บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.50
0.03 (5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5772 out_tok=3013 at=2026-07-26T10:06:43 -->
# TRC Q3/2566 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง รับอานิสงส์ค่า K หนุนกำไรขั้นต้น
## รายได้ก่อสร้างหด 33% แต่กำไรขั้นต้นโตจากเงินชดเชย ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบปีก่อน
บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง 576.63 ล้านบาท ลดลง 33.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากอุปสรรคในงานใต้ดินของบางโครงการ และการปรับปรุงประมาณการต้นทุนวัสดุและค่าแรง อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างอยู่ที่ 50.76 ล้านบาท หรือ 8.80% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้รายได้ลดลง เนื่องจากมีการบันทึกรายได้ค่า K หรือเงินชดเชยค่าก่อสร้างจากหน่วยงานภาครัฐ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 25.56 ล้านบาท จากขาดทุน 53.70 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ TRC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวดีขึ้น แม้รายได้จากการให้บริการก่อสร้างจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.52% มาอยู่ที่ 576.63 ล้านบาท คือ **การบันทึกรายได้ค่า K หรือเงินชดเชยค่าก่อสร้างจากการให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐ** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 5.96% ในปีก่อน เป็น 8.80% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ากำไรขั้นต้นโดยรวมจะลดลงเล็กน้อยจาก 51.73 ล้านบาท เป็น 50.76 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากกลไกที่รายได้จากการให้บริการก่อสร้างโดยตรงลดลง เนื่องจากปัญหาอุปสรรคในงานใต้ดินของบางโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาแก้ไขกับเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับปรุงประมาณการต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม การได้รับเงินชดเชยค่า K จากภาครัฐเข้ามาช่วยเสริมอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการอื่นจะลดลงอย่างมากจาก 22.76 ล้านบาท เหลือเพียง 4.15 ล้านบาท เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ได้บันทึกรายได้ไปแล้วในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง การบันทึกรายได้ค่า K เป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต แต่ไม่สามารถคาดการณ์ความสม่ำเสมอได้ชัดเจน ขณะที่อุปสรรคในงานใต้ดินและการปรับปรุงประมาณการต้นทุนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนในระยะสั้น การที่บริษัทฯ มีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง และการเพิ่มทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะถัดไป แต่ยังต้องติดตามการแก้ไขปัญหาโครงการที่ล่าช้าและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ก่อสร้างลดลง 33.52%** เหลือ 576.63 ล้านบาท เนื่องจากอุปสรรคในงานใต้ดินและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.80%** จาก 5.96% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการบันทึกรายได้ค่า K จากภาครัฐ
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง** เหลือ 25.56 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 53.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **งานระหว่างก่อสร้าง (Backlog) รวม 4,044.87 ล้านบาท** โดยบริษัทฯ มีมูลค่างานคงเหลือ 439.04 ล้านบาท
* **ได้รับงานใหม่ปี 2566 รวม 1,142.25 ล้านบาท** โดยบริษัทฯ ได้รับ 11 โครงการ มูลค่า 395.52 ล้านบาท
* **เตรียมเพิ่มทุน 2,396.71 ล้านหุ้น** ราคา 0.20 บาท เพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัทฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 TRC มีรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง 576.63 ล้านบาท ลดลง 33.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาอุปสรรคในงานใต้ดินของบางโครงการ และการปรับปรุงประมาณการต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างอยู่ที่ 50.76 ล้านบาท หรือ 8.80% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (51.73 ล้านบาท หรือ 5.96%) โดยมีปัจจัยหนุนจากการบันทึกรายได้ค่า K หรือเงินชดเชยค่าก่อสร้างจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 25.56 ล้านบาท จากขาดทุน 53.70 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง 1,728.69 ล้านบาท ลดลง 33.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.18% สูงกว่าปีก่อนที่ 5.85% เนื่องจากการบันทึกรายได้ค่า K เช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 206.15 ล้านบาท จาก 97.21 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะในบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิจำกัด (มหาชน) จำนวน 113.30 ล้านบาท
## โอกาส
* **งานระหว่างก่อสร้าง (Backlog) ที่มีมูลค่าสูง:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 มีงานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้รวม 4,044.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานรายได้ที่สำคัญสำหรับอนาคต
* **การได้รับงานใหม่:** ในปี 2566 บริษัทฯ ได้รับงานใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 395.52 ล้านบาท และบริษัทย่อยได้รับ 1 โครงการ มูลค่า 746.73 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การเพิ่มทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง:** การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 2,396.71 ล้านหุ้น ราคา 0.20 บาท จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ และสนับสนุนการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **อุปสรรคในงานใต้ดิน:** ปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างบางโครงการ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจาแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการดำเนินงานและต้นทุน
