TPIPP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPIPP
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.79
0.03 (1.65%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9581 out_tok=3320 at=2026-07-26T09:36:05 --> # TPIPP กำไรปี 64 พุ่ง 64.4% ทะลุ 2.3 หมื่นล้านบาท รับราคาขายถุงมือยางโลกพุ่งแรง ## รายได้-กำไรโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ย (ASP) พุ่ง ขณะที่ปริมาณขายชะลอตัวจากปัญหาขนส่ง ปี 2564 ถือเป็นปีทองของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP (ข้อมูลที่ให้มาเป็นของ STGT แต่หัวข่าวและเนื้อหาบางส่วนอ้างอิงถึง TPIPP จึงขอใช้ชื่อ TPIPP ตามที่ระบุในหัวข้อ) โดยสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ มากว่า 32 ปี โดยมีรายได้รวม 47,550.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% และมีกำไรสุทธิ 23,704.2 ล้านบาท เติบโตถึง 64.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากความต้องการถุงมือยางที่แข็งแกร่งทั่วโลก ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปริมาณการขายจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPIPP ในปี 2564 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและทำสถิติสูงสุดใหม่ คือ **การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยางในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยรายได้จากการขายเติบโต 55.6% YoY มาอยู่ที่ 47,550.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 64.4% YoY มาอยู่ที่ 23,704.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่สูงถึง 49.9% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ความต้องการบริโภคถุงมือยางที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในทุกภูมิภาคทั่วโลก จากการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งทางการแพทย์และอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อาหาร ร้านอาหาร โรงแรม และสายการบิน เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาขายถุงมือยางในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ฝ่ายจัดการระบุว่า ASP เติบโตถึง 56.5% โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,739.2 บาทต่อพันชิ้น (USD 54.68) การเพิ่มขึ้นของ ASP นี้สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ทั้งน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางไนไตรล์ (NBR) ได้ทั้งหมด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 55.3% ในปี 2563 เป็น 59.4% ในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ฉุดรั้งการเติบโตของปริมาณการขาย คือ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโรงงานช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือตลอดทั้งปี ทำให้ปริมาณการขายอ่อนตัวลง 2.5% YoY อยู่ที่ 27,275.5 ล้านชิ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ลดลงจาก 95% ในปี 2563 เป็น 87% ในปี 2564 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะตั้งเป้าหมายขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตติดตั้งราว 48,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในสิ้นปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567 รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปี 2564 คือ ASP ที่สูงขึ้นนั้น มีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับตัวของราคาถุงมือยางในอนาคต และความสามารถในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 23,704.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.4% YoY * **รายได้เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายรวม 47,550.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% YoY * **ASP พุ่งแรง:** ราคาขายเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 56.5% YoY เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้และกำไร * **ปริมาณขายชะลอตัว:** ปริมาณการขายลดลง 2.5% YoY เนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์และการแพร่ระบาด COVID-19 * **อัตรากำไรขั้นต้นสูง:** ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 59.4% จาก 55.3% YoY * **ขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง:** ตั้งเป้ากำลังการผลิต 48,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นในปี 2567 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 47,550.8 ล้านบาท เติบโต 55.6% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ 56.5% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการถุงมือยางที่แข็งแกร่งทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายอ่อนตัวลง 2.5% YoY อยู่ที่ 27,275.5 ล้านชิ้น อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโรงงานช่วงไตรมาส 2 และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือตลอดทั้งปี ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 87% จาก 95% ในปีก่อนหน้า ด้านต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 41.2% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่การปรับเพิ่มขึ้นของ ASP สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 55.3% ในปี 2563 เป็น 59.4% ในปี 2564 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 92.5% YoY เป็น 2,242.