SUN Sweet มองอนาคต: ขยายตลาดต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

P/E 11.93 YIELD 8.45 ราคา 2.96 (0.00%)

SUN Sweet มองอนาคต: ขยายตลาดต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)

บริษัท สวีท จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายด้านในช่วงไตรมาส 2/2568 ซึ่งมีทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบ

ปัจจัยเชิงบวก:

  1. การประเมิน 4G 5 ดาว: บริษัทยังคงได้รับการประเมินในระดับ 4G 5 ดาว ซึ่งแสดงถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ดี
  2. การเติบโตของรายได้: บริษัทมีรายได้ 962 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ปัจจัยเชิงลบ:

  1. Anti-Dumping: สหภาพยุโรปตรวจสอบ Anti-Dumping ซึ่งอาจมีผลต่อการส่งออกข้าวโพดหวานของไทย
  2. ภาษีทรัมป์: อัตราภาษีนำเข้าของอเมริกาอยู่ที่ 19% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจข้าวโพดหวานในไทย แต่ผลกระทบทางตรงต่อซันสวีทมีน้อย
  3. สงครามในกัมพูชา: สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ
  4. ค่าเงินบาทแข็งค่า: ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก

ตัวเลขทางการเงิน:

  • รายได้ไตรมาส 2: 962 ล้านบาท (เติบโต 16%)
  • รายได้ครึ่งปี: 1,788 ล้านบาท (เติบโต 12%)
  • สัดส่วนรายได้: ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง (40-50%), ข้าวโพดหวานแช่แข็ง, สินค้าพร้อมทานในประเทศ (20%)

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)

บริษัทกำลังมองเห็นโอกาสทางธุรกิจหลายด้านและมีแผนที่จะดำเนินการดังนี้:

  1. การเติบโตในตลาดต่างประเทศ: ขยายตลาดในเอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน), ตะวันออกกลาง, และยุโรป
  2. สินค้าพร้อมทาน: เพิ่มการผลิตและส่งออกสินค้าพร้อมทาน โดยเฉพาะไปยังตลาดอเมริกาและเอเชีย
  3. บรรจุภัณฑ์ใหม่: พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Tetra Recart) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
  4. การเข้าร่วมโครงการ Jumpstart: สมัครเข้าร่วมโครงการ Jumpstart ของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพัฒนาธุรกิจและธรรมาภิบาล

กลยุทธ์:

  • การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า: เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศประมาณ 12 งานต่อปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์และขยายตลาด
  • การลงทุนในเทคโนโลยี: ลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)

บริษัทกำลังเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายดังนี้:

  1. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: ค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
  2. สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจโลก: ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
  3. การแข่งขัน: การแข่งขันในตลาดข้าวโพดหวานที่สูง
  4. ภัยธรรมชาติ: ความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิต

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:

  • รายได้และกำไรลดลง: จากค่าเงินบาทแข็งค่าและภาษีนำเข้า
  • การผลิตหยุดชะงัก: จากภัยธรรมชาติ
  • การแข่งขันที่รุนแรง: อาจทำให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลง

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)

บริษัทมีแผนการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบดังนี้:

  1. การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: ใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น Forward Contracts เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  2. การกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์: ขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง
  3. การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต: ลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
  4. การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก: กระจายพื้นที่เพาะปลูกไปยังภูมิภาคที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติน้อย

ตัวชี้วัดความสำเร็จ:

  • การเติบโตของรายได้: ยังคงเติบโตตามเป้าหมาย
  • อัตรากำไรขั้นต้น: รักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้ตามเป้าหมาย
  • ส่วนแบ่งการตลาด: เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคต่างๆ

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)

แนวโน้มธุรกิจในอนาคต:

  1. การเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป
  2. ความต้องการสินค้าพร้อมทานที่เพิ่มขึ้น: ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบาย
  3. ความยั่งยืน: ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วิสัยทัศน์และเป้าหมาย:

  • เพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
  • ขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

เทคโนโลยีและนวัตกรรม:

  • ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตและบรรจุภัณฑ์
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 43:46]

Q: หากภาษีนำเข้าข้าวโพดหวานเหลือ 0% จะส่งผลต่อ SUN อย่างไร?

