TPAC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPAC
บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.75
0.05 (0.51%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14621 out_tok=2967 at=2026-07-27T13:39:37 --> # TPAC กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว YoY รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-การเมืองอินเดียกระทบ ## รายได้รวมโต 23% แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 36% YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-การเมืองอินเดียกระทบ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 1,138.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 56.3 ล้านบาท ลดลง 36% YoY ขณะที่กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 0.17 บาท ลดลง 36% YoY โดยภาพรวมผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศอินเดีย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 36% YoY มาอยู่ที่ 56.3 ล้านบาท (เทียบกับ 88.1 ล้านบาทในปีก่อน) เกิดจาก **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาวัตถุดิบหลัก** โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก PET, PP และ HDPE ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้ลดลงจาก 24.8% ใน Q2/63 มาอยู่ที่ 18.7% ใน Q2/64 ประกอบกับ **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สองในประเทศอินเดีย** ที่ส่งผลให้ยอดขายในอินเดียลดลง 18% QoQ และกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศโดยรวม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PP และ HDPE ในกลุ่มธุรกิจประเทศไทย ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนเมษายน 2564 และราคาเม็ดพลาสติก PET ในประเทศอินเดียก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยปกติการกำหนดราคาขายจะอ้างอิงราคาวัตถุดิบของไตรมาสก่อนหน้า ทำให้ส่วนต่างราคาวัตถุดิบ (Spread) หดตัวลงอย่างมากเมื่อราคาวัตถุดิบยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/64 * **ผลกระทบจากโควิด-19 ในอินเดีย:** การระบาดระลอกที่สองในอินเดียส่งผลให้ TPAC India ต้องลดกำลังการผลิตลง ทำให้ยอดขายในไตรมาส 2/64 น้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า 18% ซึ่งกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศโดยรวม แม้ว่าธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม * **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในกลุ่มธุรกิจประเทศไทยเพิ่มขึ้น 12% QoQ จากค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการที่มาเลเซีย (Combi-Pack) และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินเพื่อเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่การกำหนดราคาขายที่อ้างอิงราคาวัตถุดิบย้อนหลังอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ในอินเดียและการควบคุมการระบาดทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการ Combi-Pack ในมาเลเซีย ซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายน 2564 จะเริ่มส่งผลต่อรายได้และต้นทุนในไตรมาสถัดไป ซึ่งต้องรอดูผลการดำเนินงานจริง ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 23% YoY** แตะ 1,138.1 ล้านบาท * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 36% YoY** เหลือ 56.3 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง 6.5%** จาก 24.8% ใน Q2/63 เป็น 18.7% ใน Q2/64 * **ธุรกิจในอินเดียได้รับผลกระทบจากโควิด-19** ทำให้ยอดขายลดลงและส่วนต่างราคาวัตถุดิบ PET ลดลง * **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (PP, HDPE) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในประเทศไทย * **เข้าซื้อกิจการ Combi-Pack ในมาเลเซียเสร็จสิ้น** ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ TPAC รายงานรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,138.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Q2/63) ซึ่งอยู่ที่ 925.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 8% YoY มาอยู่ที่ 212.4 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.8% ใน Q2/63 เป็น 18.7% ใน Q2/64 กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 185.7 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 56.3 ล้านบาท ลดลง 36% YoY เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มธุรกิจ: * **กลุ่มธุรกิจในประเทศไทย:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1% YoY เป็น 459.3 ล้านบาท แต่กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) ลดลง 53% YoY เป็น 47.