TPAC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPAC
บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.75
0.05 (0.51%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15650 out_tok=3444 at=2026-07-26T09:25:13 --> # TPAC โชว์กำไรปี 65 พุ่ง 108% รับยอดขายโต-คุมต้นทุนได้ดี ## ปีแห่งผลประกอบการแข็งแกร่ง TPAC ทำกำไรสูงสุดในรอบ 6 ปี รับการเติบโตจากธุรกิจเดิมและการเข้าซื้อกิจการ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 6,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 319 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 108% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ TPAC ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** โดยรายได้รวมเติบโตถึง 35% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 108% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **การเติบโตของธุรกิจเดิม:** แม้จะเผชิญความท้าทายจากเงินเฟ้อและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในบางภูมิภาค แต่ธุรกิจในประเทศไทยยังคงฟื้นตัวได้ดี โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 12% ในไตรมาส 4/2565 เทียบกับปีก่อนหน้า และธุรกิจในอินเดีย (ไม่รวม Skypet) มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 9% * **การเข้าซื้อกิจการ:** การรวมผลประกอบการเต็มปีของธุรกิจในประเทศมาเลเซีย และการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers ในอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ส่งผลให้ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในอินเดียที่ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 30% หลังการซื้อกิจการ * **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการกรีนฟิลด์ 2 โครงการในอินเดียใกล้จะเสร็จสมบูรณ์และเริ่มทยอยการผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน ฝ่ายบริหารได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด เช่น การประหยัดจากการจัดซื้อ และการบริหารต้นทุนค่าแรง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไร EBITDA ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2565 ที่ Core EBITDA เพิ่มขึ้น 14% จากปัจจัยเหล่านี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้: * **การลงทุนในอนาคต:** TPAC ยังคงมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งโครงการกรีนฟิลด์ที่กำลังจะแล้วเสร็จในอินเดีย และการมองหาโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 1.16 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ * **การเข้าสู่ธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อผลิตฝาปิดบรรจุภัณฑ์ และการเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายฐานรายได้และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ * **แนวโน้มตลาด:** การฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศไทย และการเติบโตของตลาดในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 35% แตะ 6,997 ล้านบาท** จากการเติบโตของธุรกิจเดิมและการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers รวมถึงการรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของธุรกิจในมาเลเซีย * **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2565 พุ่ง 108% เป็น 319 ล้านบาท** ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี * **Core EBITDA ปี 2565 เพิ่มขึ้น 11% เป็น 1,080 ล้านบาท** แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ * **Core EPS ปี 2565 อยู่ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 7%** และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.16 เท่า** ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมรองรับโอกาส M&A ในอนาคต * **ธุรกิจในอินเดียมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์** ทั้งโครงการกรีนฟิลด์และการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC สามารถสร้างผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 6,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของธุรกิจเดิมและการเข้าซื้อกิจการใหม่ รวมถึงการรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของธุรกิจในมาเลเซีย กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) อยู่ที่ 1,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% แม้จะเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 108% เป็น 319 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) อยู่ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ในส่วนของไตรมาสที่ 4 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,753 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ Core EBITDA เพิ่มขึ้น 14% เป็น 310 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มอัตรากำไรในทุกธุรกิจ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 35% เป็น 106 ล้านบาท และ Core EPS อยู่ที่ 0.33 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดีย:** โครงการกรีนฟิลด์ 2 โครงการในอินเดียใกล้แล้วเสร็จและเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น * **การเข้าสู่ธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อผลิตฝาปิดบรรจุภัณฑ์ และการเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ เป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า * **การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A):** บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายธุรกิจ * **การเติบโตของตลาดในอินเดีย:** อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการบริโภคเติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ TPAC * **การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ:** ช่วยเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ทั่วโลก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและมูลค่าสินทรัพย์ * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทาน * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อบังคับของรัฐบาลในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอินเดีย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าของโครงการกรีนฟิลด์ในอินเดีย:** การเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบจะส่งผลต่อปริมาณการขายและรายได้ * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจ Skypet Polymers:** การรวมธุรกิจและการสร้าง Synergy หลังการเข้าซื้อกิจการ * **การพัฒนาธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ:** ศักยภาพในการเติบโตและการขยายตลาด * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไร * **โอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม:** แผนการขยายธุรกิจผ่าน M&A ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization และ Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทมีการลงทุนในโครงการกรีนฟิลด์ 2 โครงการในอินเดีย และการกล่าวถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูงและมีคำสั่งซื้อรองรับการเติบโต **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในธุรกิจอินเดียที่ไม่รวม Skypet ที่ความสามารถในการทำกำไรลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยนี้ แต่ฝ่ายบริหารคาดว่าราคาวัตถุดิบได้ทรงตัวแล้ว **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมปี 2565 อยู่ที่ 16.5% ลดลงจาก 19.3% ในปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2565 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.6% เพิ่มขึ้นจาก 17.1% ในปีก่อนหน้า แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น **การส่งออก:** ข้อมูลไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่ระบุว่าธุรกิจในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขายรวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาตลาดต่างประเทศสูง **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 4/2565 **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 536 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 7,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 2,362 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 5,043 ล้านบาท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คิดเป็น 63% ของสินทรัพย์ทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวมส่วนใหญ่มาจากการเข้าซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ **หนี้สินรวม** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 4,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินหมุนเวียน 2,062 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 2,765 ล้านบาท **ส่วนของผู้ถือหุ้น** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 34% **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน** อยู่ที่ 1.16 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และพร้อมรองรับโอกาส M&A **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน** ในปี 2565 อยู่ที่ 886 ล้านบาท ลดลงจาก 724 ล้านบาทในปี 2564 (ข้อมูลในตารางงบกระแสเงินสดระบุ 886 ล้านบาทสำหรับปี 2565 และ 724 ล้านบาทสำหรับปี 2564 ซึ่งขัดแย้งกับตัวเลขในหน้า 10 ที่ระบุว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานรวม 886 ล้านบาทสำหรับงวด 12 เดือนปี 2565) **กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน** ในปี 2565 ใช้ไป 876 ล้านบาท โดยหลักมาจากการซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน** ในปี 2565 มีเงินสดไหลออกสุทธิ 39 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินเพื่อเข้าซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการดำเนินงานปกติ สุทธิกับการชำระคืนเงินกู้ยืม **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 287 ล้านบาท ## สรุปท้าย TPAC โชว์ผลประกอบการปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 108% เป็น 319 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโต 35% จากการขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านราคาวัตถุดิบและค่าเงิน บริษัทมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการขยายกำลังการผลิตในอินเดีย การเข้าสู่ธุรกิจใหม่ และการมองหาโอกาส M&A เพิ่มเติม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความคืบหน้าของโครงการลงทุนต่างๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPAC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,673.76 ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.66 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.57 %
กำไรสุทธิ
