บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.50
0.03 (5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10287 out_tok=3111 at=2026-07-26T10:52:59 -->
# TRC Q2/2566 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 171.73 ล้านบาท รับผลกระทบต้นทุนก่อสร้าง-ลงทุน APOT
## รายได้ก่อสร้างทรุด 42% ฝ่ายจัดการชี้อุปสรรคงานใต้ดิน-ต้นทุนพุ่ง ขณะที่การลงทุนใน APOT ส่งผลกระทบทางบัญชี
บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 171.73 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม (APOT) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ TRC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม (APOT)** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **รายได้จากการให้บริการก่อสร้างที่ลดลง 42.02% หรือ 376.16 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างลดลง 42.02 ล้านบาท** นอกจากนี้ **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (APOT) จำนวน 113.30 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลกระทบทางบัญชีจากการลงทุนเพิ่มใน APOT ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้ก่อสร้างลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสาเหตุหลักมาจาก **อุปสรรคในงานใต้ดินของโครงการก่อสร้างบางโครงการ** ทำให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างตามแผนได้ และอยู่ในกระบวนการเสนอแก้ไขกับเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ **การปรับปรุงประมาณการต้นทุนบางโครงการเนื่องจากต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้น** ยังส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก APOT:** การลงทุนเพิ่ม 113.30 ล้านบาทในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ APOT ผ่านบริษัทย่อยในต่างประเทศ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดชัยภูมิ แม้ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อโอกาสในอนาคต แต่ตามหลักบัญชี เมื่อมีการลงทุนเพิ่มในบริษัทร่วมที่เคยตั้งด้อยค่าเงินลงทุนไว้ทั้งหมดแล้ว ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในงบการเงินรวมตามสัดส่วนการถือครองของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นเพียงผลกระทบทางบัญชี ไม่ได้เกิดจากการขาดทุนจากการดำเนินงานโดยตรง
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **รายได้ก่อสร้าง:** แม้ว่าจะมีอุปสรรคในโครงการปัจจุบัน แต่การที่บริษัทฯ มี **งานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวม 4,582.21 ล้านบาท** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บ่งชี้ว่ายังมีโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาโครงการเดิมและการปรับปรุงประมาณการต้นทุนอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **การลงทุนใน APOT:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก APOT ในไตรมาส 2/2566 เป็นผลกระทบทางบัญชีจากการลงทุนเพิ่ม หากผลการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ออกมาดี และโครงการสามารถเดินหน้าได้ อาจนำไปสู่โอกาสในการกลับรายการด้อยค่าเงินลงทุนเดิม 1,578.2 ล้านบาท และโอกาสในการรับงานก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทฯ ในอนาคต แต่ในระยะสั้น การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนนี้จะยังคงมีอยู่ตามสัดส่วนการถือหุ้น
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 171.73 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ก่อสร้างลดลง 42.02%:** เหลือ 518.95 ล้านบาท จากอุปสรรคโครงการและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือเพียง 8.67 ล้านบาท จาก 50.69 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.77%:** เป็น 16.58 ล้านบาท จากการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น
* **ลงทุนเพิ่มใน APOT 113.30 ล้านบาท:** ส่งผลให้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนทางบัญชี
* **Backlog งานก่อสร้างคงเหลือ 4,582.21 ล้านบาท:** เป็นโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 TRC มีรายได้จากการให้บริการก่อสร้างรวม 518.95 ล้านบาท ลดลง 42.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสรรคในงานใต้ดินของบางโครงการที่ทำให้การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผน และการปรับปรุงประมาณการต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งค่าวัสดุและค่าแรง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างลดลงอย่างมากเหลือเพียง 8.67 ล้านบาท จาก 50.69 ล้านบาทในปีก่อน
รายได้จากการให้บริการอื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 8.32 ล้านบาท จาก 1.32 ล้านบาทในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารทรงตัวอยู่ที่ 62.62 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.77% เป็น 16.58 ล้านบาท จากการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ผลประกอบการโดยรวมขาดทุนสุทธิ 171.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 10.51 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการขาดทุนจากการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้าง และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม (APOT)
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,179.07 ล้านบาท ลดลง 33.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 180.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 43.51 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **Backlog งานก่อสร้าง:** บริษัทฯ มีงานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวม 4,582.21 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคต โดยเฉพาะงานจากบริษัท สหการวิศวกร จำกัด มูลค่า 3,881.93 ล้านบาท
* **โครงการใหม่:** ในปี 2566 บริษัทฯ ได้รับงานใหม่ 8 โครงการ มูลค่ารวม 1,026.13 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริม Backlog และสร้างรายได้ในอนาคต
