บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.79
0.03 (1.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=35628 out_tok=3270 at=2026-07-26T09:25:59 -->
# TPIPP Q4/2565 ขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกระทบกำไร SPP ขณะที่ IPP ฟื้นตัวจากแผนการผลิต กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft ช่วยบรรเทาผลกระทบ
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,168 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อย่างหนัก แม้ว่าโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) จะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากการปรับแผนการผลิตและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TPIPP ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 1,168 ล้านบาทใน Q4/64) มาจาก **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17% ใน Q4/64 เหลือเพียง 4% ใน Q4/65
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับการฟื้นตัวของความต้องการใช้พลังงานทั่วโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ปรับเพิ่มขึ้นยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้ **margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง** นอกจากนี้ ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมยังลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งซ้ำเติมผลประกอบการของกลุ่ม SPP ให้แย่ลงไปอีก
ในทางกลับกัน โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8% YoY สาเหตุหลักมาจากการ **ปรับแผนการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ** ในโรงไฟฟ้าศรีราชาและโรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพี ซึ่งช่วยเพิ่ม margin จากการขายไฟฟ้าได้ ประกอบกับการผลิตที่สอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่จะบรรเทาลง** จากการที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศปรับขึ้นค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ (ที่ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย) ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566 เป็น 1.5492 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พลังงานยังคงมีความผันผวนสูง และต้องติดตามแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาทใน Q4/65:** พลิกจากกำไร 1,168 ล้านบาทใน Q4/64 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นลดลง 37% YoY:** อยู่ที่ 2,484 ล้านบาท จาก 3,920 ล้านบาทใน Q4/64 โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า SPP ที่กำไรขั้นต้นลดลง 63%
* **รายได้รวมเติบโต 3% YoY:** อยู่ที่ 34,839 ล้านบาท จาก 33,866 ล้านบาทใน Q4/64 โดยได้แรงหนุนจากโรงไฟฟ้า IPP
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูง:** ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อ margin ของโรงไฟฟ้า SPP
* **ค่า Ft ปรับเพิ่มขึ้น:** กกพ. ประกาศปรับขึ้นค่า Ft งวด ม.ค.-เม.ย. 66 ช่วยบรรเทาผลกระทบต้นทุนเชื้อเพลิงได้บางส่วน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 4 ปี 2565:** บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท ลดลง 1,605 ล้านบาท YoY โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิลดลง 767 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง และต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงสูงขึ้น แม้ว่าค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม
**ปี 2565:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 891 ล้านบาท ลดลง 88% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ที่ลดลง 8,770 ล้านบาท จากผลกระทบของราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่กำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท จากการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ และปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต (Optimization) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำก่อน (Merit Order) เพื่อลดต้นทุนการผลิต
* **Synergy จากการควบรวมกิจการ:** บริษัทฯ รับรู้มูลค่า Synergy จากการควบรวมกิจการสุทธิหลังภาษีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
* **โครงการลงทุนในพลังงานสะอาด:** บริษัทฯ มีการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางพลังงานสะอาดในอนาคต
* **การเข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox:** การทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรม:** การหยุดซ่อมบำรุงของลูกค้าอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำ
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
* **การปรับขึ้นค่า Ft ในอนาคต:** ประเมินผลกระทบของการปรับขึ้นค่า Ft ต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **แผนการผลิตและต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า SPP:** การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและการปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า SPP
* **ความคืบหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียน:** ติดตามการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ประเมินผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** ราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า SPP ที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงเหล่านี้เป็นหลัก แม้ว่าค่า Ft จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงในไตรมาส 4 ปี 2565 เนื่องจากลูกค้ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามปกติในช่วงปลายปี ในขณะที่โรงไฟฟ้า IPP มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ.
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนต่อหน่วยของโรงไฟฟ้า SPP เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการปรับตัวขึ้นของราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ในขณะที่โรงไฟฟ้า IPP มีการบริหารจัดการต้นทุนโดยการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติในบางช่วงเวลา ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงได้
**กำลังการผลิต:** กำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีโรงไฟฟ้า IPP, SPP, และ VSPP ที่ดำเนินการอยู่ และมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง
**โครงการลงทุน:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการพลังงานลมในไต้หวัน (CFXD) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย (AEPL) รวมถึงการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ผ่านบริษัทร่วมทุน NV Gotion
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับขึ้นค่า Ft เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิง บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 288,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 173,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้น) และหุ้นกู้/เงินกู้ระยะยาว
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่า 115,100 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลที่มากกว่ากำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
**หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 128,885 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 3,438 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 14,092 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์ถาวร
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 11,601 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้/สินเชื่อสีเขียว และการกู้ยืมระยะสั้น/ยาว
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 1.51 เท่า (รวม) และ 0.99 เท่า (สุทธิ)
* **Interest Coverage Ratio:** อยู่ที่ 1.09 เท่า
* **ROE:** อยู่ที่ 0.32%
* **Current Ratio:** อยู่ที่ 1.51 เท่า
* **Quick Ratio:** อยู่ที่ 0.99 เท่า
## สรุปท้าย
TPIPP ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้ว่าโรงไฟฟ้า IPP จะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและแผนการผลิต แต่แรงกดดันจากโรงไฟฟ้า SPP ยังคงมีอยู่สูง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่า Ft ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ รวมถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและ Synergy จากการควบรวมกิจการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่การลงทุนในพลังงานสะอาดจะเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาพลังงานและปัจจัยภายนอกอื่นๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPIPP ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,176.51
ล้านบาท
↓ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
593.94
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.29
%
กำไรสุทธิ
332.95
ล้านบาท
↓ 63.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.30
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,177
↓ -23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
594
↓ -44.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
333
↓ -63.5%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPIPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
6.37
ROA (%)
4.18
Book Value/หุ้น
4.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPIPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,640
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+511
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPIPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,640.15
+28.15%
|
-2,840.44
-574.57%
|
598.53
-185.16%
|
-702.86
-71.01%
|
-2,424.29
-150.29%
|
4,820.44
+5.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
510.66
-17.87%
|
621.80
-93.75%
|
9,942.22
+154.53%
|
3,906.11
+3.86%
|
3,760.84
-176.97%
|
-4,885.83
-15.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,027.54
-275.14%
|
-1,157.66
-87.66%
|
-9,377.75
+251.46%
|
-2,668.20
+411.76%
|
-521.38
-144.72%
|
1,165.99
-13.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-894.10
-73.34%
|
-3,353.94
-388.39%
|
1,162.98
+117.29%
|
535.23
-34.30%
|
814.71
-26.00%
|
1,101.03
+359.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|
689.56
+53.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,713.60
+24.27%
|
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|