https://aio.panphol.com/assets/images/community/14977_BE8D68.png

WPH: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดกำไร Q4/68 โตต่อเนื่อง คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 7.5 บาท

P/E 11.98 YIELD 1.21 ราคา 5.90 (0.00%)

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LHS) วิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH และคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมาย 7.5 บาท

ไฮไลท์สำคัญ

  • คาดกำไรสุทธิ Q4/68 เติบโต ทั้ง QoQ และ YoY จากปัจจัยฤดูกาลและการกลับมาของนักท่องเที่ยว
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการโรงพยาบาลแห่งใหม่ กดดันอัตรากำไรสุทธิเล็กน้อย
  • แนวโน้ม Q1/69 ยังคงเติบโต QoQ จาก High Season นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ทรงตัว YoY
  • คงคำแนะนำ "ซื้อ" จากความแข็งแกร่งของเครือโรงพยาบาลในภาคใต้ และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทย

คาดการณ์ผลกำไร Q4/68 เติบโต

LHS คาดการณ์กำไรสุทธิใน Q4/68 อยู่ที่ 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อนเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดและการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวที่ล่าช้า คาดว่ารายได้จากโรงพยาบาลจะเติบโต 8% YoY และ 15% QoQ โดยได้แรงหนุนจากทั้งผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงไม่มีผลกระทบจากการเลื่อนการเดินทางของนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ คาดการณ์กำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 8% YoY และ 43% QoQ ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังคงเติบโตมากกว่ากำไร (+14% YoY, +11% QoQ) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการโรงพยาบาลแห่งใหม่วัฒนแพทย์ภูเก็ต ซึ่งจะเปิดให้บริการใน Q4/69F ส่งผลให้ SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 15%

หากผลกำไรใน Q4/68 เป็นไปตามที่คาดการณ์ จะทำให้กำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 385 ล้านบาท (+14% YoY) ใกล้เคียงกับประมาณการเดิม แม้ว่าจะถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้นก่อนเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ก็ตาม

แนวโน้ม Q1/69 เติบโตต่อเนื่อง

LHS คาดการณ์ว่าแนวโน้มใน Q1/69 จะยังคงเติบโต QoQ เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย แต่จะทรงตัว YoY เนื่องจากการเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเลื่อนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจาก Q4 มายัง Q1 อย่างไรก็ตาม การเปิดตลาดในพื้นที่ใหม่จะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว

คำแนะนำและปัจจัยเสี่ยง

LHS คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 7.5 บาท อิงจากวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 9.1% และ LTG ที่ 3% ซึ่งเทียบเท่ากับ FY69F P/E ที่ 15 เท่า และ P/E ปัจจุบันที่ 13 เท่า โดยมองว่า WPH มีกลยุทธ์การแข่งขันที่ชัดเจนในด้านทำเลที่ตั้ง เครือข่ายโรงพยาบาล และความเป็นผู้นำในภาคใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวของไทย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อาทิ ความผันผวนของผลประกอบการรายไตรมาส, ภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยที่ฟื้นตัวช้า, การระบาดของโรคตามฤดูกาลที่ลดลง, จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง, ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบภาครัฐ และผลประกอบการของโรงพยาบาลใหม่ที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

โพสต์ล่าสุด