บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.74
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม 103 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 46 จาก งวดเดียวกันปีก่อนที่ 191 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและการแข่งขัน
ในขณะที่มีค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้นจากการกลับรายการ สํารองค่าปรับงานล่าช้าของโครงการหนึ่งในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกลับรายการหนี้สูญของโครงการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินได้
โดยรวมไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 3 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่กําไร 6 ล้านบาท โดยผลการดําเนินการหลักจาก บริษัทในประเทศไทย และเนื่องจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในประเทศพม่า ทําให้ต้องปิดโรงงานที่พม่าชั่วคราว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7130 out_tok=1930 at=2026-07-26T12:03:47 -->
# UEC พลิกขาดทุนโชว์กำไร 73 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก รับปริมาณงานพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรง YoY หลังปริมาณงานเพิ่ม สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตาม
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ UEC พลิกผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท ในงวดหกเดือนแรกปี 2566 จากที่เคยขาดทุน 40 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว แตะ 617 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการที่ปริมาณงานที่เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2566
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ UEC พลิกจากขาดทุน 40 ล้านบาท เป็นกำไร 73 ล้านบาท ในงวดหกเดือนแรกปี 2566 คือ **ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมถึง 211% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า แหล่งรายได้หลักมาจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานนี้ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นจาก 198 ล้านบาท เป็น 617 ล้านบาท แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน (จาก 171 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท) แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับตัวดีขึ้นจาก 14% ในปีก่อน เป็น 19% ในงวดปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (จาก 31 ล้านบาท เป็น 51 ล้านบาท) ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มอัตรากำลังคนเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่า "สาเหตุหลักเกิดจากมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นในระหว่างปี 2566" และมีการปรับเพิ่มอัตรากำลังคนเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วงที่ปริมาณงานสูงและมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป หากไม่มีปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท ในงวดหกเดือนแรกปี 2566 เทียบกับขาดทุน 40 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ก้าวกระโดด:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 211% YoY เป็น 617 ล้านบาท จาก 198 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 19%
* **ปริมาณงานคือปัจจัยหลัก:** ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักมาจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 198 ล้านบาท โดยมีต้นทุนขายและบริการ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192% จาก 171 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 19% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท เป็น 51 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตในปีก่อน 31 ล้านบาท ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 40 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การบริหารต้นทุน:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน
* **การเพิ่มกำลังคน:** การเตรียมพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการมองการณ์ไกลในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ต้นทุนขายและบริการก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน หากต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
* **ผลประกอบการบริษัทย่อย:** บริษัทย่อยในเมียนมาร์ (UEM) ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 7 ล้านบาท จากการดำเนินงานและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการรวม
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.5 ล้านบาท ของบริษัทย่อยในเมียนมาร์ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณงาน:** การรักษาปริมาณงานที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับปริมาณงาน
* **ผลประกอบการ UEM:** การพลิกฟื้นผลประกอบการของบริษัทย่อยในเมียนมาร์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเพิ่มกำลังคน:** การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรให้สอดคล้องกับปริมาณงานจริง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "มีปริมาณงานเข้ามาเพิ่มขึ้น" และ "มีการเพิ่มอัตรากำลังคนเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น" บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) น่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้น แสดงว่าบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายได้ หรือมีการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าปีก่อน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 14% เป็น 19.34% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการพลิกกลับมามีกำไร
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.5 ล้านบาท ที่บริษัทย่อยในเมียนมาร์
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
UEC โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจในงวดหกเดือนแรกปี 2566 ด้วยการพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตกว่า 2 เท่า และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่การบริหารจัดการที่กล่าวถึงโดยฝ่ายจัดการบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาแนวโน้มปริมาณงานในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลประกอบการของบริษัทย่อยในเมียนมาร์ที่ยังคงมีผลขาดทุนและมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UEC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
149.43
ล้านบาท
↓ 36.2% YoY
กำไรขั้นต้น
25.09
ล้านบาท
↓ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.79
%
กำไรสุทธิ
-17.01
ล้านบาท
↓ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.38
%
D/E Ratio
0.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
149
↓ -36.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
25
↓ -57%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↓ -33.5%
YoY
D/E Ratio
0.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.21
ROE (%)
-6.09
ROA (%)
-6.43
Book Value/หุ้น
1.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-59
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
44.36
-2,578.21%
|
-1.79
-103.39%
|
52.74
-151.26%
|
-102.88
-193.96%
|
109.49
-15.46%
|
129.52
-206.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.01
-247.60%
|
39.98
-82.49%
|
228.32
-4,769.12%
|
-4.89
+192.81%
|
-1.67
-427.45%
|
0.51
-99.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
18.93
-67.87%
|
58.91
+209.89%
|
19.01
-136.52%
|
-52.06
-9.57%
|
-57.57
+96.82%
|
-29.25
+10,346.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.17
-91.09%
|
114.20
-62.51%
|
304.63
-287.57%
|
-162.41
-409.47%
|
52.48
-47.93%
|
100.78
+7.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|
403.66
+30.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
473.07
+29.99%
|
363.92
+10.65%
|
328.89
-15.03%
|
387.05
-29.56%
|
549.47
+8.93%
|
504.43
+24.96%
|