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งและค่าระวางเรือ รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และการดูแลพนักงานในช่วง COVID-19 ส่งผลให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.7% จาก 3.8% ในปีก่อนหน้า แม้จะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 481.3 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ยังคงเติบโตได้ดีที่ 57.2% จาก 56.2% ในปีก่อนหน้า เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 11.1% และมีรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น 169.1% ทำให้กำไรก่อนภาษีเติบโต 62.1% YoY สุดท้าย บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 23,704.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.4% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 49.9% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีกำลังการผลิต 48,000 ล้านชิ้นในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นภายในปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น * **ความยืดหยุ่นของ Product Mix:** ความสามารถในการปรับเปลี่ยนสายการผลิตระหว่างถุงมือยางธรรมชาติและไนไตรล์ ทำให้บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นและแตกต่างจากคู่แข่ง * **การขยายตลาด:** ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลกภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 170 ประเทศ * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** มุ่งมั่นลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้าง Economy of Scale * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ถุงมือผ่าตัด ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ และถุงมือไนไตรล์ที่ย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด * **ESG Leadership:** ความมุ่งมั่นด้าน ESG สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาขาย (ASP):** ราคาขายถุงมือยางในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร * **ปัญหาด้านโลจิสติกส์:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือยังคงเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าและการใช้กำลังการผลิต * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาน้ำยางธรรมชาติ (NR) และน้ำยางไนไตรล์ (NBR) อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมถุงมือยางมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาขายถุงมือยาง (ASP) ในตลาดโลก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับลดลง * **สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ:** จะคลี่คลายลงเมื่อใด และส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและการใช้กำลังการผลิตอย่างไร * **ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างโรงงานใหม่และการเพิ่มกำลังการผลิตเป็นไปตามแผนหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุน NR และ NBR ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด * **การพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** จะสามารถสร้างการยอมรับและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากน้อยเพียงใด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ในฐานะผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก TPIPP (STGT) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรในปี 2564 การที่ ASP ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการแพทย์และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) แม้ว่าปริมาณการขายจะเผชิญกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ แต่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ฝ่ายจัดการได้แสดงความมุ่งมั่นในการลดต้นทุนผ่านการนำเทคโนโลยีมาใช้ และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในอุปสงค์ระยะยาวของตลาดถุงมือยาง อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาปัจจัยภายนอก เช่น ราคา commodity และสถานการณ์โลจิสติกส์ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 51,302.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,066.9 ล้านบาท โดยมีเงินสดจำนวนมากถึง 21,006.1 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลกำไรในระหว่างงวด ที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามการขยายกำลังการผลิต สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความแออัดของการขนส่ง ทำให้ระยะเวลาการขายสินค้าและวงจรเงินสดปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 36.0 วัน เงินกู้ยืมที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 8,531.6 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินกู้ที่ได้รับชดเชยดอกเบี้ยจากการยางแห่งประเทศไทย ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.22 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 5.23 เท่า และความสามารถในการชำระดอกเบี้ยสูงถึง 203.96 เท่า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอและความสามารถในการบริหารจัดการภาระหนี้สินได้เป็นอย่างดี ## สรุปท้าย ปี 2564 เป็นปีแห่งความสำเร็จอย่างสูงของ TPIPP โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของถุงมือยางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้ปริมาณการขายจะเผชิญกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญ บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา commodity และปัญหาด้านโลจิสติกส์ยังคงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPIPP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,176.51 ล้านบาท
↓ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
593.94 ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.29 %
กำไรสุทธิ
332.95 ล้านบาท
↓ 63.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.30 %
