บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.50
0.03 (5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6832 out_tok=2975 at=2026-07-26T10:12:05 -->
TRC Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 53.70 ล้านบาท เหตุต้นทุนสูง-เลิกกิจการย่อย
รายได้ก่อสร้างฟื้นตัว 9% YoY แต่กำไรขั้นต้นหดตัว ขณะที่การเลิกกิจการบริษัทย่อยในโอมานส่งผลขาดทุนเพิ่ม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไร 13.10 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุนสุทธิ 53.70 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของกำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้าง และการบันทึกขาดทุนจากการเลิกกิจการในบริษัทย่อย
ประการแรก กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 51.73 ล้านบาท ลดลงจาก 82.76 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากโครงการขนาดใหญ่ที่มีอัตรากำไรสูงกำลังเข้าสู่ระยะปลาย ทำให้ปริมาณงานลดลง ส่งผลต่อการรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นที่ลดลงตามไปด้วย แม้ว่ารายได้จากการให้บริการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 72.29 ล้านบาท (9.09%) เป็น 867.35 ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่เคยหยุดชะงักจากมาตรการ COVID-19 กลับมาดำเนินการได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรที่ลดลงได้
ประการที่สอง คือ การบันทึกขาดทุนจากการเลิกกิจการในบริษัทย่อย 2 แห่งในประเทศโอมาน (TRC Middle East LLC และ TRC Engineering LLC) เป็นจำนวนเงิน 36.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิโดยตรง หากไม่รวมรายการนี้ ขาดทุนสุทธิของบริษัทฯ จะอยู่ที่ 16.85 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุชัดเจน แต่จากข้อมูลที่ระบุว่าโครงการขนาดใหญ่เข้าสู่ระยะปลาย อาจบ่งชี้ว่าแรงกดดันต่อกำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างอาจยังคงมีอยู่ ขณะที่การเลิกกิจการในบริษัทย่อยเป็นรายการครั้งเดียว (one-time) ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 53.70 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 13.10 ล้านบาทใน Q3/2564 โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรขั้นต้นลดลงและขาดทุนจากการเลิกกิจการบริษัทย่อย
* **รายได้ก่อสร้างเพิ่ม 9.09% YoY:** อยู่ที่ 867.35 ล้านบาท จากการกลับมาดำเนินการของโครงการที่เคยหยุดชะงัก
* **กำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 82.76 ล้านบาทใน Q3/2564 เหลือ 51.73 ล้านบาทใน Q3/2565 เนื่องจากโครงการใหญ่เข้าสู่ระยะปลาย
* **ขาดทุนจากการเลิกกิจการย่อย 36.85 ล้านบาท:** จากการปิดกิจการ 2 แห่งในโอมาน
* **งานในมือ (Backlog) สูง:** รวม 4,888.95 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 2565 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น:** ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในโครงการ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC มีผลขาดทุนสุทธิ 53.70 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.10 ล้านบาท คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง 66.80 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ติดลบ 5.98% จากเดิมที่เป็นบวก 1.63%
รายได้จากการให้บริการก่อสร้างอยู่ที่ 867.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.29 ล้านบาท หรือ 9.09% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการกลับมาดำเนินการก่อสร้างของโครงการที่เคยหยุดชะงักจากมาตรการ COVID-19 โครงการหลักที่รับรู้รายได้ ได้แก่ โครงการก่อสร้างบูรณะโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 41, โครงการ Piping Spool Fabrication Work และโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างลดลงจาก 82.76 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 51.73 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่มีอัตรากำไรสูงกำลังเข้าสู่ระยะปลาย ทำให้ปริมาณงานลดลงและส่งผลต่อการรับรู้กำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการเลิกกิจการในบริษัทย่อย 2 แห่งในประเทศโอมาน เป็นจำนวน 36.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 97.21 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 64.30 ล้านบาท โดยรายได้จากการให้บริการก่อสร้างลดลง 15.00% แต่กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากปี 2564 มีการตั้งสำรองค่าปรับงานล่าช้าจำนวนมาก
## โอกาส
* **งานระหว่างก่อสร้าง (Backlog) ที่แข็งแกร่ง:** ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีมูลค่างานคงเหลือรวม 4,888.95 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะบริษัท สหการวิศวกร จำกัด มีมูลค่างานคงเหลือสูงถึง 4,008.79 ล้านบาท
* **โครงการใหม่ที่ได้รับในปี 2565:** บริษัทฯ ได้รับโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 303.16 ล้านบาท เช่น โครงการวางท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท. และโครงการวางระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าของ เอ๊กโก โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ในอนาคต
* **รายได้จากการให้บริการอื่นเติบโต:** รายได้จากการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลและบริหารแพลตฟอร์มของบริษัท โอลีฟ เทคโนโลยี จำกัด (บริษัทย่อย) เพิ่มขึ้นจากการได้รับงานโครงใหม่เพิ่มขึ้น 2 โครงการ
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่:** การที่โครงการขนาดใหญ่เข้าสู่ระยะปลายส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความเสี่ยงหากไม่มีโครงการใหม่ขนาดใหญ่เข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันผลกำไร
* **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่อาจผันผวนเป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจก่อสร้าง
* **การดำเนินงานในต่างประเทศ:** การขาดทุนจากการเลิกกิจการในโอมานสะท้อนความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความสามารถในการรับรู้รายได้จากมูลค่างานคงเหลือ 4,888.95 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสถัดไป
* **การหาโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเข้าประมูลและได้รับงานใหม่เพิ่มเติม เพื่อชดเชยโครงการที่กำลังจะสิ้นสุด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้าง หลังจากโครงการใหญ่เข้าสู่ระยะปลาย
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้น
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะ Olive Technology ที่มีรายได้จากการให้บริการอื่นเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
TRC ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก มีการรับรู้รายได้จากการให้บริการก่อสร้างที่ฟื้นตัวขึ้น 9.09% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 867.35 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากงานโยธา (612.12 ล้านบาท) และงานท่อ (181.69 ล้านบาท) โดยมีโครงการสำคัญที่รับรู้รายได้ เช่น โครงการบูรณะทางหลวงหมายเลข 41, โครงการ Piping Spool Fabrication Work และโครงการสะพานข้ามแยก ณ ระนอง อย่างไรก็ตาม รายได้ในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย 3.10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากบางโครงการใกล้จะสิ้นสุด ทำให้การรับรู้รายได้ลดลง
ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการคือ กำไรขั้นต้นจากการให้บริการก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 82.76 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 51.73 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากโครงการขนาดใหญ่ที่มีอัตรากำไรสูงกำลังเข้าสู่ระยะปลาย ทำให้ปริมาณงานลดลงและส่งผลต่อกำไรขั้นต้น
ในส่วนของงานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 มีมูลค่ารวมสูงถึง 4,888.95 ล้านบาท โดยบริษัท สหการวิศวกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีมูลค่างานคงเหลือมากที่สุดถึง 4,008.79 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับโครงการใหม่ในปี 2565 จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 303.16 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ในระยะต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,367.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.65% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 316.95 ล้านบาท เป็นผลหลักจาก "รายได้ที่ยังไม่เรียกชำระ" (Unbilled Revenue) ที่เพิ่มขึ้น 320.43 ล้านบาท เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,064.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 340.40 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 133.30 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในโครงการ และต้นทุนที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเพิ่มขึ้น 360.21 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 17.44% เหลือ 303.65 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 จำนวน 97.21 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ได้แก่ อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.89 เท่า, อัตราหนี้สินต่อสินทรัพย์ (Debt to Asset Ratio) อยู่ที่ 0.93 เท่า และอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 13.38 เท่า ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
TRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิ 53.70 ล้านบาท แม้รายได้จากการก่อสร้างจะฟื้นตัวขึ้น แต่ถูกกดดันจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากโครงการใหญ่เข้าสู่ช่วงปลาย และการบันทึกขาดทุนพิเศษจากการเลิกกิจการบริษัทย่อยในโอมาน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมี Backlog จำนวนมากถึงเกือบ 5,000 ล้านบาท และโครงการใหม่ที่ได้รับในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และผลประกอบการในอนาคต นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการรับรู้รายได้จาก Backlog และการหาโครงการใหม่เพื่อทดแทนโครงการที่กำลังจะสิ้นสุด รวมถึงแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
318.59
ล้านบาท
↓ 22.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.80
ล้านบาท
↓ 94.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-4.02
%
กำไรสุทธิ
-82.05
ล้านบาท
↓ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-25.76
%
D/E Ratio
-54.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -22.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-13
↓ -94.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -75.4%
YoY
D/E Ratio
-54.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-54.40
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-5.88
Book Value/หุ้น
-0.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+113
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
13.42
-88.60%
|
117.67
-47.77%
|
225.28
-409.28%
|
-72.84
-218.92%
|
61.25
-112.46%
|
-491.65
-244.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
113.26
-2,122.50%
|
-5.60
-77.42%
|
-24.80
-87.19%
|
-193.55
+103.57%
|
-95.08
+19.16%
|
-79.79
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-178.41
+59.47%
|
-111.88
-60.94%
|
-286.45
-268.74%
|
169.76
+30.47%
|
130.11
-58.95%
|
316.99
-662.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-50.37
+3,067.92%
|
-1.59
-98.05%
|
-81.51
-11.80%
|
-92.41
-192.47%
|
99.93
-139.33%
|
-254.11
-211.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.71
-70.32%
|
52.94
-41.03%
|
89.78
-50.72%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|
336.37
+208.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.03
+72.06%
|
15.71
-70.32%
|
52.94
-108.24%
|
-642.41
-452.60%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|