A: (วีระ นพวัฒนากร) เข้าใจว่าเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หากเป็น 0% จะกระทบพื้นที่ปลูกข้าวโพดในประเทศ ทำให้ปลูกข้าวโพดหวานได้มากขึ้น

Q: ทิศทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง? คาดการณ์การเติบโต?

A: (วีระ นพวัฒนากร) ปกติรายได้ใกล้เคียงกันทุกไตรมาส Q3 ผลผลิตดี ช่วงหน้าหนาวลูกค้าเริ่มเรียกสินค้าไปขาย รองรับเทศกาล คาดว่าจะโตตามเป้า แม้ค่าเงินบาทแข็ง แต่ยังเติบโต 10-15%

Q: สถานการณ์การเมือง และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบอย่างไร?

A: (วีระ นพวัฒนากร) ลูกค้าหลากหลาย กระจายทุกภูมิภาค มีทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป ความไม่แน่นอนทางการเมืองในแต่ละภูมิภาค ไม่น่ากระทบมากนัก

Q: ความคืบหน้า Tetra Recart?

A: (วีระ นพวัฒนากร) เครื่องจักรบางส่วนนำเข้าแล้ว เริ่มก่อสร้างอาคาร ปลายปีน่าจะเริ่มทดลองผลิต ต้นปีหน้าน่าจะขายได้ตามแผน

Q: สถานการณ์วัตถุดิบไตรมาส 2 เป็นอย่างไร? ครึ่งปีหลัง?

A: (วีระ นพวัฒนากร) ไตรมาส 2 ผ่านไปแล้ว ถือว่าดี Q3 ช่วงหน้าฝน ผลผลิตเยอะ แต่ก็กระจายความเสี่ยงไปปลูกหลายที่ คาด Q3 ต่อเนื่อง Q4 ได้อานิสงส์จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลูกน้อยลง

Q: (Q49:28) RTE ปัจจุบันเฉลี่ยวันละกี่ชิ้น?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) วิ่งอยู่ประมาณ 150,000-180,000 ชิ้นต่อวัน ขึ้นอยู่กับสภาพ และยอดกดของแต่ละวัน

Q: (Q50:28) โครงการ Jumpstart?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) ได้เรียนไปแล้ว เข้าไปร่วมทั้ง 3 แผนงาน

Q: (Q50:37) น้ำท่วม?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) ปีกลายน้ำไหลเข้าบริเวณโรงงาน แต่ไม่ได้เข้าในโรงงาน มีการป้องกันเพิ่มพนังและเนินดิน

Q: (Q51:37) ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณเรื่องของเกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดหวานแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้างรึยัง?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) ทำ contract กับเกษตรกรก่อน กำลังผลิตมีจำกัด 600-700 ตันต่อวัน ต้องมาเข้าทำสัญญาก่อนเพื่อวางแผนร่วมกัน

Q: (Q52:38) แผนรับมือค่าเงินบาท?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) รายได้หลักมาจากต่างประเทศ 80% ผู้บริหารมีนโยบายการใช้เงินสกุลเงิน นอกเหนือจาก US ขึ้นอยู่กับเรากับผู้ค้าได้พูดคุยกัน พยายามให้มีการใช้สกุลเงินบาทด้วย

Q: (Q53:57) วัตถุดิบ?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) มีการเรียนแจ้งไปแล้ว มีแผนงานค่อนข้างชัดเจนสำหรับปีนี้ ก็ยังมองดูว่า น่าจะมีเกิน 200,000 ตัน สำหรับในปีนี้

Q: (Q54:18) สัดส่วน RTE ตั้งเป้าว่าจะเป็นเท่าไหร่ใน 3 ปีข้างหน้า?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) ตั้งแต่มีการสร้างโรงงานผลิต Mini Factory 2 แล้ว ก็ได้เรียนแจ้งไปแล้วว่าใน Cap หรือกำลังการผลิตของโรงงานก็น่าจะอยู่ที่วันละ 300,000++ นะครับ 300,000 ชิ้นต่อวัน วางแผนว่าภายใน 3 ปี เราควรจะได้ใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิตได้ภายใน 3 ปี