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ * **กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 44% YoY เป็น 678.8 ล้านบาท และ Core EBITDA เพิ่มขึ้น 26% YoY เป็น 144.2 ล้านบาท แม้ว่าธุรกิจในอินเดียจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังคงเติบโตได้ดี ## โอกาส * **การเข้าซื้อกิจการ Combi-Pack ในมาเลเซีย:** การเข้าซื้อกิจการนี้จะช่วยขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดมาเลเซียและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอาเซียน * **การขยายโรงงานในอินเดีย:** การก่อสร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ยาและอาหารในอินเดียคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต * **การเช่าโรงงานแห่งที่ 2 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์:** ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและรองรับการเติบโตในภูมิภาคตะวันออกกลาง * **การมุ่งเน้นธุรกิจที่หลากหลายและไม่แปรผันตามฤดูกาล:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและยอดขาย * **อัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินงานในต่างประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** จากการกู้ยืมเพื่อเข้าซื้อกิจการ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเม็ดพลาสติก PET, PP, HDPE และผลกระทบต่อส่วนต่างราคาวัตถุดิบ (Spread) * **ผลการดำเนินงานของ Combi-Pack ในมาเลเซีย:** หลังจากเข้าซื้อกิจการแล้ว จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **สถานการณ์โควิด-19 ในอินเดีย:** การควบคุมการระบาดและผลกระทบต่อการดำเนินงานของ TPAC India * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดีย:** ความคืบหน้าและการแล้วเสร็จของโรงงานใหม่ * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ระดับ 1.34 เท่า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงโรงงานใน UAE ที่ถูกใช้งานเต็มพื้นที่และกำลังการผลิต * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PET, PP, HDPE ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน 2564 ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 24.8% ใน Q2/63 เป็น 18.7% ใน Q2/64 โดยกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย GPM ลดลงจาก 23.8% เป็น 12.7% และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ GPM ลดลงจาก 26.5% เป็น 23.2% * **ส่งออก:** รายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศเพิ่มขึ้น 44% YoY เป็น 678.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 59.6% ของรายได้รวม * **ค่าเงิน:** มีการระบุอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงค่างบการเงินสำหรับสกุลเงิน INR, AED, MYR แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 552.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 520.8 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/64 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 TPAC มีสินทรัพย์รวม 6,796.3 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,601.3 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2,195.1 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.53 เท่า และสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) อยู่ที่ 1.34 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.82 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการกู้ยืมเพื่อเข้าซื้อกิจการ Combi-Pack ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 315.6 ล้านบาท แต่มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 987.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในบริษัทย่อย (-883.9 ล้านบาท) และการซื้อสินทรัพย์ถาวร (-167.6 ล้านบาท) ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 841.4 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร ## สรุปท้าย หัวใจหลักของผลประกอบการ TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศอินเดีย ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศและการเข้าซื้อกิจการใหม่ในมาเลเซีย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในระยะถัดไป ขณะที่การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและการเข้าซื้อกิจการใหม่ยังคงเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPAC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,673.76 ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.66 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.57 %
กำไรสุทธิ
146.48 ล้านบาท
↑ 109.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75 %
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,674
↓ -3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
445
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
146
↑ + 109.9% YoY
D/E Ratio
1.44

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,673.76
-3.89%
1,741.51
+0.64%
1,730.41
-2.36%
1,772.18
+11.50%
1,589.34
+59.59%
995.86
+4.27%
กำไรขั้นต้น —
