บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
LHK โชว์ผลงาน Q1 ปี 2568: อุตสาหกรรมยานยนต์หนุน, พร้อมรับมือความท้าทายเศรษฐกิจ!
P/E 12.36 YIELD 7.40 ราคา 3.38 (0.00%)
LHK โชว์ผลงาน Q1 ปี 2568: อุตสาหกรรมยานยนต์หนุน, พร้อมรับมือความท้าทายเศรษฐกิจ!
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง ผมวิทวัส อัคระพงษ์พิศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท LHK จำกัดมหาชน และผมวิชชุพล อัคระพงษ์พิศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท LHK มหาชน พร้อมด้วยคุณพรทิพา วงศ์พงศ์มา ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน วันนี้เราจะมารายงานผลประกอบการของบริษัท LHK ในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งก็คือช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน เนื่องจากเราปิด Physical Year ที่เดือนมีนาคม ดังนั้นรอบนี้จึงถือเป็นการรายงาน Quarter 1 หรือไตรมาสที่ 1 นั่นเองครับ
Agenda วันนี้จะเริ่มจาก Business Outlook เพื่อบอกว่ามี Sector อะไรบ้างที่ Contribute ส่วนของรายรับเรา อันดับที่สองจะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจาก Business Outlook ซึ่งจะเป็นการเจาะลึกลงไปในภาพรวมของแต่ละอุตสาหกรรม โดยเราอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และสุดท้ายคุณนพจะรายงานเรื่องของงบการเงิน และจบที่ช่วง Q&A หากมีคำถามอะไร สามารถส่งเข้ามาได้เลยครับ
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ขอเริ่มที่ Business Outlook โดยสรุป หากนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นท่านใดอาจจะไม่ทราบเรื่องของ Product ของเรา หลักๆ คือเราขาย Stainless Steel เป็นหลัก ประมาณ 80% และมีพวกกลุ่ม Non-Ferrous เช่น อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดง รวมถึงกลุ่มที่เป็น Ferrous ก็คือ EG และ GI หรือสังกะสีนั่นเอง
- Sector หลักๆ ที่ Contribute Revenue ของเราคือกลุ่มยานยนต์ เรามีบริษัทลูกที่ถือหุ้นร่วมกับทางญี่ปุ่น ชื่อ Auto Metal ซึ่งจะทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นท่อ เพื่อส่งให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะ กลุ่มนี้ Contribute รายรับเราอยู่ที่ 48% โดยแบ่งเป็นรถยนต์ 56% และรถจักรยานยนต์ 44% ที่เห็นวงเล็บสีแดงก็คือ % ของปีก่อน ซึ่งจะเห็นว่ากลับเข้ามาเท่ากับปีก่อนแล้ว หากหลายท่านตามมาจาก Q ก่อนๆ จะเห็นว่ารถยนต์ % Drop ลงไป ตอนนี้ % รถยนต์ก็กลับขึ้นมาแล้ว
- รองลงมาก็จะเป็นกลุ่ม Home Appliance เครื่องใช้ไฟฟ้า และ Construction ก่อสร้าง อยู่ที่ 21% เท่ากัน ซึ่งจากปีก่อน Construction ค่อนข้างเยอะกว่า ปีนี้ก็ลดลงมา และกลุ่ม Stockist ก็คือกลุ่ม Trading ซื้อมาขายไป % ก็ลดลงมาเช่นกัน จาก 9% เหลือ 6%
- ยอดขายรวมของเราใน Q นี้ของทั้งกรุ๊ปอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ชัดเจนในส่วนนี้ แต่มีการกล่าวถึงการปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในตลาดที่ต้องจับตามอง
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ปัจจัยที่ทางสอท. สรุปกลับขึ้นมา ก็จะมีเรื่องของยอดผลิตรถยนต์ที่เป็น ICE หรือน้ำมันลดลง จากความต้องการที่ค่อนข้างชะลอตัว และมีปัจจัยเรื่องของรถยนต์ที่ส่งออกบางรุ่นมีการหยุดผลิต และบางยี่ห้อหรือบางแบรนด์มีการย้ายปรับปรุงตัวโรงงาน มีการยุบโรงงาน และย้าย Facility ไปรวมอีกที่เดียวกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมาอาจมีการผลิตที่ Drop ลง รวมถึงเรื่องของการผลิตรถกระบะที่ยังคงลดลงอยู่ประมาณ 35% เมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีก่อน ก็เป็นปัจจัยทั้งในประเทศเองด้วย และส่งออก และสำคัญที่สุดคือเรื่องของสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดอยู่ ทำให้หลายๆ สถาบันการเงินไม่ได้ปล่อย ทำให้ SME ที่เขาใช้เรื่องของรถเพื่อการพาณิชย์หรือรถกระบะไม่สามารถที่จะมีกำลังซื้อเป็นเงินสดได้ ทำให้ตัวนี้ทั้งยอดผลิตและยอดขายเลย Drop ลงไปด้วย
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
ถึงแม้ว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จะยังคงมีอยู่ แต่ก็มีความคาดหวังว่าการที่ กนง. มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Point จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ และทำให้มีกำลังซื้อกลับมา ซึ่งจะช่วยให้หนี้ครัวเรือนโดยรวมลดลง
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
ทางสอท. มีการปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ลง 50,000 คัน จากเดิมตั้งไว้ที่ 1,500,000 คัน ก็ปรับเหลือ 1,450,000 คัน โดยเป็นการปรับลดในส่วนของการผลิตเพื่อการส่งออก เพราะยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกเริ่มมีแนวโน้มปรับตัว
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 16:55]
1. ภาพรวมธุรกิจและการเติบโต
- ผู้ถาม: สัดส่วนรายได้หลักของบริษัทมาจากผลิตภัณฑ์ใด และมีแผนการเติบโตในอนาคตอย่างไร?
- ผู้บริหาร: รายได้หลักยังคงมาจากผลิตภัณฑ์สแตนเลส โดยมีกลุ่มยานยนต์เป็นลูกค้าหลัก บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการขายในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น
2. ผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก
- ผู้ถาม: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในตลาดส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร?
- ผู้บริหาร: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ แต่บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น
3. นโยบายและการบริหารจัดการ
- ผู้ถาม: บริษัทมีนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนอย่างไร?
- ผู้บริหาร: บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ รวมถึงการควบคุมต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
4. การลงทุนและพัฒนา
- ผู้ถาม: บริษัทมีแผนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันหรือไม่?
- ผู้บริหาร: บริษัทมีการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
5. ความยั่งยืนและ ESG
- ผู้ถาม: บริษัทมีนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างไร และมีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง?
- ผู้บริหาร: บริษัทให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและมีการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง เช่น การลดการใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม
โดยสรุป LHK ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งใน Q1 ปี 2568 โดยมีอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ตระหนักถึงความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอื่นๆ และพร้อมที่จะปรับตัวและบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ เพื่อรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต