บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.50
0.03 (5.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4248 out_tok=2204 at=2026-07-26T11:03:41 -->
# TRC พลิกขาดทุนหนัก Q1/65 รับต้นทุนพุ่ง-ตั้งสำรองด้อยค่า
## รายได้ตามสัญญาพุ่ง 192% สู้ต้นทุนคงที่-สำรองสินค้าไม่ได้
บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 157.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ตามสัญญาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองการด้อยค่าส่งผลกระทบต่อผลกำไรอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TRC ในไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากต้นทุนรวมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการตั้งสำรองการด้อยค่าของงานระหว่างผลิต (Parts) และสินค้าที่ค้างนานตามมาตรฐานบัญชี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TRC ขาดทุนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น 111.08%** เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการ **ตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) และสินค้าที่ค้างนาน** ตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบถึง 54.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 91.78% แม้ว่ารายได้ตามสัญญาจะเพิ่มขึ้นถึง 192.06% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจาก **ต้นทุนคงที่** และ **การตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts)** ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี นอกจากนี้ ยังมีการ **ตั้งสำรองสินค้าที่ค้างนาน** ตามมาตรฐานบัญชีเช่นกัน ซึ่งรายการเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าที่ขายและอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้ตามสัญญาจะเพิ่มขึ้นจากการได้รับยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ (สำหรับตรวจโควิค-19) และรถลำเลียงอาหารจากลูกค้าต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยฝ่ายจัดการระบุถึงการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งอาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรืออาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหากสถานการณ์การขายสินค้ายังไม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ลูกค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และมีการชะลอการสั่งซื้อ อาจบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งสำรองเพิ่มเติมได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 169.19%**: TRC รายงานผลขาดทุนสุทธิ 157.35 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
* **รายได้ตามสัญญาสูงขึ้น 192.06%**: ได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากลูกค้าต่างประเทศ
* **ต้นทุนรวมพุ่ง 111.08%**: เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยมีสาเหตุจากการตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิตและสินค้าที่ค้างนาน
* **กำไรขั้นต้นติดลบ**: ขาดทุนขั้นต้น 54.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.78% จากปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 11.70%**: ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 248.68%**: ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยหุ้นกู้และสิทธิในการแปลงสภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสำหรับงวด 157.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น 111.08% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากต้นทุนคงที่และการตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) ส่วนรายได้ตามสัญญาเพิ่มขึ้น 192.06% จากการได้รับยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากลูกค้าต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการลดลง 11.70% จากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
## โอกาส
* **การได้รับคำสั่งซื้อใหม่**: การได้รับยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากลูกค้าต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนคงที่และลดการตั้งสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจาก COVID-19**: การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนของรายได้จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสายการบินและศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก
* **ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน**: ต้นทุนคงที่และต้นทุนวัตถุดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน**: ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นภาระต่อผลกำไรของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโต
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่และลดการตั้งสำรอง
* ผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า
* ทิศทางของต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ย
* การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่า TRC จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่ผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัจจัยด้านต้นทุนและการตั้งสำรอง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าปัจจัยด้านการโอนหรือ backlog โดยตรงในรอบนี้
* **รายได้ตามสัญญา**: การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ตามสัญญา (192.06%) เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความสามารถในการรับงาน แต่ต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนและกำไรขั้นต้น**: การที่ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ และส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ เป็นจุดที่น่ากังวลที่สุดในรอบนี้ การตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิตและสินค้าที่ค้างนานสะท้อนถึงปัญหาในการบริหารจัดการสต็อกหรือการผลิตที่อาจไม่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อในระยะยาว
* **รายได้จากการขายและบริการ**: การลดลงของรายได้ในส่วนนี้ (11.70%) บ่งชี้ถึงผลกระทบจาก COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ต่อธุรกิจบริการและซ่อมบำรุง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,265.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีลูกหนี้ที่ส่งมอบและอยู่ระหว่างรอเก็บเงิน หนี้สินรวม 2,161.04 ล้านบาท ลดลง 7.67% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.96 เท่า ลดลงจากปีก่อน 0.70 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย (Interest Bearing Debt D/E Ratio) อยู่ที่ 1.65 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 2564 ในอัตรา 0.55 เท่า การลดลงของ D/E Ratio เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของทุนชำระแล้ว
## สรุปท้าย
TRC ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นและการตั้งสำรองการด้อยค่า ซึ่งบดบังการเติบโตของรายได้ตามสัญญาที่น่าพอใจ แม้ว่าฐานะทางการเงินจะยังคงมั่นคงและ D/E Ratio ปรับตัวลดลง แต่ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายและบริการ และอาจส่งผลต่อการตั้งสำรองในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
318.59
ล้านบาท
↓ 22.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.80
ล้านบาท
↓ 94.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-4.02
%
กำไรสุทธิ
-82.05
ล้านบาท
↓ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-25.76
%
D/E Ratio
-54.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
319
↓ -22.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-13
↓ -94.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -75.4%
YoY
D/E Ratio
-54.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-54.40
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-5.88
Book Value/หุ้น
-0.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+113
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
13.42
-88.60%
|
117.67
-47.77%
|
225.28
-409.28%
|
-72.84
-218.92%
|
61.25
-112.46%
|
-491.65
-244.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
113.26
-2,122.50%
|
-5.60
-77.42%
|
-24.80
-87.19%
|
-193.55
+103.57%
|
-95.08
+19.16%
|
-79.79
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-178.41
+59.47%
|
-111.88
-60.94%
|
-286.45
-268.74%
|
169.76
+30.47%
|
130.11
-58.95%
|
316.99
-662.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-50.37
+3,067.92%
|
-1.59
-98.05%
|
-81.51
-11.80%
|
-92.41
-192.47%
|
99.93
-139.33%
|
-254.11
-211.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.71
-70.32%
|
52.94
-41.03%
|
89.78
-50.72%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|
336.37
+208.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.03
+72.06%
|
15.71
-70.32%
|
52.94
-108.24%
|
-642.41
-452.60%
|
182.19
+121.48%
|
82.26
-75.54%
|