444.66
+13.58%
391.49
+6.49%
367.62
+12.59%
326.50
+21.50%
268.73
+17.08%
229.52
+23.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
240.15
-12.42%
274.20
+29.62%
211.55
+32.50%
159.66
+11.90%
142.68
+9.71%
130.05
+11.37%
กำไรสุทธิ —
146.48
+109.86%
69.80
-25.50%
93.70
-11.96%
106.43
+48.07%
71.88
+13.39%
63.39
+38.44%
กำไรต่อหุ้น —
0.45
+109.81%
0.21
-25.44%
0.29
-11.96%
0.33
+48.18%
0.22
+13.40%
0.19
+38.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.57
+18.19%
22.48
+5.84%
21.24
+15.31%
18.42
+8.93%
16.91
-26.64%
23.05
+18.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.35
-8.89%
15.75
+28.78%
12.23
+35.74%
9.01
+0.33%
8.98
-31.24%
13.06
+6.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.75
+118.20%
4.01
-25.88%
5.41
-9.98%
6.01
+32.96%
4.52
-29.04%
6.37
+32.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-23.84
-105.52%
-11.60
+11.52%
-13.11
+51.64%
-27.11
-771.70%
-3.11
-150.16%
6.20
+42.20%
ROE(%) —
16.63
+5.92%
15.70
-25.56%
21.09
+43.66%
14.68
+101.37%
7.29
-56.91%
16.92
-2.65%
ROA(%) —
10.39
+7.78%
9.64
-12.76%
11.05
+36.93%
8.07
-8.81%
8.85
-25.57%
11.89
+20.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.44
-10.00%
1.60
-6.43%
1.71
-8.56%
1.87
1.87
+52.03%
1.23
-29.31%
P/E —
6.69
-7.47%
7.23
-32.93%
10.78
-27.80%
14.93
-57.93%
35.49
+166.84%
13.30
-69.11%
P/BV —
0.95
-28.03%
1.32
-35.61%
2.05
+17.14%
1.75
-28.28%
2.44
+24.49%
1.96
-42.35%
BV —
8.67
+18.28%
7.33
-9.62%
8.11
+9.01%
7.44
+15.89%
6.42
+1.74%
6.31
+66.49%
YIELD(%) —
4.63
-0.22%
4.64
+162.15%
1.77
+63.89%
1.08
-41.94%
1.86
+84.16%
1.01
ราคาหุ้น —
8.20
-15.46%
9.70
-41.57%
16.60
+27.69%
13.00
-17.20%
15.70
+26.61%
12.40
+24.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
16.63
ROA (%)
10.39
Book Value/หุ้น
9.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,525.76
+0.08%
2,523.86
+7.97%
2,337.59
-1.01%
2,361.51
+2.19%
2,310.91
+48.04%
1,561.05
+21.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,802.16
-5.57%
5,085.41
-1.19%
5,146.53
+2.06%
5,042.85
+4.71%
4,815.96
+52.29%
3,162.41
+2.04%
รวมสินทรัพย์ —
7,327.92
-3.70%
7,609.27
+1.67%
7,484.12
+1.08%
7,404.36
+3.89%
7,126.88
+50.88%
4,723.46
+7.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,637.41
+7.13%
2,461.82
+11.59%
2,206.14
+6.97%
2,062.42
+17.03%
1,762.32
+50.32%
1,172.39
+32.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,684.45
-24.05%
2,217.87
-11.83%
2,515.49
-9.04%
2,765.43
-4.01%
2,880.81
+101.41%
1,430.34
-13.54%
รวมหนี้สิน —
4,321.86
-7.65%
4,679.70
-0.89%
4,721.63
-2.20%
4,827.85
+3.98%
4,643.13
+78.39%
2,602.73
+2.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,006.06
+2.61%
2,929.58
+6.05%
2,762.49
+7.22%
2,576.51
+3.73%
2,483.75
+17.12%
2,120.74
+14.67%
D/E —
1.44
1.60
1.71
1.87
1.87
1.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.63
15.70
21.09
14.68
7.29
16.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.39
9.64
11.05
8.07
8.85
11.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.96
1.03
1.06
1.15
1.31
1.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.63
0.72
0.73
0.80
0.93
0.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
76.33
73.51
0.00
0.00
72.55
73.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
46.24
40.37
0.00
0.00
43.34
42.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.96
38.55
0.00
0.00
42.60
39.30
วงจรเงินสด —
81.60
75.33
0.00
0.00
73.29
76.89
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-780
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+253
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-780.47
+292.67%
-198.76
-61.81%
-520.47
-318.37%
238.34
+41.08%
168.94
-77.83%
761.98
+41.81%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
252.70
+311.36%
61.43
-64.49%
173.01
-70.92%
595.01
-37.92%
958.43
-496.54%
-241.70
-61.70%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
815.43
+364.50%
175.55
-60.90%
448.98
-148.89%
-918.29
-22.99%
-1,192.39
+244.27%
-346.35
-390.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
283.63
-395.54%
-95.97
+674.58%
-12.39
-94.87%
-241.48
+41.06%
-171.19
-206.37%
160.94
-649.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.21%
34.67
-45.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
292.89
+0.65%
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.16%