https://aio.panphol.com/assets/images/community/13463_31F156.png

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

P/E -100.00 YIELD 1.86 ราคา 1.61 (0.00%)

CH ฟื้นตัวด้วยแผนบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด หวังเติบโต 30% ในปี 2569

ผลประกอบการปี 2568 ของบริษัท เจริญอุทสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ประสบการณ์การเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยภายนอกที่ซับซ้ง อาทิ การปรับเปลี่ยนอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อโลจิสติกส์ ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม CH ยังคงเดินหน้านโยบายเชิงรุก โดยประกาศแผนกลยุทธ์ระยะสั้นในปี 2569 มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเจาะตลาดลูกค้าใหม่ในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้ที่น่าสนใจที่ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะยังไม่มีแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมในระยะสั้นก็ตาม

"เราตระหนักถึงความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่พร้อมที่จะปรับตัวและใช้ความแข็งแกร่งภายในเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค"

จากตารางสรุปผลประกอบการในปี 2568 พบว่า รายได้รวมของ CH ลดลงอย่างมากจาก 2,275 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 1,687 ล้านบาทในปีกปัจจุบัน ในขณะที่กำไรสุทธิตกลงจาก 127 ล้านบาท เหลือเพียง 17 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องยังคงเป็นดาวเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 200 ล้านบาทเป็น 250 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเพื่อสุขภาพที่มียอดขายสูงถึง 1,690 ล้านบาทในช่วงไตรมาสแรก

ธุรกิจ Core ของบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่างปลากระป๋องและผลไม้อบแห้งยังคงเป็นแหล่งกำไรที่สำคัญ ส่วนธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่ถือเป็น Non-Core Business มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยกว่า

"การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้อย่างยั่งยืน"

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของ CH ในปี 2569 คือกลยุทธ์การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น ผลไม้เคลือบช็อกโกแลต และซอฟต์แครกเกอร์ รวมถึงการขยายช่องทาง Modern Trade ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน อย่างน้อย 3–4 ห้างต่อประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการลดค่าใช้จ่ายในส่วน Back-office ประมาณ 20 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม CH ยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการแข่งขันด้านราคาในตลาดผลไม้อบแห้งจากประเทศเพื่อนบ้าน การปรับเปลี่ยนอัตราภาษีนำเข้าจากประเทศไทยสู่สหรัฐอเมริกาที่ยังไม่มีความแน่นอน และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางการขนส่งและค่าใช้จ่าย

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

คำถาม คำตอบ
แผนการวางเกมรุกในไตรมาสแรกของปี 2569 มุ่งเน้นไปที่ไหน เพิ่มยอดขายในตลาดรายละเอียดพิเศษ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เช่น “ซูเปอร์ไบรท์” และ “ผลไม้เคลือบช็อกโกแลต”
การตั้งสำรองสินค้ามีผลกระทบหรือไม่ ไม่มีปัญหา โดยมีการตั้งสำรองลดลง และสามารถทำกำไรกลับมาได้ประมาณ 14 ล้านบาท
การเพิ่มช่องทางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศมีผลอย่างไร เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3–4 ห้าต่อประเทศ (สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน)
อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เปลี่ยนไปอย่างไร ลดจาก 36% เหลือ 19% โดยผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบภาษี
การปรับลดค่าใช้จ่ายมีผลอย่างไรต่อปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายในแผนก Back-office ประมาณ 20 ล้านบาท
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบการขนส่งอย่างไร บางเส้นทางไม่สามารถเดินทางได้ และค่าเฟรตในเส้นทางต่างๆ เพิ่มขึ้น
เป้าหมายรายได้ในปี 2569 เติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ เติบโตประมาณ 30%

โดยสรุป แม้ CH จะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งด้วยแผนการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ การจับตาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท นโยบายภาษีนำเข้า และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ CH ในอนาคต

โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 01:33 น.
DIF OPPDAY Summary 2568 Q4
บทความ
วันนี้ 01:28 น.
TMT OPPDAY Summary 2568 Q4