บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.74
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน
ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้
โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4197 out_tok=2260 at=2026-07-26T12:32:56 -->
# UEC กำไรสุทธิ Q3/2565 พลิกบวก 4 ล้านบาท รับรายได้โตกว่าเท่าตัว
## รายได้ตามสัญญาพุ่ง 134% หนุนผลงานฟื้นตัว แม้ GPM หดตัวจากต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ตามสัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 134% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ตามสัญญาที่เพิ่มขึ้นถึง 134%** หรือ 110 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ลดลงจาก 31% ในปีก่อน เหลือ 18% ในไตรมาสนี้ ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญที่ต้องพิจารณา
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเพิ่มขึ้นของรายได้** เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อปริมาณงานของบริษัท ทำให้รายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 82 ล้านบาท เป็น 192 ล้านบาท
ในทางกลับกัน **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** เกิดจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 122% หรือ 105 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น 177% หรือ 101 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าสืบเนื่องจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นประกอบกับ **ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น** นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนก็ส่งผลกระทบ โดยไตรมาสนี้มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 5 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น แต่การที่ GPM ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ และบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุน หรือส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% YoY:** เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า 134%
* **กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2 ล้านบาท YoY:** ได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 18%:** จาก 31% ในปีก่อน เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท:** เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 5 ล้านบาท
* **ธุรกิจในเมียนมา (UEM) ยังขาดทุน:** ขาดทุน 3.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายคงที่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 87 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 134% หรือ 110 ล้านบาท จาก 82 ล้านบาท เป็น 192 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของกลุ่มบริษัทฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 31% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เหลือ 18% ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 122% หรือ 105 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะต้นทุนตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น 177% สืบเนื่องจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 22 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 4 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร จากที่ขาดทุน 2 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
สำหรับบริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายภาครัฐ โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้ 1.3 ล้านบาท และขาดทุน 3.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายคงที่
## โอกาส
* **โครงการใหม่ในอุตสาหกรรม:** การมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลให้ปริมาณงานและรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น
* **การฟื้นตัวของปริมาณงาน:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาวัตถุดิบแพงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **ความไม่แน่นอนในเมียนมา:** ธุรกิจของบริษัทย่อยในเมียนมายังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายภาครัฐและข้อจำกัดด้านแรงงาน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของ UEC
* ความสามารถของ UEC ในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า
* ความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และปริมาณงานที่จะเข้ามาสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในเมียนมา และผลกระทบต่อธุรกิจของ UEM
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานและรายได้บ่งชี้ว่ามีการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีโครงการใหม่เกิดขึ้นและส่งผลบวกต่อปริมาณงาน อาจตีความได้ว่ามีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาสนับสนุน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยเอกสารระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบแพงขึ้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ GPM ลดลง
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 31% เป็น 18% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องให้ความสนใจอย่างมาก
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยไตรมาสนี้มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
UEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากการที่รายได้ตามสัญญาพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว อันเป็นผลมาจากโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันอย่างหนักจากการที่ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ GPM ลดลงจาก 31% เหลือ 18% ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านภาระไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ธุรกิจในเมียนมายังคงมีผลขาดทุนและเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายในประเทศ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43
ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09
ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79
%
กำไรสุทธิ
-17.01
ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
44.36
-2,578.21%
|
-1.79
-103.39%
|
52.74
-151.26%
|
-102.88
-193.96%
|
109.49
-15.46%
|
129.52
-206.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.01
-247.60%
|
39.98
-82.49%
|
228.32
-4,769.12%
|
-4.89
+192.81%
|
-1.67
-427.45%
|
0.51
-99.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
18.93
-67.87%
|
58.91
+209.89%
|
19.01
-136.52%
|
-52.06
-9.57%
|
-57.57
+96.82%
|
-29.25
+10,346.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.17
-91.09%
|
114.20
-62.51%
|
304.63
-287.57%
|
-162.41
-409.47%
|
52.48
-47.93%
|
100.78
+7.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|
403.66
+30.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
473.07
+29.99%
|
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|