บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.74
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน
ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้
โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3919 out_tok=2374 at=2026-07-26T11:52:52 -->
# UEC กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 61% เหลือ 14 ล้านบาท รับผลกระทบราคาเหล็กพุ่ง-หยุดผลิตในเมียนมา
## รายได้วูบ 40% กดดันกำไร แม้คุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายได้ดี ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยราคาเหล็กสูงกระทบโครงการใหม่
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท ลดลงถึง 61% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 36 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 474 ล้านบาท ลดลง 40% จาก 796 ล้านบาทในปี 2563 สาเหตุหลักมาจากราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นส่งผลให้หลายโครงการต้องชะลอออกไป ประกอบกับบริษัทย่อยในเมียนมาต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ UEC ในปี 2564 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า** ซึ่งหดตัวถึง 42% หรือ 330 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้น** ส่งผลให้โครงการใหม่ๆ หลายแห่งต้องถูกพักไว้ นอกจากนี้ **การหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมา** ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นเป็นต้นทุนหลักของโครงการที่ UEC ดำเนินการ เมื่อราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นจนไม่คุ้มค่าในการดำเนินงาน ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจอนุมัติโครงการใหม่ๆ หรือพักโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ปริมาณงานและรายได้ตามสัญญาของบริษัทลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน การหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมาเนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ก็ส่งผลให้รายได้จากส่วนงานดังกล่าวหายไป
แม้ว่ารายได้จะลดลงอย่างมาก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น โดยต้นทุนงานขายและให้บริการลดลง 45% และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรได้บ้าง นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังปรับตัวดีขึ้นจาก 15% ในปี 2563 เป็น 19% ในปี 2564 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น หรือการบริหารจัดการโครงการที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สถานการณ์ราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการอนุมัติโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบในระยะสั้นถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต ส่วนการหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมานั้น ฝ่ายจัดการคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการบางส่วนได้ในเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ จะช่วยหนุนรายได้ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางการเมืองในเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อการกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 61% YoY** อยู่ที่ 14 ล้านบาท จาก 36 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมปี 2564 หดตัว 40% YoY** อยู่ที่ 474 ล้านบาท จาก 796 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้ตามสัญญาลดลง 42%** เป็น 463 ล้านบาท จาก 793 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 15% เป็น 19%
* **ต้นทุนงานขายและให้บริการลดลง 45%** และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 12%
* **บริษัทย่อยในเมียนมาหยุดดำเนินการ** ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2564 คาดเปิดบางส่วน มี.ค. 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 474 ล้านบาท ลดลง 40% จาก 796 ล้านบาทในปี 2563 โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าจำนวน 463 ล้านบาท ซึ่งลดลง 42% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นทำให้หลายโครงการถูกพักไว้ ขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้อื่นรวม 11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย กลุ่มบริษัทฯ มีต้นทุนงานขายและให้บริการรวม 372 ล้านบาท ลดลง 45% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณงานที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารรวม 91 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท ลดลง 61% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท
## โอกาส
* **การกลับมาเปิดดำเนินการของบริษัทย่อยในเมียนมา:** ฝ่ายจัดการคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการบางส่วนได้ในเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และผลประกอบการในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทสามารถลดต้นทุนงานขายและให้บริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี แม้รายได้จะลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น:** การที่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 19% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการราคาขายหรือต้นทุนโครงการได้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการดำเนินธุรกิจ หากราคายังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการอนุมัติโครงการใหม่ๆ
* **ความไม่แน่นอนทางการเมืองในเมียนมา:** สถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อการกลับมาดำเนินงานของบริษัทย่อย และอาจมีความล่าช้าหรือความไม่แน่นอนในการกลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบ
* **การพึ่งพิงรายได้จากโครงการ:** ธุรกิจของ UEC พึ่งพิงรายได้จากโครงการเป็นหลัก หากโครงการใหม่ๆ ชะลอตัวหรือยกเลิก จะส่งผลกระทบต่อรายได้และผลประกอบการโดยตรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กแผ่น:** ติดตามทิศทางราคาเหล็กแผ่นว่ามีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจอนุมัติโครงการใหม่ๆ
* **การกลับมาดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมา:** ความคืบหน้าในการเปิดดำเนินการบางส่วนในเดือนมีนาคม 2565 และการกลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบ
* **การได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ (Order Book):** การฟื้นตัวของ Order Book จะเป็นสัญญาณสำคัญของการกลับมาเติบโตของรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การรักษาหรือปรับปรุง GPM ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization) โดยตรง แต่การลดลงของรายได้ตามสัญญาและการชะลอโครงการบ่งชี้ว่า Utilization อาจลดลงตามปริมาณงาน
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า Order Book โดยตรง แต่การที่โครงการใหม่ๆ ถูกพักไว้ สะท้อนถึงการชะลอตัวของ Order Book ใหม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้นถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และโครงการ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 15% เป็น 19% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
* **ส่งออก:** การดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมาสะท้อนถึงการมีธุรกิจในต่างประเทศ แต่การหยุดดำเนินการส่งผลกระทบต่อรายได้จากส่วนนี้
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาทจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลบวกเล็กน้อยต่อรายได้รวม
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในปี 2564 โดยตรง
## สรุปท้าย
UEC เผชิญความท้าทายในปี 2564 จากราคาเหล็กแผ่นที่พุ่งสูงขึ้นจนกระทบต่อการดำเนินโครงการใหม่ๆ และการหยุดชะงักของบริษัทย่อยในเมียนมา ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็นสัญญาณบวก การกลับมาเปิดดำเนินการของบริษัทย่อยในเมียนมาจะเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูรายได้ ขณะที่การติดตามแนวโน้มราคาเหล็กและสถานการณ์ในเมียนมาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43
ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09
ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79
%
กำไรสุทธิ
-17.01
ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
44.36
-2,578.21%
|
-1.79
-103.39%
|
52.74
-151.26%
|
-102.88
-193.96%
|
109.49
-15.46%
|
129.52
-206.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.01
-247.60%
|
39.98
-82.49%
|
228.32
-4,769.12%
|
-4.89
+192.81%
|
-1.67
-427.45%
|
0.51
-99.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
18.93
-67.87%
|
58.91
+209.89%
|
19.01
-136.52%
|
-52.06
-9.57%
|
-57.57
+96.82%
|
-29.25
+10,346.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.17
-91.09%
|
114.20
-62.51%
|
304.63
-287.57%
|
-162.41
-409.47%
|
52.48
-47.93%
|
100.78
+7.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|
403.66
+30.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
473.07
+29.99%
|
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|