UEC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UEC
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.73
0.01 (1.35%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4878 out_tok=2704 at=2026-07-27T13:56:16 --> # UEC กำไรสุทธิ Q2/2564 หดตัว 54% หลังรายได้วูบ เหตุชะลอลงทุน-ปิดโรงงานพม่า ## รายได้-กำไร Q2/2564 ปรับลดลงแรง YoY เหตุปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 3 ล้านบาท ลดลง 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 46% เหลือ 103 ล้านบาท จากผลกระทบการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการปิดโรงงานในประเทศพม่าชั่วคราว ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ UEC ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **รายได้จากการขายและบริการที่หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 47%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 54% จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจาก 13% เป็น 23% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้เกิดจากสองปัจจัยหลักที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ในเอกสาร: * **การชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขันที่รุนแรง:** ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณคำสั่งซื้อและความสามารถในการสร้างรายได้ของบริษัทในประเทศไทย * **การปิดโรงงานในประเทศพม่าชั่วคราว:** จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในพม่า ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจปิดโรงงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ส่งผลให้รายได้จากบริษัทย่อยในพม่าลดลงเหลือเพียง 0.3 ล้านบาท จากเดิม 0.1 ล้านบาท (แต่ในเอกสารระบุว่ารายได้บริษัทย่อยในพม่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น) และส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2563 มีการกลับรายการสำรองหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ ซึ่งรายการนี้เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในงวดปีก่อนลดลงอย่างผิดปกติ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** การลดลงของรายได้ส่วนหนึ่งเกิดจากการปิดโรงงานในพม่า ซึ่งเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมือง หากสถานการณ์คลี่คลายและบริษัทสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ รายได้ส่วนนี้ก็มีโอกาสฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องการชะลอการลงทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้นถึงปานกลาง ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มการลงทุนของลูกค้าและกลยุทธ์การแข่งขันของบริษัทต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2564 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 54% YoY** จาก 6 ล้านบาท * **รายได้รวม Q2/2564 อยู่ที่ 103 ล้านบาท ลดลง 46% YoY** จาก 191 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 13% ใน Q2/2563 เป็น 23% ใน Q2/2564 * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท** เนื่องจากไตรมาสก่อนมีการกลับรายการสำรองหนี้สูญ * **บริษัทย่อยในพม่า (UEM) ปิดโรงงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2564** จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง * **ครึ่งปีแรก 2564 กำไรสุทธิ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY** จาก 30 ล้านบาท แม้รายได้รวมลดลง 34% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 191 ล้านบาท โดยรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลง 47% หรือ 89 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนขายและบริการลดลง 53% หรือ 88 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 13% ในปีก่อน เป็น 23% ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2563 มีการกลับรายการสำรองหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในงวดปีก่อนลดลงผิดปกติ เมื่อรวมผลกระทบทั้งหมด กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 6 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 290 ล้านบาท ลดลง 34% จาก 437 ล้านบาทในปีเดียวกัน แต่มีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จาก 30 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นของครึ่งปีแรกปี 2564 อยู่ที่ 29% เทียบกับ 14% ในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น:** การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิต หรือการปรับราคาขายที่สามารถสะท้อนต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกหากสามารถรักษาอัตรานี้ไว้ได้ * **การกลับมาดำเนินงานของโรงงานในพม่า:** หากสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าคลี่คลายและบริษัทสามารถกลับมาเปิดโรงงานได้ จะช่วยเพิ่มรายได้และลดผลกระทบจากการปิดโรงงาน * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง:** หากการลงทุนในอุตสาหกรรมที่บริษัทเกี่ยวข้องเริ่มกลับมาคึกคัก จะส่งผลดีต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนทางการเมืองในพม่า:** การปิดโรงงานชั่วคราวส่งผลกระทบต่อรายได้และอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องจ่ายเพื่อรักษาสถานะโรงงาน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจในระยะยาว * **การแข่งขันที่รุนแรงและการชะลอการลงทุน:** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอาจกดดันราคาขายในอนาคต * **ค่าใช้จ่ายคงที่ในช่วงปิดโรงงาน:** แม้จะปิดโรงงานชั่วคราว แต่บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายคงที่ประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นภาระต่อกระแสเงินสด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564:** จะเห็นการฟื้นตัวของรายได้หรือไม่ หรือจะยังคงทรงตัวในระดับต่ำ * **สถานการณ์ทางการเมืองในพม่า:** ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาและโอกาสในการกลับมาเปิดโรงงาน * **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถรักษา GPM ที่สูงขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **การปรับตัวต่อสู้กับการแข่งขัน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงและการชะลอการลงทุนของลูกค้า * **แผนการดำเนินงานในระยะยาวของโรงงานพม่า:** การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการเปิดโรงงานใหม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ 47% บ่งชี้ว่าปริมาณการผลิตและส่งมอบสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อ Utilization Rate * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้ลดลงจากการชะลอการลงทุนและการแข่งขัน อาจสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13% ใน Q2/2563 เป็น 23% ใน Q2/2564 ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญ * **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้แยกรายได้จากการส่งออกชัดเจน แต่การปิดโรงงานในพม่าส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของกลุ่มบริษัท * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาทใน Q2/2564 เทียบกับขาดทุน 3 ล้านบาทใน Q2/2563 ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนได้บ้าง * **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายเงินสดในช่วงปิดโรงงานพม่าชั่วคราวประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นภาระต่อกระแสเงินสด นอกจากนี้ มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ที่ดินตามสัญญาเช่าที่ดินที่จ่ายล่วงหน้า (ประมาณ 80,000 บาท/เดือน) และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินถาวร (ประมาณ 450,000 บาท/เดือน) ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสด ## สรุปท้าย UEC เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 จากรายได้ที่หดตัวรุนแรงถึง 46% อันเป็นผลจากการชะลอตัวของการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและการแข่งขันที่สูง ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าที่ทำให้ต้องปิดโรงงานชั่วคราว แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้อย่างน่าพอใจ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไป ทำให้กำไรสุทธิลดลง 54% อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของ GPM เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้หรือไม่ ขณะที่การฟื้นตัวของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพม่าและการกลับมาของการลงทุนในอุตสาหกรรมหลัก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43 ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09 ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79 %
กำไรสุทธิ
-17.01 ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38 %
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5% YoY
D/E Ratio
0.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
149.43
-36.19%
234.19
-16.34%
279.94
-10.39%
312.40
+70.90%
182.80
+7.69%
169.75
-44.36%
กำไรขั้นต้น —
25.09
-56.99%
58.32
+32.45%
44.04
-22.06%
56.50
+386.80%
-19.70
-158.24%
33.83
+28.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33.70
+8.69%
31.01
-36.60%
48.91
+92.12%
25.46
+7.49%
23.68
-40.55%
39.83
-18.68%
กำไรสุทธิ —
-17.01
+33.54%
-25.59
-290.21%
-6.56
-130.16%
21.74
+177.58%
-28.03
-1,867.15%
1.59
-96.08%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
+33.33%
-0.05
-309.09%
-0.01
-128.95%
0.04
+177.55%
-0.05
-1,733.33%
0.00
-95.77%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.79
-32.57%
24.90
+58.30%
15.73
-13.05%
18.09
+267.81%
-10.78
-154.09%
19.93
+131.74%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.55
+70.32%
13.24
-24.21%
17.47
+114.36%
8.15
-37.11%
12.96
-44.78%
23.47
+46.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-11.38
-4.12%
-10.93
-367.09%
-2.34
-133.62%
6.96
+145.40%
-15.33
-1,748.39%
0.93
-92.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-8.79
+55.72%
-19.85
+39.32%
-32.71
0.00
+100.00%
-3.13
-400.96%
1.04
-98.25%
ROE(%) —
-6.09
-136.05%
-2.58
-130.64%
8.42
+851.79%
-1.12
-206.67%
1.05
-61.54%
2.73
+370.30%
ROA(%) —
-6.43
-278.24%
-1.70
-121.36%
7.96
+830.28%
-1.09
-215.96%
0.94
-66.55%
2.81
+430.59%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.21
+40.00%
0.15
-6.25%
0.16
0.16
+100.00%
0.08
-33.33%
0.12
-25.00%
P/E —
-100.00
-100.00
-1,687.30%
6.30
+106.30%
-100.00
-435.12%
29.84
+279.64%
7.86
P/BV —
0.40
-32.20%
0.59
-10.61%
0.66
-8.33%
0.72
-29.41%
1.02
+131.82%
0.44
+37.50%
BV —
1.86
-10.14%
2.07
-8.41%
2.26
+4.63%
2.16
-6.90%
2.32
2.32
+4.04%
YIELD(%) —
8.11
-50.52%
16.39
+169.57%
6.08
+4.65%
5.81
+52.49%
3.81
0.00
ราคาหุ้น —
0.74
-39.34%
1.22
-17.57%
1.48
-4.52%
1.55
-34.32%
2.36
+129.13%
1.03
+45.07%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
841.48
-3.74%
874.14
-10.32%
974.75
+4.83%
929.80
+8.47%
857.17
-3.21%
925.89
-3.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
423.82
-8.02%
460.74
-8.22%
502.01
-1.25%
508.34
-6.62%
544.35
-7.64%
548.96
-8.16%
รวมสินทรัพย์ —
1,265.29
-5.21%
1,334.88
-9.61%
1,476.76
+2.69%
1,438.14
+2.61%
1,401.53
-4.98%
1,474.85
-5.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
149.92
+39.85%
107.20
-24.74%
142.43
+1.43%
140.42
+163.60%
53.27
-46.90%
100.25
-48.25%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
70.65
+9.50%
64.52
-0.08%
64.57
+9.74%
58.84
+13.01%
52.07
-11.97%
59.14
-1.08%
รวมหนี้สิน —
220.57
+28.45%
171.72
-17.05%
207.00
+3.88%
199.26
+89.16%
105.34
-33.95%
159.39
-37.12%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,044.73
-10.18%
1,163.16
-8.39%
1,269.76
+2.49%
1,238.88
-4.42%
1,296.19
-1.47%
1,315.46
+0.56%
D/E —
0.21
0.15
0.16
0.16
0.08
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-6.09
-2.58
8.42
-1.12
1.05
2.73
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-6.43
-1.70
7.96
-1.09
0.94
2.81
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.61
8.15
6.84
6.62
16.09
9.24
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
4.15
4.88
3.26
4.24
11.70
5.88
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
78.91
59.96
0.00
0.00
62.79
65.73
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
62.55
54.59
0.00
0.00
116.54
84.95
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.46
46.86
0.00
0.00
50.03
52.79
วงจรเงินสด —
101.00
67.69
0.00
0.00
129.30
97.88
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
44.36
-2,578.21%
-1.79
-103.39%
52.74
-151.26%
-102.88
-193.96%
109.49
-15.46%
129.52
-206.64%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-59.01
-247.60%
39.98
-82.49%
228.32
-4,769.12%
-4.89
+192.81%
-1.67
-427.45%
0.51
-99.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
18.93
-67.87%
58.91
+209.89%
19.01
-136.52%
-52.06
-9.57%
-57.57
+96.82%
-29.25
+10,346.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
10.17
-91.09%
114.20
-62.51%
304.63
-287.57%
-162.41
-409.47%
52.48
-47.93%
100.78
+7.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%
403.66
+30.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
473.07
+29.99%
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%