บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.79
0.03 (1.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=26664 out_tok=3315 at=2026-07-26T09:51:43 -->
# PTTGC กำไร Q1/2565 พุ่ง 30% รับราคาปิโตรฯ-น้ำมันดิบขาขึ้น
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาพลังงาน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากอุปสงค์ฟื้น-อุปทานตึงตัว
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 175,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลกและการตึงตัวของอุปทาน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากไตรมาส 4 ปี 2564
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTTGC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนด้านอุปทานที่ตึงตัว** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Margin) ของบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่พุ่งสูงถึง 95.56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 59% YoY และ 22% QoQ ปัจจัยหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์หลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ในหลายประเทศ
สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ราคาขายส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ มีค่าการกลั่น (Market GRM) เพิ่มขึ้นถึง 140% YoY มาอยู่ที่ 7.60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ และปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัวจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย การส่งออกที่ลดลงของจีน และการใช้น้ำมันเตาแทน LNG ที่ราคาสูงขึ้น
นอกจากนี้ การรับรู้ผลประกอบการของบริษัท allnex ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่เข้าซื้อกิจการในช่วงปลายปี 2564 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรในกลุ่ม Performance Materials and Chemicals
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาความผันผวน** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงครึ่งปีหลังจะยังทรงตัวในระดับสูงที่ 95-103 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และคาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่เติบโตและการควบคุมอุปทานจากกลุ่ม OPEC อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามโลกและภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี คาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์จะทรงตัวได้ ส่วนผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง คาดว่าส่วนต่างราคาจะทรงตัวจากปีก่อนหน้า แต่ปริมาณอุปทานจะเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 175,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% YoY และ 26% QoQ**
* **กำไรสุทธิรวม 4,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% QoQ** (แต่ลดลง 57% YoY)
* **Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% QoQ** (ใกล้เคียง YoY)
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการมีผลประกอบการโดดเด่น** โดยเฉพาะค่าการกลั่น (Market GRM) ที่เพิ่มขึ้น 140% YoY
* **กลุ่ม Performance Materials and Chemicals เติบโต 54% YoY** จากการรับรู้ผลประกอบการของ allnex
* **กลุ่มอะโรเมติกส์มีผลประกอบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมี Market P2F ติดลบ 67% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 PTTGC มีรายได้จากการขายรวม 175,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (26%) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (72%) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและอุปทานที่ตึงตัวจากการเมืองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การรับรู้ผลประกอบการของบริษัท allnex เข้ามาเสริมในกลุ่ม Performance Materials and Chemicals ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม EBITDA รวมปรับตัวลดลง 35% YoY มาอยู่ที่ 10,588 ล้านบาท และ EBITDA Margin ลดลงจาก 16% ใน Q1/2564 เหลือ 6% ใน Q1/2565 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรับรู้ Stock Gain/Loss และผลขาดทุนจาก Commodity Hedging ที่ผันผวน แต่เมื่อพิจารณา Adjusted EBITDA ซึ่งปรับผลกระทบเหล่านี้ออกไป พบว่าอยู่ที่ 14,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% QoQ และใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% QoQ แต่ลดลง 57% YoY โดยกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 6,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% QoQ แต่ลดลง 29% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลก:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น
* **อุปทานตึงตัว:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการควบคุมอุปทานจากผู้ผลิตรายใหญ่ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาผลิตภัณฑ์
* **การรับรู้ผลประกอบการของ allnex:** การรวมงบการเงินของ allnex เข้ามาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม Performance Materials and Chemicals
* **โครงการลงทุนใหม่:** โครงการพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และโครงการพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
* **ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ:** โครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบและลดต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์-อุปทาน อาจส่งผลกระทบต่อราคาและความสามารถในการทำกำไร
* **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** การรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงจำนวนมาก (8,568 ล้านบาท) ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในตลาด:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตใหม่ๆ ในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์อาจส่งผลต่อส่วนต่างราคา
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และนโยบายของกลุ่ม OPEC
* **ผลประกอบการของ allnex:** การรวมงบการเงินและ Synergy ที่คาดหวังจากการเข้าซื้อกิจการ
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** โดยเฉพาะโครงการพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และโครงการพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านตราสารอนุพันธ์:** ติดตามผลกระทบจากการประกันความเสี่ยงต่อผลประกอบการ
