https://aio.panphol.com/assets/images/community/11433_E8188D.png

SCC: ทนทานต่อการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม แม้ผลประกอบการ 3Q25 ต่ำกว่าคาด

P/E 14.19 YIELD 2.45 ราคา 204.00 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

Krungsri Securities (KSS) ประเมิน slightly negative ต่อผลขาดทุนสุทธิของ SCC ใน 3Q25 ที่ -669 ล้านบาท ซึ่งพลิกเป็นขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจาก stock loss ที่มากกว่าคาดจากการแบกรับ Inventory ของโรง LSP ที่มีการแข่งขันสูงในตลาดจากความกังวลเรื่องสงครามการค้า

ผลประกอบการ 3Q25 และแนวโน้ม

ผลขาดทุนสุทธิ 3Q25 อยู่ที่ -669 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 721 ล้านบาทใน 3Q24 และ 17,337 ล้านบาทใน 2Q25) หากไม่รวมรายการพิเศษ จะขาดทุนปกติราว -35 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยเนื่องจาก SG&A ที่ต่ำกว่าคาดจาก fx gain ปรับมูลค่าทรัพย์สิน
ปัจจัยกดดันหลักมาจาก:

  • ธุรกิจปิโตรเคมีถูกกดดันจากสงครามการค้า ทำให้ PE/PP spread ลดลง -9/-16% q-q
  • ธุรกิจซีเมนต์รายได้ลดลงจาก low season
  • ไม่มีเงินปันผลจากโตโยต้าหนุนเหมือน 2Q25

อย่างไรก็ตาม KSS คาดการณ์ว่า 4Q25F จะกลับมาฟื้นตัว q-q ทั้งธุรกิจซีเมนต์และปิโตรเคมี โดยคาดว่าจะพลิกมีกำไรปกติฟื้นทั้ง y-y q-q จากธุรกิจซีเมนต์ที่ได้แรงหนุนจากการเร่งลงทุนโครงการรัฐของทั้งไทยและ ASEAN และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ปริมาณขายในอินโดนีเซียฟื้นตัว

ข้อสังเกตและการวิเคราะห์

KSS มองว่าแรงกดดันจากสภาวะการแข่งขันสูงในตลาด LSP จะค่อยๆ ลดลงในช่วง 4Q25-2026F จากโรงงานทั่วโลกทยอย rationalized ส่งผลให้ supply ตึงตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรในระยะสั้นยังฟื้นตัวไม่มากนัก เนื่องจาก spread HDPE/PP 4QTD ลดลง -2/-9% q-q มาอยู่ที่ราว 325/305 $/ton และยังมีปิดซ่อมบำรุง

คำแนะนำและราคาเป้าหมาย

KSS คงคำแนะนำ Neutral พร้อมกับ roll over ไปใช้ราคาเป้าหมายปี 26F ที่ 218 บาท/หุ้น (เดิม TP25F = 202 บาท) โดยมองว่าราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังของการปรับตัว supply โลกไประดับหนึ่งแล้ว
นักลงทุนสามารถถือเพื่อรอดูความคืบหน้าการปรับโครงสร้างการผลิตของจีนและเกาหลีใต้ก่อนได้
วิธีคิดราคาเป้าหมาย: ประเมินด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยใช้ WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 7.5%

โพสต์ล่าสุด