UEC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UEC
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.73
0.01 (1.35%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้ โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4361 out_tok=2150 at=2026-07-26T12:22:52 --> # UEC Q3/2564 กำไรสุทธิหด 84% รายได้วูบ 54% รับผลกระทบปิดโรงงานพม่า ## รายได้-กำไรทรุดหนักจากปิดโรงงานพม่า ขณะที่ GPM พุ่งสูงขึ้นผิดปกติจากการปรับปรุงบัญชี บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 87 ล้านบาท ลดลง 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2 ล้านบาท ลดลงถึง 84% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปิดโรงงานในประเทศเมียนมา และการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่มีการผลิต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ UEC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาจาก **รายได้จากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 56%** ประกอบกับการ **ปิดโรงงานในประเทศเมียนมา (UEM)** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อย แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 17% เป็น 31% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **รายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงหยุดการดำเนินงานเนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลงถึง 104 ล้านบาท หรือ 56% จาก 186 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 82 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ในส่วนของ **อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น** นั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชี โดยค่าเสื่อมราคา ค่าไฟฟ้า และค่ารักษาความปลอดภัยของโรงงานที่ 2 ซึ่งปิดการใช้งาน ได้ถูกบันทึกเป็น "ค่าใช้จ่ายโรงงานในช่วงที่ไม่มีการผลิต" แทนที่จะเป็น "ต้นทุนขาย" เหมือนในปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลงอย่างมาก ทำให้ GPM ดูสูงขึ้น แต่ฝ่ายจัดการระบุว่า **ไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานสุทธิของบริษัท** นอกจากนี้ ยังมี **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่เพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนผลประกอบการอยู่บ้าง แต่ไม่มากพอที่จะพลิกสถานการณ์ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักคือสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมา ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าการเปิดโรงงานใหม่ยังไม่ได้ตัดสินใจและขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบัน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย การหยุดดำเนินงานของบริษัทย่อยในเมียนมาจะยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่มีการผลิตนั้น เป็นการปรับปรุงทางบัญชีที่ส่งผลต่อ GPM ในเชิงตัวเลข แต่ไม่มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม ซึ่งอาจจะทำให้ GPM ในงวดถัดไปยังคงอยู่ในระดับสูงหากไม่มีการกลับมาผลิตในโรงงานดังกล่าว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมลดลง 54%:** อยู่ที่ 87 ล้านบาท จาก 189 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 * **กำไรสุทธิลดลง 84%:** อยู่ที่ 2 ล้านบาท จาก 12 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง:** จาก 17% เป็น 31% เนื่องจากผลจากการปรับปรุงวิธีการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่มีการผลิต * **บริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงหยุดดำเนินงาน:** จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง * **รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลง 56%:** เหลือ 82 ล้านบาท จาก 186 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 87 ล้านบาท ลดลง 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 189 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 82 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 86 ล้านบาท ลดลง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของต้นทุนขายและให้บริการ 57 ล้านบาท (ลดลง 63%) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 22 ล้านบาท (ลดลง 3%) รวมถึงมีค่าใช้จ่ายโรงงานในช่วงที่ไม่มีการผลิต 7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 2 ล้านบาท ลดลง 84% เมื่อเทียบกับ 12 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 379 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มี 627 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับ 34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ## โอกาส * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 34 ล้านบาทในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนช่วยหนุนผลประกอบการในบางช่วง ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์การเมืองในเมียนมา:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทย่อยในเมียนมาต้องหยุดการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของกลุ่มบริษัท * **การพึ่งพารายได้จากลูกค้า:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า สะท้อนถึงความเปราะบางของรายได้จากการดำเนินงานปกติ * **การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชี:** แม้จะส่งผลดีต่อ GPM ในเชิงตัวเลข แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานสุทธิ อาจทำให้การตีความ GPM ที่สูงขึ้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **สถานการณ์การเมืองในเมียนมา:** ความคืบหน้าและการตัดสินใจเกี่ยวกับการกลับมาเปิดโรงงาน UEM * **แนวโน้มรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า:** การฟื้นตัวหรือทรงตัวของรายได้จากการดำเนินงานหลัก * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ แม้ในภาวะรายได้ลดลง * **ผลกระทบจากการปรับปรุงบัญชี:** การเปลี่ยนแปลง GPM ที่เกิดจากการปรับปรุงบัญชี จะส่งผลต่อการวิเคราะห์อัตรากำไรในอนาคตอย่างไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** ไม่มีการระบุข้อมูล utilization ของโรงงานที่ยังดำเนินการอยู่ * **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูล order book ในเอกสาร * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่มีการระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบ * **GPM:** ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17% เป็น 31% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงวิธีการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่มีการผลิต * **ส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การหยุดดำเนินงานของโรงงานในเมียนมาส่งผลกระทบต่อภาพรวม * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับ 3 ล้านบาทในปีก่อน * **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด ## สรุปท้าย UEC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันด้านรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 56% อันเป็นผลมาจากการปิดโรงงานในเมียนมา แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะดูดีขึ้นอย่างมากจากการปรับปรุงวิธีการบันทึกบัญชี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไป ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 84% อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยประคองผลประกอบการในภาพรวม 9 เดือนแรกให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้เล็กน้อย นักลงทุนควรจับตาสถานการณ์การเมืองในเมียนมาและแนวโน้มรายได้จากการดำเนินงานหลักอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43 ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09 ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79 %
กำไรสุทธิ
-17.01 ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38 %
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5% YoY
D/E Ratio
0.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
149.43
-36.19%
234.19
-16.34%
279.94
-10.39%
312.40
+70.90%
182.80
+7.69%
169.75
-44.36%
กำไรขั้นต้น —
25.09
-56.99%
58.32
+32.45%
44.04
-22.06%
56.50
+386.80%
-19.70
-158.24%
33.83
+28.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33.70
+8.69%
31.01
-36.60%
48.91
+92.12%
25.46
+7.49%
23.68
-40.55%
39.83
-18.68%
กำไรสุทธิ —
-17.01
+33.54%
-25.59
-290.21%
-6.56
-130.16%
21.74
+177.58%
-28.03
-1,867.15%
1.59
-96.08%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
+33.33%
-0.05
-309.09%
-0.01
-128.95%
0.04
+177.55%
-0.05
-1,733.33%
0.00
-95.77%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.79
-32.57%
24.90
+58.30%
15.73
-13.05%
18.09
+267.81%
-10.78
-154.09%
19.93
+131.74%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.55
+70.32%
13.24
-24.21%
17.47
+114.36%
8.15
-37.11%
12.96
-44.78%
23.47
+46.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-11.38
-4.12%
-10.93
-367.09%
-2.34
-133.62%
6.96
+145.40%
-15.33
-1,748.39%
0.93
-92.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-8.79
+55.72%
-19.85
+39.32%
-32.71
0.00
+100.00%
-3.13
-400.96%
1.04
-98.25%
ROE(%) —
-6.09
-136.05%
-2.58
-130.64%
8.42
+851.79%
-1.12
-206.67%
1.05
-61.54%
2.73
+370.30%
ROA(%) —
-6.43
-278.24%
-1.70
-121.36%
7.96
+830.28%
-1.09
-215.96%
0.94
-66.55%
2.81
+430.59%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.21
+40.00%
0.15
-6.25%
0.16
0.16
+100.00%
0.08
-33.33%
0.12
-25.00%
P/E —
-100.00
-100.00
-1,687.30%
6.30
+106.30%
-100.00
-435.12%
29.84
+279.64%
7.86
P/BV —
0.40
-32.20%
0.59
-10.61%
0.66
-8.33%
0.72
-29.41%
1.02
+131.82%
0.44
+37.50%
BV —
1.86
-10.14%
2.07
-8.41%
2.26
+4.63%
2.16
-6.90%
2.32
2.32
+4.04%
YIELD(%) —
8.11
-50.52%
16.39
+169.57%
6.08
+4.65%
5.81
+52.49%
3.81
0.00
ราคาหุ้น —
0.74
-39.34%
1.22
-17.57%
1.48
-4.52%
1.55
-34.32%
2.36
+129.13%
1.03
+45.07%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.77

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
841.48
-3.74%
874.14
-10.32%
974.75
+4.83%
929.80
+8.47%
857.17
-3.21%
925.89
-3.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
423.82
-8.02%
460.74
-8.22%
502.01
-1.25%
508.34
-6.62%
544.35
-7.64%
548.96
-8.16%
รวมสินทรัพย์ —
1,265.29
-5.21%
1,334.88
-9.61%
1,476.76
+2.69%
1,438.14
+2.61%
1,401.53
-4.98%
1,474.85
-5.56%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
149.92
+39.85%
107.20
-24.74%
142.43
+1.43%
140.42
+163.60%
53.27
-46.90%
100.25
-48.25%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
70.65
+9.50%
64.52
-0.08%
64.57
+9.74%
58.84
+13.01%
52.07
-11.97%
59.14
-1.08%
รวมหนี้สิน —
220.57
+28.45%
171.72
-17.05%
207.00
+3.88%
199.26
+89.16%
105.34
-33.95%
159.39
-37.12%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,044.73
-10.18%
1,163.16
-8.39%
1,269.76
+2.49%
1,238.88
-4.42%
1,296.19
-1.47%
1,315.46
+0.56%
D/E —
0.21
0.15
0.16
0.16
0.08
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-6.09
-2.58
8.42
-1.12
1.05
2.73
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-6.43
-1.70
7.96
-1.09
0.94
2.81
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.61
8.15
6.84
6.62
16.09
9.24
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
4.15
4.88
3.26
4.24
11.70
5.88
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
78.91
59.96
0.00
0.00
62.79
65.73
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
62.55
54.59
0.00
0.00
116.54
84.95
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.46
46.86
0.00
0.00
50.03
52.79
วงจรเงินสด —
101.00
67.69
0.00
0.00
129.30
97.88
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
44.36
-2,578.21%
-1.79
-103.39%
52.74
-151.26%
-102.88
-193.96%
109.49
-15.46%
129.52
-206.64%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-59.01
-247.60%
39.98
-82.49%
228.32
-4,769.12%
-4.89
+192.81%
-1.67
-427.45%
0.51
-99.76%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
18.93
-67.87%
58.91
+209.89%
19.01
-136.52%
-52.06
-9.57%
-57.57
+96.82%
-29.25
+10,346.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
10.17
-91.09%
114.20
-62.51%
304.63
-287.57%
-162.41
-409.47%
52.48
-47.93%
100.78
+7.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%
403.66
+30.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
473.07
+29.99%
363.92
+10.65%
328.89
-15.03%
387.05
-29.56%
549.47
+8.93%
504.43
+24.96%