* **ต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้น:** การปรับปรุงประมาณการต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 80.92% เนื่องจากมีการใช้เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนจำนวนมากจากบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิจำกัด (มหาชน) ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนสุทธิโดยรวม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 13.49 เท่า เป็น 41.95 เท่า ซึ่งบ่งชี้ถึงภาระหนี้สินที่สูงเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในงานใต้ดินของโครงการที่ล่าช้า
* แนวโน้มต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงในอนาคต
* ผลการดำเนินงานของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิจำกัด (มหาชน) และผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุน
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการชำระคืนหนี้สิน
* ผลของการเพิ่มทุนต่อสภาพคล่องและโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ
* การได้รับงานใหม่เพิ่มเติมเพื่อเสริม Backlog
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้บริการก่อสร้าง:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะงานโยธาที่คิดเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ (397.17 ล้านบาท) รองลงมาคืองานระบบท่อ (90.01 ล้านบาท) และงานก่อสร้างอื่น (89.45 ล้านบาท) โครงการหลักที่รับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ ได้แก่ โครงการก่อสร้างบูรณะโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างภาคบ.ไม้เสียบ-พัทลุง และโครงการประกอบโครงสร้างเหล็กสำหรับโครงการสร้างหน่วยผลิตไฮโดรเจน
* **Backlog:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีงานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้รวม 4,044.87 ล้านบาท โดยบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีมูลค่างานคงเหลือ 439.04 ล้านบาท และบริษัท สหการวิศวกรจำกัด มีมูลค่างานคงเหลือสูงถึง 3,561.26 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่:** ในปี 2566 บริษัทฯ ได้รับงานใหม่ 11 โครงการ มูลค่า 395.52 ล้านบาท และบริษัทย่อยได้รับ 1 โครงการ มูลค่า 746.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างรายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 7.02% มาอยู่ที่ 4,047.61 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 298.07 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ที่ยังไม่เรียกชำระ (ลดลง 396.95 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนการส่งมอบงานและเรียกชำระเงินได้ดีขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 2.46% มาอยู่ที่ 3,950.98 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 110.15 ล้านบาท แต่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 10.57 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง แต่เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 68.65% มาอยู่ที่ 94.18 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนสำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 จำนวน 206.15 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.49 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 41.95 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งแสดงถึงภาระหนี้สินที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
TRC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาโครงการ แต่สามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบันทึกรายได้ค่า K จากภาครัฐ ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม การได้รับงานใหม่และการมี Backlog ที่แข็งแกร่งเป็นโอกาสสำคัญในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากอุปสรรคโครงการ ต้นทุนที่สูงขึ้น และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องติดตามว่าจะสามารถเสริมสภาพคล่องและช่วยลดแรงกดดันทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
318.59
ล้านบาท
↓ 22.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.80
ล้านบาท
↓ 94.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-4.02
%
กำไรสุทธิ
-82.05
ล้านบาท
↓ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-25.76
%
D/E Ratio
-54.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -22.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-13
↓ -94.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -75.4%
YoY
D/E Ratio
-54.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-54.40
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-5.88
Book Value/หุ้น
-0.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+113
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
13.42
-88.60%
|
117.67
-47.77%
|
225.28
-409.28%
|
-72.84
-218.92%
|
61.25
-112.46%
|
-491.65
-244.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
113.26
-2,122.50%
|
-5.60
-77.42%
|
-24.80
-87.19%
|
-193.55
+103.57%
|
-95.08
+19.16%
|
-79.79
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-178.41
+59.47%
|
-111.88
-60.94%
|
-286.45
-268.74%
|
169.76
+30.47%
|
130.11
-58.95%
|
316.99
-662.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-50.37
+3,067.92%
|
-1.59
-98.05%
|
-81.51
-11.80%
|
-92.41
-192.47%
|
99.93
-139.33%
|
-254.11
-211.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.71
-70.32%
|
52.94
-41.03%
|
89.78
-50.72%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|
336.37
+208.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.03
+72.06%
|
15.71
-70.32%
|
52.94
-108.24%
|
-642.41
-452.60%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|