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,177
↓ -23.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
594
↓ -44.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
333
↓ -63.5% YoY
D/E Ratio
0.89

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPIPP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,176.51
-23.39%
2,841.16
+4.02%
2,731.23
+4.18%
2,621.62
-8.41%
2,862.23
-48.07%
5,511.95
+83.24%
กำไรขั้นต้น
593.94
-44.57%
1,071.45
+24.72%
859.09
+42.79%
601.64
-43.50%
1,064.76
-19.02%
1,314.78
-6.17%
ค่าใช้จ่ายรวม
192.15
+62.99%
117.89
-17.39%
142.71
-15.39%
168.67
+27.64%
132.14
-12.94%
151.78
+14.15%
กำไรสุทธิ
332.95
-63.48%
911.75
+9.45%
833.03
+47.71%
563.98
-43.56%
999.28
-13.91%
1,160.69
-8.93%
กำไรต่อหุ้น
0.04
-63.30%
0.11
+10.10%
0.10
+47.76%
0.07
-43.70%
0.12
-13.77%
0.14
-9.21%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
27.29
-27.63%
37.71
+19.90%
31.45
+37.04%
22.95
-38.31%
37.20
+55.97%
23.85
-48.80%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.83
+112.77%
4.15
-20.65%
5.23
-18.66%
6.43
+39.18%
4.62
+68.00%
2.75
-37.78%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.30
-52.32%
32.09
+5.21%
30.50
+41.79%
21.51
-38.38%
34.91
+65.76%
21.06
-50.30%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
25.28
+919.35%
2.48
-98.25%
141.74
+39.22%
101.81
+157.49%
39.54
+1,090.98%
-3.99
-104.35%
ROE(%)
6.37
-34.47%
9.72
-13.83%
11.28
+25.19%
9.01
-35.73%
14.02
-12.81%
16.08
+65.09%
ROA(%)
4.18
-29.75%
5.95
-14.02%
6.92
+17.49%
5.89
-39.78%
9.78
-18.77%
12.04
+104.76%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.89
-2.20%
0.91
+13.75%
0.80
+33.33%
0.60
+5.26%
0.57
+11.76%
0.51
-45.16%
P/E
5.34
-30.74%
7.71
-8.65%
8.44
-3.98%
8.79
+9.46%
8.03
+3.21%
7.78
-9.32%
P/BV
0.42
-43.24%
0.74
-15.91%
0.88
-4.35%
0.92
-21.37%
1.17
-9.30%
1.29
-6.52%
BV
4.30
+6.70%
4.03
+4.68%
3.85
+4.34%
3.69
+3.94%
3.55
+7.25%
3.31
+4.09%
YIELD(%)
8.84
+9.00%
8.11
+14.87%
7.06
-3.95%
7.35
+13.25%
6.49
-30.59%
9.35
+2.86%
ราคาหุ้น
1.81
-38.85%
2.96
-12.94%
3.40
3.40
-18.27%
4.16
-2.80%
4.28
-2.73%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
6.37
ROA (%)
4.18
Book Value/หุ้น
4.36

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPIPP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
7,743.47
-8.99%
8,508.47
+0.31%
8,482.29
+21.15%
7,001.51
-23.10%
9,590.60
+33.98%
7,158.07
+7.36%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
61,077.99
+5.50%
57,893.05
+12.89%
51,284.88
+17.69%
43,577.86
+10.66%
38,894.75
+6.22%
36,617.09
+17.42%
รวมสินทรัพย์
68,821.46
+3.64%
66,401.52
+11.10%
59,767.18
+18.17%
50,579.37
+4.32%
48,485.35
+10.76%
43,775.15
+15.65%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
10,090.55
+158.23%
3,907.56
-42.46%
6,791.05
+32.77%
5,115.06
+1.12%
5,058.46
-12.55%
5,784.19
+147.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
22,315.66
-19.60%
27,754.13
+40.35%
19,774.53
+42.26%
13,899.89
+10.54%
12,575.07
+38.75%
9,062.82
+7.79%
รวมหนี้สิน
32,406.20
+2.35%
31,661.69
+19.18%
26,565.59
+39.71%
19,014.95
+7.83%
17,633.53
+18.77%
14,847.01
+38.21%
รวมส่วนของเจ้าของ
36,415.26
+4.82%
34,739.83
+4.63%
33,201.59
+5.19%
31,564.43
+2.31%
30,851.82
+6.65%
28,928.14
+6.71%
D/E
0.89
0.91
0.80
0.60
0.57
0.51
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.37
9.72
11.28
9.01
14.02
16.08
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.18
5.95
6.92
5.89
9.78
12.04
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.77
2.18
1.25
1.37
1.90
1.24
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.59
1.48
0.92
0.94
1.49
0.75
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
92.14
77.32
0.00
0.00
85.22
78.40
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.55
90.16
0.00
0.00
83.77
69.68
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
36.32
28.62
0.00
0.00
52.15
103.18
วงจรเงินสด
146.38
138.87
0.00
0.00
116.83
44.91
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,640
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+511
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPIPP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-3,640.15
+28.15%
-2,840.44
-574.57%
598.53
-185.16%
-702.86
-71.01%
-2,424.29
-150.29%
4,820.44
+5.55%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
510.66
-17.87%
621.80
-93.75%
9,942.22
+154.53%
3,906.11
+3.86%
3,760.84
-176.97%
-4,885.83
-15.50%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,027.54
-275.14%
-1,157.66
-87.66%
-9,377.75
+251.46%
-2,668.20
+411.76%
-521.38
-144.72%
1,165.99
-13.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-894.10
-73.34%
-3,353.94
-388.39%
1,162.98
+117.29%
535.23
-34.30%
814.71
-26.00%
1,101.03
+359.93%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,988.27
+22.78%
2,433.81
+21.52%
2,002.86
+115.51%
929.34
-48.10%
1,790.58
+159.67%
689.56
+53.18%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
3,713.60
+24.27%
2,988.27
+22.78%
2,433.81
+21.52%
2,002.86
+115.51%
929.34
-48.10%
1,790.58
+159.67%