารายใหญ่ไว้ได้ถึง 51.9% ของพอร์ตยอดขาย พร้อมกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและเล็กอย่างมีเป้าหมาย โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Packaging และ Premium Product Special Printing ที่สอดคล้องกับเทรนด์โลก พร้อมเตรียมนำเสนอ Monomaterial และ Paper Packaging ให้ลูกค้ารายใหญ่และ SME ในไตรมาสแรกของปี 2569
"ความเสี่ยงไม่ใช่จุดจบ — มันคือจุดเริ่มต้นของการวางแผนที่ดีกว่า"
ในแง่การบริหารจัดการ บริษัทใช้ระบบ forecasting และ inventory management อย่างเข้มงวด พร้อมมีแผนสำรองวัตถุดิบสำคัญ เช่น ROB และโซลแบร์ด แม้จะเผชิญภาวะขาดแคลนในบางช่วง แต่ก็สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้เครื่องพิมพ์ Flexo ที่ไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ทำให้สามารถรองรับลูกค้าที่ต้องการสลับจาก Gravia มาใช้ระบบใหม่ได้ทันที นอกจากนี้ บริษัทยังมีความยืดหยุ่นในการเจรจาปรับราคา โดยลูกค้าส่วนใหญ่มีสัญญาแบบระยะยาวที่สามารถปรับตามภาวะเศรษฐกิจได้ สะท้อนความสัมพันธ์เชิงลึกกับผู้บริโภค
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ปีนี้เติบโตจากสินค้าใดเป็นหลัก? — Flexible Packaging เติบโต 12.4% YoY และแม่พิมพ์สนับสนุน Gravia เติบโต 10.3% YoY
- มีแผนรองรับวัตถุดิบขาดแคลนหรือไม่? — มีระบบ forecasting และ inventory management พร้อมเครื่องพิมพ์ Flexo ที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
- มีแผนปรับราคาหรือไม่? — มีความยืดหยุ่นในการเจรจา โดยลูกค้ารายใหญ่มีสัญญาแบบปรับตามภาวะเศรษฐกิจ
- กลยุทธ์กับลูกค้า SME คืออะไร? — เริ่มจากกลุ่ม OEM ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ใช้ Flexo เป็นเครื่องมือช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่า
- มีแผนสนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนจาก Gravia มา Flexo หรือไม่? — มีแผนชัดเจนพร้อม Technical Support ตลอดกระบวนการ
- มีแผนพัฒนา Green Packaging หรือไม่? — มีแผนพัฒนา Monomaterial และ Paper Packaging เพื่อรองรับการรีไซเคิลจริง พร้อมนำเสนอในไตรมาสแรกปี 2569
ทิศทางอนาคตของ SFT ชัดเจน: เป้าหมายระยะสั้น (2026) คือการเติบโตของ Flexible Packaging อย่างน้อย 15% YoY และเพิ่ม EBITDA และ Net Profit Margin ให้สูงกว่าปีก่อนอย่างน้อย 5% ส่วนระยะยาว (2027–2029) ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้าน Green Packaging ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขยายกำลังการผลิตแบบเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบ Flexo และบรรจุภัณฑ์อ่อน ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า