146.48 ล้านบาท
↑ 109.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75 %
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,674
↓ -3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
445
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
146
↑ + 109.9% YoY
D/E Ratio
1.44

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,673.76
-3.89%
1,741.51
+0.64%
1,730.41
-2.36%
1,772.18
+11.50%
1,589.34
+59.59%
995.86
+4.27%
กำไรขั้นต้น —
444.66
+13.58%
391.49
+6.49%
367.62
+12.59%
326.50
+21.50%
268.73
+17.08%
229.52
+23.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
240.15
-12.42%
274.20
+29.62%
211.55
+32.50%
159.66
+11.90%
142.68
+9.71%
130.05
+11.37%
กำไรสุทธิ —
146.48
+109.86%
69.80
-25.50%
93.70
-11.96%
106.43
+48.07%
71.88
+13.39%
63.39
+38.44%
กำไรต่อหุ้น —
0.45
+109.81%
0.21
-25.44%
0.29
-11.96%
0.33
+48.18%
0.22
+13.40%
0.19
+38.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.57
+18.19%
22.48
+5.84%
21.24
+15.31%
18.42
+8.93%
16.91
-26.64%
23.05
+18.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.35
-8.89%
15.75
+28.78%
12.23
+35.74%
9.01
+0.33%
8.98
-31.24%
13.06
+6.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.75
+118.20%
4.01
-25.88%
5.41
-9.98%
6.01
+32.96%
4.52
-29.04%
6.37
+32.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-23.84
-105.52%
-11.60
+11.52%
-13.11
+51.64%
-27.11
-771.70%
-3.11
-150.16%
6.20
+42.20%
ROE(%) —
16.63
+5.92%
15.70
-25.56%
21.09
+43.66%
14.68
+101.37%
7.29
-56.91%
16.92
-2.65%
ROA(%) —
10.39
+7.78%
9.64
-12.76%
11.05
+36.93%
8.07
-8.81%
8.85
-25.57%
11.89
+20.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.44
-10.00%
1.60
-6.43%
1.71
-8.56%
1.87
1.87
+52.03%
1.23
-29.31%
P/E —
6.69
-7.47%
7.23
-32.93%
10.78
-27.80%
14.93
-57.93%
35.49
+166.84%
13.30
-69.11%
P/BV —
0.95
-28.03%
1.32
-35.61%
2.05
+17.14%
1.75
-28.28%
2.44
+24.49%
1.96
-42.35%
BV —
8.67
+18.28%
7.33
-9.62%
8.11
+9.01%
7.44
+15.89%
6.42
+1.74%
6.31
+66.49%
YIELD(%) —
4.63
-0.22%
4.64
+162.15%
1.77
+63.89%
1.08
-41.94%
1.86
+84.16%
1.01
ราคาหุ้น —
8.20
-15.46%
9.70
-41.57%
16.60
+27.69%
13.00
-17.20%
15.70
+26.61%
12.40
+24.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
16.63
ROA (%)
10.39
Book Value/หุ้น
9.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,525.76
+0.08%
2,523.86
+7.97%
2,337.59
-1.01%
2,361.51
+2.19%
2,310.91
+48.04%
1,561.05
+21.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,802.16
-5.57%
5,085.41
-1.19%
5,146.53
+2.06%
5,042.85
+4.71%
4,815.96
+52.29%
3,162.41
+2.04%
รวมสินทรัพย์ —
7,327.92
-3.70%
7,609.27
+1.67%
7,484.12
+1.08%
7,404.36
+3.89%
7,126.88
+50.88%
4,723.46
+7.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,637.41
+7.13%
2,461.82
+11.59%
2,206.14
+6.97%
2,062.42
+17.03%
1,762.32
+50.32%
1,172.39
+32.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,684.45
-24.05%
2,217.87
-11.83%
2,515.49
-9.04%
2,765.43
-4.01%
2,880.81
+101.41%
1,430.34
-13.54%
รวมหนี้สิน —
4,321.86
-7.65%
4,679.70
-0.89%
4,721.63
-2.20%
4,827.85
+3.98%
4,643.13
+78.39%
2,602.73
+2.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,006.06
+2.61%
2,929.58
+6.05%
2,762.49
+7.22%
2,576.51
+3.73%
2,483.75
+17.12%
2,120.74
+14.67%
D/E —
1.44
1.60
1.71
1.87
1.87
1.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.63
15.70
21.09
14.68
7.29
16.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.39
9.64
11.05
8.07
8.85
11.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.96
1.03
1.06
1.15
1.31
1.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.63
0.72
0.73
0.80
0.93
0.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
76.33
73.51
0.00
0.00
72.55
73.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
46.24
40.37
0.00
0.00
43.34
42.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.96
38.55
0.00
0.00
42.60
39.30
วงจรเงินสด —
81.60
75.33
0.00
0.00
73.29
76.89
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-780
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+253
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-780.47
+292.67%
-198.76
-61.81%
-520.47
-318.37%
238.34
+41.08%
168.94
-77.83%
761.98
+41.81%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
252.70
+311.36%
61.43
-64.49%
173.01
-70.92%
595.01
-37.92%
958.43
-496.54%
-241.70
-61.70%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
815.43
+364.50%
175.55
-60.90%
448.98
-148.89%
-918.29
-22.99%
-1,192.39
+244.27%
-346.35
-390.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
283.63
-395.54%
-95.97
+674.58%
-12.39
-94.87%
-241.48
+41.06%
-171.19
-206.37%
160.94
-649.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.21%
34.67
-45.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
292.89
+0.65%
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.16%