บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.79
0.03 (1.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4558 out_tok=2081 at=2026-07-26T10:10:38 -->
# TPIPP กำไร Q3/2565 พุ่ง 49.8% รับยอดขายในประเทศโตแรง
## รายได้รวมโต 43.6% จากตลาดชาพร้อมดื่มฟื้นตัวและการขยายช่องทางขาย ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบมาร์จิ้นเล็กน้อย
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 192.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 43.6% จากการฟื้นตัวของตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศและการปรับแผนส่งเสริมการขายที่ช่วยให้การกระจายสินค้าครอบคลุมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายต่อรายได้ปรับสูงขึ้นเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ ICHI ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 49.8% (YoY) มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายในประเทศ** ซึ่งชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ โดยรายได้จากการขายรวมเติบโต 43.6% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้ในประเทศมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ:
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศ:** บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ
* **การปรับแผนการส่งเสริมการขายของบริษัท:** ช่วยให้การกระจายสินค้าครอบคลุมเพิ่มขึ้น ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
แม้ว่าต้นทุนขายต่อรายได้จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 79.9% เป็น 80.5% (YoY) เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ดีที่ 11.5% เพิ่มขึ้นจาก 11.1% ในปีก่อน
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 13.5 ล้านบาท (YoY) หรือ 151.7% จากการปรับแผนธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้การกระจายสินค้าครอบคลุมทั้งประเทศและประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายในประเทศ จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มที่ยังคงต่อเนื่อง และการปรับแผนการกระจายสินค้าที่ช่วยเพิ่มความครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในอินโดนีเซียก็มีแนวโน้มที่ดีจากการปรับกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เท่ากับ 192.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.8% YoY**
* **รายได้จากการขาย Q3/2565 เท่ากับ 1,664.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% YoY**
* ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 51.7% YoY
* ยอดขายต่างประเทศลดลง 4.9% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 11.5% เพิ่มขึ้นจาก 11.1% YoY**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 151.7% YoY** จากการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซีย
* **ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 80.5%** จาก 79.9% YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3/2565:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,664.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% YoY โดยยอดขายในประเทศเติบโต 51.7% จากการฟื้นตัวของตลาดและแผนส่งเสริมการขาย ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 4.9% จากผลกระทบเศรษฐกิจคู่ค้า ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,338.9 ล้านบาท คิดเป็น 80.5% ของรายได้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่ 79.9% ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 151.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 192.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.8% YoY และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 11.5%
**งวด 9 เดือนปี 2565:** รายได้จากการขายรวม 4,723.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 25.2% และยอดขายต่างประเทศลดลง 13.2% ต้นทุนขายต่อรายได้อยู่ที่ 82.5% เพิ่มขึ้นจาก 80.4% YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น กำไรสุทธิอยู่ที่ 448.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5% ลดลงจาก 10.5% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศ:** ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันยอดขาย
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** แผนการส่งเสริมการขายที่ช่วยเพิ่มความครอบคลุมในการกระจายสินค้า
* **ความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่มีการปรับแผนธุรกิจและประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย
* **การควบคุมต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย
* **ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** สำหรับยอดขายและต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม
* **กลยุทธ์การส่งเสริมการขายและการกระจายสินค้า:** เพื่อรักษาการเติบโตของยอดขายในประเทศ
* **ผลประกอบการของกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่ม การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 การที่บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย (11.5% vs 11.1%) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ เช่น ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
ICHI ในไตรมาส 3/2565 โชว์ผลงานแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบ 50% จากการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งและการขยายช่องทางจัดจำหน่าย แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมและการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้น โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มตลาดในประเทศและกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPIPP ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,176.51
ล้านบาท
↓ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
593.94
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.29
%
กำไรสุทธิ
332.95
ล้านบาท
↓ 63.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.30
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,177
↓ -23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
594
↓ -44.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
333
↓ -63.5%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPIPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
6.37
ROA (%)
4.18
Book Value/หุ้น
4.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPIPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,640
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+511
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPIPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,640.15
+28.15%
|
-2,840.44
-574.57%
|
598.53
-185.16%
|
-702.86
-71.01%
|
-2,424.29
-150.29%
|
4,820.44
+5.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
510.66
-17.87%
|
621.80
-93.75%
|
9,942.22
+154.53%
|
3,906.11
+3.86%
|
3,760.84
-176.97%
|
-4,885.83
-15.50%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,027.54
-275.14%
|
-1,157.66
-87.66%
|
-9,377.75
+251.46%
|
-2,668.20
+411.76%
|
-521.38
-144.72%
|
1,165.99
-13.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-894.10
-73.34%
|
-3,353.94
-388.39%
|
1,162.98
+117.29%
|
535.23
-34.30%
|
814.71
-26.00%
|
1,101.03
+359.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|
689.56
+53.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,713.60
+24.27%
|
2,988.27
+22.78%
|
2,433.81
+21.52%
|
2,002.86
+115.51%
|
929.34
-48.10%
|
1,790.58
+159.67%
|