Q: (Q55:13) อัตรากำไรขั้นต้น?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) รายได้หลักเป็นการส่งออก กระทบค่าเงินบาท แต่ในเรื่องของการทำกำไรในบ้านเราก็ค่อนข้างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ก็ยังมั่นใจนะครับว่าระยะยาวหลังจากนี้ด้วยปัจจัยบวกของเศรษฐกิจในโลกนี้ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้นนะครับ ก็น่าจะมีโอกาสในการที่จะทำกำไร GP ไม่ต่ำกว่า 20% ได้

Q: (Q56:25) ในมุมมอง อย่างไรเกี่ยวกับเปิดตลาดสินค้าอเมริกามากขึ้น?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) อเมริกาโดยตรง ถ้าได้รับผลกระทบ ในเรื่องของอัตราภาษีนำเข้า 19% ก็ถือว่าค่อนข้างสูง โอกาสในการทำตลาดในช่วงอย่างนี้นะครับ ก็คิดว่าอาจจะไม่ใช่ ยังไม่ ยังไม่อาจจะยังไม่ ไม่เหมาะกับในช่วงขณะนี้นะครับ แต่คิดว่าในส่วนของการเติบโตในส่วนภูมิภาคอื่น ๆ นะครับยังคงมีต่อเนื่องเหมือนเดิม

Q: (Q57:11) ค่าใช้จ่ายในการแสดงสินค้าออกงานแสดงสินค้ายังต่างประเทศ?

A: (อดิศัย สำเนียง) ค่าบูธ ค่าเช่าพื้นที่กับผู้จัดงาน ส่วนในงานที่รัฐบาลไทย หรือกรม ส่งเสริมการส่งออก มีการสนับสนุน อยู่ประมาณซัก บางส่วน ตัวนี้ก็จะช่วยเราได้เยอะแต่งานไหนที่ไม่มีหรือว่าเราตั้งใจที่จะไปเปิดเองเนี่ยเราก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

A: (อดิศัย สำเนียง) ซึ่งส่วนที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของค่าเดินทางตัวเครื่องบินค่าที่พักแล้วก็ค่าอาหารนะครับก็ถือว่าไม่เยอะนะครับ

Q: (Q59:28) โรงงานมินิแฟคตอรี่?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) ในส่วนของ ในส่วนของรายได้นะครับรายได้ในบ้านเรานะครับ ตอนนี้อยู่ในมูลค่าประมาณปีที่แล้วนะครับปีที่แล้ว นะครับเรามีรายได้อยู่ที่ 500-600 ล้านนะครับ ปีนี้เรามีแพลนไว้่อยู่ที่เรามีแพลนไว้นะครับที่จะเติบโตนะครับอยู่ที่น่าจะอยู่ที่ 800-1,000 ล้านบาท

Q: (Q59:52) ปัจจุบันเรามีสิทธิ์ BOI อย่างไรบ้าง?

A: (วณิชชา ณ ลำปาง) สำหรับในส่วนของการลงทุนนะครับและการลงทุนในส่วนของโรงงานใน สวีทของเราเองนะครับ ทุกครั้งที่มีการลงทุนเราก็จะขอ สิทธิ์ ไปทาง BOI ตลอดโดยเฉพาะอย่างโครงการ Mini Factory 1 หรือ 2 ก็มี เรื่องของทาง BOI ให้การสนับสนุนอันนี้เป็นอันนี้ต่อเนื่องนะครับ ชัดเจนนะครับแล้วก็ในส่วนของโรงงาน เดิมที่เป็นข้าวโพดหวานจะเห็นว่าเรามีการ เปิดดำเนินการแล้วก็มีเรื่องของโครงการต่างๆค่อนข้างมา อ่า เป็นระยะๆนะครับ ก็หลายๆโครงการก็อาจจะได้หมด ไปแล้วนะครับ ส่วนล่าสุดก็น่าจะมีในส่วนของการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องของ Hydro Lock อยู่บางส่วนนะครับแล้วก็ในส่วนของ Packaging ที่ในส่วนของ อ่า Packaging Line นะครับ ซึ่งยังมีสิทธิ์ในการ ในการใช้ BOI อยู่บ้างและของสินค้าพร้อมทานในบ้านเรานะครับก็ถือว่าได้สิทธิ์ BOI ตอนนี้ 100% นะครับเนื่องจาก Mini Factory 1 กับ 2 นะครับ อ่าสิทธิ์การใช้ BOI ก็ยังคงมีอยู่นะครับ

โดยสรุป สวีท เผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส โดยมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

โพสต์ล่าสุด