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** ผลกระทบต่อต้นทุนและแผนการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ:** เป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ โดยมี Market GRM สูงถึง 7.60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 140% YoY และ 20% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลัก เช่น น้ำมันดีเซล (เพิ่มขึ้น 71% YoY) และน้ำมันอากาศยาน (เพิ่มขึ้น >200% YoY) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตามอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ และอุปทานที่ตึงตัวจากปัจจัยภายนอก แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจาก Commodity Hedging จำนวนมาก แต่ Stock Gain ที่สูงถึง 4.53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ช่วยหนุน Adjusted EBITDA ของกลุ่มนี้ให้เติบโตถึง 29% QoQ
**กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์:** เป็นกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันมากที่สุด โดยมี Market P2F ลดลงถึง 67% YoY เหลือเพียง 48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งเกิดจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ (โดยเฉพาะ LPG) ที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบคอนเดนเสทที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าส่วนต่างพาราไซลีนจะดีขึ้นเล็กน้อยจากอุปทานที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากเบนซีนและ LPG ได้ ส่งผลให้กลุ่มนี้มี Adjusted EBITDA ติดลบถึง 1,106 ล้านบาท
**กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่ อง:** มี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 13% QoQ มาอยู่ที่ 4,830 ล้านบาท หรือคิดเป็น Adjusted EBITDA Margin 11% ซึ่งทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์ PE จะปรับตัวสูงขึ้นตามวัตถุดิบ แต่ส่วนต่างราคา HDPE-Naphtha และ LLDPE-Naphtha กลับลดลง เนื่องจากต้นทุนแนฟทาที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงโอเลฟินส์ 4 และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการ
**กลุ่มผลิตภัณฑ์ Performance Materials and Chemicals:** มีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 63% QoQ และ 54% YoY มาอยู่ที่ 6,341 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลประกอบการของ allnex ที่เข้ามาเสริมในกลุ่ม Industrial Coating Resins แม้ว่ากลุ่มฟีนอลและโพรพิลีนออกไซด์จะมีผลประกอบการลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากส่วนต่างราคา BPA ที่ลดลง และต้นทุน PO ที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 PTTGC มีสินทรัพย์รวม 781,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังที่สะท้อนราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่สูงขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 455,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ใหม่ทั้งสกุลบาทและเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการลงทุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 326,153 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากกำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,119 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 17,588 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน การซื้อหุ้น VNT และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 15,337 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่และชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.90 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.74 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
PTTGC ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 30% QoQ จากปัจจัยบวกด้านราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลก ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์และอุปทานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา Commodity และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การรับรู้ผลประกอบการของ allnex และความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPIPP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,176.51
ล้านบาท
↓ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
593.94
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.29
%
กำไรสุทธิ
332.95
ล้านบาท
↓ 63.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.30
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,177
↓ -23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
594
↓ -44.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
333
↓ -63.5%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPIPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
6.37
ROA (%)
4.18
Book Value/หุ้น
4.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPIPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,640
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+511
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPIPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,640.15
+28.15%
|
-2,840.44
-574.57%
|
598.53
-185.16%
|
-702.86
-71.01%
|
-2,424.29
-150.29%
|
4,820.44
+5.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
510.66
-17.87%
|
621.80
-93.75%
|
9,942.22
+154.53%
|
3,906.11
+3.86%
|
3,760.84
-176.97%
|
-4,885.83
-15.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,027.54
-275.14%
|
-1,157.66
-87.66%
|
-9,377.75
+251.46%
|
-2,668.20
+411.76%
|
-521.38
-144.72%
|
1,165.99
-13.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-894.10
-73.34%
|
-3,353.94
-388.39%
|
1,162.98
+117.29%
|
535.23
-34.30%
|
814.71
-26.00%
|
1,101.03
+359.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|
689.56
+53.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,713.60
+24.27%
|
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|