* **โครงการเหมืองแร่โพแทช (APOT):** แม้ปัจจุบันจะส่งผลกระทบทางบัญชี แต่หากการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่โอกาสในการกลับรายการด้อยค่าเงินลงทุนเดิม 1,578.2 ล้านบาท และโอกาสในการรับงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและส่งเสริมโครงการ
* **การสนับสนุนจากภาครัฐ:** การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินและสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเหมืองแร่โพแทช เป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของโครงการ APOT
## ความเสี่ยง
* **อุปสรรคในการดำเนินงาน:** ปัญหาอุปสรรคในงานใต้ดินของโครงการก่อสร้างบางโครงการ อาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการส่งมอบงานและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการก่อสร้าง
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุน ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของโครงการ APOT:** แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ความสำเร็จของโครงการเหมืองแร่โพแทชยังขึ้นอยู่กับผลการศึกษาความเป็นไปได้ การจัดหาเงินทุน และปัจจัยภายนอกอื่นๆ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 34.33 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงการพึ่งพาหนี้สินในการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้าง:** การแก้ไขอุปสรรคในงานใต้ดินและการบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ผลการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของโครงการ APOT:** จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในอนาคตและการกลับรายการด้อยค่า
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** เนื่องจากมีการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การส่งมอบงานตามมูลค่างานคงเหลือ 4,582.21 ล้านบาท
* **การได้รับงานใหม่เพิ่มเติม:** เพื่อเสริมสร้างรายได้และ Backlog ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้บริการก่อสร้าง:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 42.02% เป็น 518.95 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้มาจากงานโยธา (303.90 ล้านบาท), งานระบบท่อ (100.87 ล้านบาท) และงานก่อสร้างอื่น (114.19 ล้านบาท) โครงการหลักที่รับรู้รายได้ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง, โครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง-ชลบุรี และโครงการประกอบโครงสร้างเหล็กสำหรับโครงการสร้างหน่วยผลิตไฮโดรเจน
* **Backlog:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีมูลค่างานคงเหลือ 4,582.21 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานของบริษัท สหการวิศวกร จำกัด (3,881.93 ล้านบาท) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **โครงการใหม่:** ได้รับงานใหม่ 8 โครงการ มูลค่ารวม 1,026.13 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริม Backlog
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 4,254.01 ล้านบาท ลดลง 2.28% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง, ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายลดลง และเงินจ่ายล่วงหน้าแก่ผู้รับเหมาช่วงลดลง
* **หนี้สินรวม:** 4,133.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.05% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 210.40 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนในบริษัทร่วมและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่เงินรับล่วงหน้าตามสัญญาก่อสร้างลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 117.93 ล้านบาท ลดลง 60.74% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 34.33 เท่า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.38 เท่า ณ สิ้นปี 2565 สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง
## สรุปท้าย
TRC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากการลดลงของรายได้ก่อสร้างอันเนื่องมาจากอุปสรรคโครงการและต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนทางบัญชีจากการลงทุนใน APOT ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมี Backlog งานก่อสร้างที่แข็งแกร่งและโอกาสจากโครงการ APOT ที่อาจฟื้นตัวได้ แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการดำเนินงานและภาระทางการเงินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
318.59
ล้านบาท
↓ 22.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.80
ล้านบาท
↓ 94.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-4.02
%
กำไรสุทธิ
-82.05
ล้านบาท
↓ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-25.76
%
D/E Ratio
-54.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -22.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-13
↓ -94.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -75.4%
YoY
D/E Ratio
-54.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-54.40
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-5.88
Book Value/หุ้น
-0.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+113
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
13.42
-88.60%
|
117.67
-47.77%
|
225.28
-409.28%
|
-72.84
-218.92%
|
61.25
-112.46%
|
-491.65
-244.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
113.26
-2,122.50%
|
-5.60
-77.42%
|
-24.80
-87.19%
|
-193.55
+103.57%
|
-95.08
+19.16%
|
-79.79
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-178.41
+59.47%
|
-111.88
-60.94%
|
-286.45
-268.74%
|
169.76
+30.47%
|
130.11
-58.95%
|
316.99
-662.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-50.37
+3,067.92%
|
-1.59
-98.05%
|
-81.51
-11.80%
|
-92.41
-192.47%
|
99.93
-139.33%
|
-254.11
-211.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.71
-70.32%
|
52.94
-41.03%
|
89.78
-50.72%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|
336.37
+208.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.03
+72.06%
|
15.71
-70.32%
|
52.94
-108.24%
|
-642.41
-452.60%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|