UEC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UEC
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.73
0.01 (1.35%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4116 out_tok=2390 at=2026-07-26T11:36:24 --> # UEC พลิกขาดทุนหนัก Q2/2565 รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายผลิตพุ่ง ## รายได้โต 19% แต่ต้นทุนพุ่ง 37% ฉุดกำไรสุทธิ UEC พลิกขาดทุน 15 ล้านบาท บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 19% มาอยู่ที่ 123 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UEC ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิต** แม้ว่ารายได้ตามสัญญาจะเติบโตขึ้น 16% และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมากจาก 29% ในปีก่อน เหลือเพียง 12% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น 44%** (จาก 72 ล้านบาท เป็น 104 ล้านบาท) เป็นผลโดยตรงจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามการกลับมาของโครงการใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น 16% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้ GPM ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 117%** (จาก 6 ล้านบาท เป็น 13 ล้านบาท) ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมจะลดลง 5% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้ สำหรับบริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงมีผลขาดทุน 3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าแรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัทฯ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตที่สูงกว่ารายได้อาจเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นชั่วคราวจากการที่ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นของการกลับมาของโครงการใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวด้านต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นภาระต่อเนื่องหรือไม่ หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเตรียมการเพื่อรองรับโครงการในอนาคต ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 19% YoY** แตะ 123 ล้านบาท จาก 103 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากรายได้ตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น 16% เป็น 118 ล้านบาท * **พลิกขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท** จากกำไร 3 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรง** เหลือ 12% จาก 29% ในปีก่อน * **ต้นทุนการผลิตพุ่ง 44%** เป็น 104 ล้านบาท ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายช่วงไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้น 117%** เป็น 13 ล้านบาท จาก 6 ล้านบาทในปีก่อน * **บริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ขาดทุน 3 ล้านบาท** จากค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 103 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งมีจำนวน 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จาก 102 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้คือการที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเริ่มมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ปริมาณงานของบริษัทเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นถึง 37% เป็น 138 ล้านบาท จาก 101 ล้านบาทในปีก่อน โดยต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 44% เป็น 104 ล้านบาท ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 117% เป็น 13 ล้านบาท จาก 6 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 5% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 29% ในปีก่อน เหลือเพียง 12% ในไตรมาสนี้ ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่สามารถทำกำไรสุทธิได้ 3 ล้านบาท ## โอกาส * **การกลับมาของโครงการใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง:** เป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ปริมาณงานและรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไร * **ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ อาจเป็นภาระต่อเนื่องหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ * **ความไม่แน่นอนในเมียนมา:** ธุรกิจในเมียนมายังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้บริษัทย่อยในเมียนมายังคงมีผลขาดทุน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนการผลิต:** จะสามารถบริหารจัดการให้สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิต:** จะลดลงหรือคงที่ในระดับสูงต่อไป * **การฟื้นตัวของ GPM:** จะสามารถกลับสู่ระดับใกล้เคียงปีก่อนได้หรือไม่ * **สถานการณ์ในเมียนมา:** นโยบายภาครัฐและผลกระทบต่อธุรกิจของ UEM * **การกลับมาของโครงการขนาดใหญ่:** จะมีคำสั่งซื้อใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนรายได้และ GPM ในอนาคตหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม UEC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณงานและต้นทุนวัตถุดิบ การที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเริ่มมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อ **utilization** ของโรงงานและ **order book** ของบริษัท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต 44% บ่งชี้ว่า **ราคาวัตถุดิบ** หรือต้นทุนแรงงานอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรืออาจเกิดจากประสิทธิภาพการผลิตที่ยังไม่เต็มที่ในช่วงแรกของการเพิ่มปริมาณงาน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 29% เหลือ 12% เป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งปกติแล้ว GPM ที่ต่ำกว่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมอย่างรุนแรง การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น "สืบเนื่องจากปริมาณงานเพิ่มขึ้น" อาจหมายถึงการที่บริษัทต้องเร่งการผลิตเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อที่เข้ามา ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยอาจยังไม่คงที่ การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ การบริหารจัดการ **ค่าเงิน** จึงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเช่นกัน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2565 ## สรุปท้าย UEC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างรุนแรง จนทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จะเติบโตตามการกลับมาของโครงการใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม GPM และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43 ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09 ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79 %
กำไรสุทธิ
-17.01 ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38 %
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5% YoY
D/E Ratio
0.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
149.43
-36.19%
234.19
-16.34%
279.94
-10.39%
312.40
+70.90%
182.80
+7.69%
169.75
-44.36%
กำไรขั้นต้น —
25.09
-56.99%
58.32
+32.45%
44.04
-22.06%
56.50
+386.80%
-19.70
-158.24%
33.83
+28.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33.70
+8.69%
31.01
-36.60%
48.91
+92.12%
25.46
+7.49%
23.68
-40.55%
39.83
-18.68%
กำไรสุทธิ —
-17.01
+33.54%
-25.59
-290.21%
-6.56
-130.16%
21.74
+177.58%
-28.03
-1,867.15%
1.59
-96.08%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
+33.33%
-0.05
-309.09%
-0.01
-128.95%
0.04
+177.55%
-0.05
-1,733.33%
0.00
-95.77%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.79
-32.57%
24.90
+58.30%
15.73
-13.05%
18.09
+267.81%
-10.78
-154.09%
19.93
+131.74%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.55
+70.32%
13.24
-24.21%
17.47
+114.36%
8.15
-37.11%
12.96
-44.78%
23.47
+46.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-11.38
-4.12%
-10.93
-367.09%
-2.34
-133.62%
6.96
+145.40%
-15.33
-1,748.39%
0.93
-92.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-8.79
+55.72%
-19.85
+39.32%
-32.71
0.00
+100.00%
-3.13
-400.96%
1.04
-98.25%
ROE(%) —
-6.09
-136.05%
-2.58
-130.64%
8.42
+851.79%
-1.12
-206.67%
1.05
-61.54%
2.73
+370.30%
ROA(%) —
-6.43
-278.24%
-1.70
-121.36%
7.96
+830.28%
-1.09
-215.96%
0.94
-66.55%
2.81
+430.59%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.21
+40.00%
0.15
-6.25%
0.16
0.16
+100.00%
0.08
-33.33%
0.12
-25.00%
P/E —
-100.00
-100.00
-1,687.30%
6.30
+106.30%
-100.00
-435.12%
29.84
+279.64%
7.86
P/BV —
0.40
-32.20%
0.59
-10.61%
0.66
-8.33%
0.72
-29.41%
1.02
+131.82%
0.44
+37.50%
BV —
1.86
-10.14%
2.07
-8.41%
2.26
+4.63%
2.16
-6.90%
2.32
2.32
+4.04%
YIELD(%) —
8.11
-50.52%
16.39
+169.57%
6.08
+4.65%
5.81
+52.49%
3.81
0.00
ราคาหุ้น —
0.74
-39.34%
1.22
-17.57%
1.48
-4.52%
1.55
-34.32%
2.36
+129.13%
1.03
+45.07%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
841.48
-3.74%
874.14
-10.32%
974.75
+4.83%
929.80
+8.47%
857.17
-3.21%
925.89
-3.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
423.82
-8.02%
460.74
-8.22%
502.01
-1.25%
508.34
-6.62%
544.35
-7.64%
548.96
-8.16%
รวมสินทรัพย์ —
1,265.29
-5.21%
1,334.88
-9.61%
1,476.76
+2.69%
1,438.14
+2.61%
1,401.53
-4.98%
1,474.85
-5.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
149.92
+39.85%
107.20
-24.74%
142.43
+1.43%
140.42
+163.60%
53.27
-46.90%
100.25
-48.25%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
70.65
+9.50%
64.52
-0.08%
64.57
+9.74%
58.84
+13.01%
52.07
-11.97%
59.14
-1.08%
รวมหนี้สิน —
220.57
+28.45%
171.72
-17.05%
207.00
+3.88%
199.26
+89.16%
105.34
-33.95%
159.39
-37.12%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,044.73
-10.18%
1,163.16
-8.39%
1,269.76
+2.49%
1,238.88
-4.42%
1,296.19
-1.47%
1,315.46
+0.56%
D/E —
0.21
0.15
0.16
0.16
0.08
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-6.09
-2.58
8.42
-1.12
1.05
2.73
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-6.43
-1.70
7.96
-1.09
0.94
2.81
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.61
8.15
6.84
6.62
16.09
9.24
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
4.15
4.88
3.26
4.24
11.70
5.88
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
78.91
59.96
0.00
0.00
62.79
65.73
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
62.55
54.59
0.00
0.00
116.54
84.95
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.46
46.86
0.00
0.00
50.03
52.79
วงจรเงินสด —
101.00
67.69
0.00
0.00
129.30
97.88
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
44.36
-2,578.21%
-1.79
-103.39%
52.74
-151.26%
-102.88
-193.96%
109.49
-15.46%
129.52
-206.64%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-59.01
-247.60%
39.98
-82.49%
228.32
-4,769.12%
-4.89
+192.81%
-1.67
-427.45%
0.51
-99.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
18.93
-67.87%
58.91
+209.89%
19.01
-136.52%
-52.06
-9.57%
-57.57
+96.82%
-29.25
+10,346.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
10.17
-91.09%
114.20
-62.51%
304.63
-287.57%
-162.41
-409.47%
52.48
-47.93%
100.78
+7.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%
403.66
+30.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
473.07
+29.99%
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%