TPAC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPAC
บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.75
0.05 (0.51%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=44522 out_tok=2969 at=2026-07-26T09:40:00 --> # TPAC กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 121% YoY รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน ## รายได้และกำไรปกติเติบโตต่อเนื่อง แม้ปริมาณขายทรงตัว ฝ่ายบริหารมั่นใจแนวโน้มสดใส บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 121% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **ความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่เติบโตถึง 121% YoY** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 8% YoY และปริมาณการขายทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาเม็ดพลาสติกโดยตรง แต่ระบุว่า "การเจริญเติบโตของรายได้ อาจให้ภาพที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากกลไกการตั้งราคาขายของสินค้าจะผกผันตามราคาของเม็ดพลาสติก" และ "ปริมาณการขายที่ลดลงพร้อมกับผลกระทบของความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสนี้เติบโตลดลง" อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่ารายได้ แสดงว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนเม็ดพลาสติกได้ดีขึ้น หรือมีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่ดีขึ้น ทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้ หรือมีประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น **การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** * **TPAC Packaging (Bangna):** พลิกจาก EBITDA ติดลบกลับมามี EBITDA margin เป็นตัวเลขสองหลักได้สำเร็จ โดย Core EBITDA เพิ่มขึ้นประมาณ 74% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการหาลูกค้ารายใหม่, มาตรการปรับต้นทุน, การปรับ Product Mix และการปรับปรุงเทคโนโลยี * **ธุรกิจในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์:** Core EBITDA เติบโต 37% YoY จากการเปลี่ยนแปลง Product Mix และการใช้ประโยชน์กำลังการผลิตเต็มที่ * **ธุรกิจในประเทศมาเลเซีย:** คาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะเพิ่มขึ้นจากการประหยัดพลังงานผ่านโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้ลูกค้า **การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (Core EPS):** เพิ่มขึ้นถึง 121% YoY จาก 0.16 บาท เป็น 0.35 บาท สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก:** * **ปัจจัยสนับสนุน:** การลงทุนในโครงการ Greenfield ในฟิลิปปินส์และอินเดีย, การขยายกำลังการผลิตในอินเดียและมาเลเซีย, การพัฒนา TPAC Custom Solutions และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์) ล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว * **ปัจจัยที่ต้องติดตาม:** ความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติก, สภาพเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค, และการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยรวมแล้ว จากการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในและการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต ประกอบกับแนวโน้มการบริโภคที่แข็งแกร่งในบางภูมิภาค ทำให้มี **โอกาสต่อเนื่อง** ที่จะรักษาความสามารถในการทำกำไรที่ดีไว้ได้ แต่ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและสภาวะตลาดภายนอกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core Net Profit) Q2/66 เติบโต 121% YoY** จาก 0.16 บาท เป็น 0.35 บาทต่อหุ้น * **Core EBITDA Q2/66 เพิ่มขึ้น 32% YoY** อยู่ที่ 312 ล้านบาท * **รายได้จากการขาย Q2/66 ลดลง 8% YoY** อยู่ที่ 1,644 ล้านบาท โดยปริมาณการขายทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) ปรับลดลงต่อเนื่อง** จาก 1.32 เท่าใน Q2/65 เป็น 1.04 เท่าใน Q2/66 * **โครงการ Greenfield ในฟิลิปินส์และอินเดียคืบหน้า** คาดรับรู้รายได้ในปี 2567 * **ธุรกิจ TPAC Packaging (Bangna) พลิกกลับมามีกำไร** จากการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC มีรายได้จากการขายรวม 1,644 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) อยู่ที่ 312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY แต่ลดลง 9% QoQ และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core Net Profit) เติบโตโดดเด่นถึง 121% YoY อยู่ที่ 125 ล้านบาท หรือ 0.35 บาทต่อหุ้น ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิตและตลาดใหม่:** โครงการ Greenfield ในฟิลิปินส์และอินเดีย รวมถึงการขยายธุรกิจ TPAC Custom Solutions ในอินเดีย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและเปิดตลาดใหม่ๆ โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2567 * **การเติบโตในตลาดอินเดีย:** อินเดียเป็นตลาดสำคัญที่มีสัดส่วนกว่า 45% ของผลประกอบการกลุ่ม และคาดว่าจะเติบโตตามเศรษฐกิจและการบริโภคที่แข็งแกร่ง * **การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน:** ความมุ่งมั่นในการใช้บรรจุภัณฑ์โมโนเลเยอร์ที่รีไซเคิลได้ และการเพิ่มสัดส่วนเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เป็นโอกาสในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม * **โครงการพลังงานแสงอาทิตย์:** การขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซียช่วยลดต้นทุนและสนับสนุนแผนความยั่งยืน * **การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก:** ช่วยสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นต้นทุนหลัก อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด * **สภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของผู้บริโภค * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง บริษัทต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และนวัตกรรม * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อบังคับของรัฐบาลในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอินเดีย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน * **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** การก่อสร้างและเปิดดำเนินการโรงงานใหม่ในฟิลิปินส์และอินเดีย รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในภูมิภาคต่างๆ * **การเติบโตของรายได้และปริมาณการขาย:** โดยเฉพาะในตลาดอินเดียและตลาดใหม่ๆ ที่บริษัทเข้าไปลงทุน * **ประสิทธิภาพการดำเนินงานของ TPAC Packaging (Bangna):** การรักษาโมเมนตัมของกำไรหลังจากการพลิกฟื้น * **ผลกระทบจากฤดูกาลและปัจจัยภายนอก:** โดยเฉพาะในธุรกิจอินเดียที่ได้รับผลกระทบจากฤดูฝนและฤดูกาลขาย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ธุรกิจ TPAC Packaging (Bangna) สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ และธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีการเติบโต Core EBITDA จากการใช้ประโยชน์กำลังการผลิตเต็มที่ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการ Utilization ที่ดีขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การลงทุนขยายกำลังการผลิตและการเปิดตลาดใหม่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** มีความผันผวนและส่งผลต่อการตั้งราคาขาย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นในไตรมาสนี้ * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่ารายได้ บ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้น หรือการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ * **ส่งออก:** ยอดขายในต่างประเทศคิดเป็น 73% ของกลุ่มบริษัท โดยอินเดียมีสัดส่วนสูงสุดที่ 46% * **ค่าเงิน:** มีการระบุอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงงบการเงิน แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลัง ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 525 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 536 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 7,401 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 7,404 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 4,623 ล้านบาท ลดลง 4% จาก 4,828 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 2,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จาก 2,577 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity):** ปรับปรุงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.32 เท่าใน Q2/65 เป็น 1.04 เท่าใน Q2/66 * **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวก 300 ล้านบาทใน Q2/66 ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งในการสร้างเงินสด * **การลงทุน:** มีการลงทุนในโรงงานใหม่ที่อินเดียและเครื่องจักรใหม่สำหรับการขยายกำลังการผลิต ## สรุปท้าย TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการพลิกฟื้นความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย หัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานในหลายพื้นที่ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโตอย่างก้าวกระโดด การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งในอินเดีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจภายนอกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPAC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,673.76 ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.66 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.57 %
กำไรสุทธิ
146.48 ล้านบาท
↑ 109.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75 %
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,674
↓ -3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
445
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
146
↑ + 109.9% YoY
D/E Ratio
1.44

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,673.76
-3.89%
1,741.51
+0.64%
1,730.41
-2.36%
1,772.18
+11.50%
1,589.34
+59.59%
995.86
+4.27%
กำไรขั้นต้น —
444.66
+13.58%
391.49
+6.49%
367.62
+12.59%
326.50
+21.50%
268.73
+17.08%
229.52
+23.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
240.15
-12.42%
274.20
+29.62%
211.55
+32.50%
159.66
+11.90%
142.68
+9.71%
130.05
+11.37%
กำไรสุทธิ —
146.48
+109.86%
69.80
-25.50%
93.70
-11.96%
106.43
+48.07%
71.88
+13.39%
63.39
+38.44%
กำไรต่อหุ้น —
0.45
+109.81%
0.21
-25.44%
0.29
-11.96%
0.33
+48.18%
0.22
+13.40%
0.19
+38.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.57
+18.19%
22.48
+5.84%
21.24
+15.31%
18.42
+8.93%
16.91
-26.64%
23.05
+18.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.35
-8.89%
15.75
+28.78%
12.23
+35.74%
9.01
+0.33%
8.98
-31.24%
13.06
+6.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.75
+118.20%
4.01
-25.88%
5.41
-9.98%
6.01
+32.96%
4.52
-29.04%
6.37
+32.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-23.84
-105.52%
-11.60
+11.52%
-13.11
+51.64%
-27.11
-771.70%
-3.11
-150.16%
6.20
+42.20%
ROE(%) —
16.63
+5.92%
15.70
-25.56%
21.09
+43.66%
14.68
+101.37%
7.29
-56.91%
16.92
-2.65%
ROA(%) —
10.39
+7.78%
9.64
-12.76%
11.05
+36.93%
8.07
-8.81%
8.85
-25.57%
11.89
+20.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.44
-10.00%
1.60
-6.43%
1.71
-8.56%
1.87
1.87
+52.03%
1.23
-29.31%
P/E —
6.69
-7.47%
7.23
-32.93%
10.78
-27.80%
14.93
-57.93%
35.49
+166.84%
13.30
-69.11%
P/BV —
0.95
-28.03%
1.32
-35.61%
2.05
+17.14%
1.75
-28.28%
2.44
+24.49%
1.96
-42.35%
BV —
8.67
+18.28%
7.33
-9.62%
8.11
+9.01%
7.44
+15.89%
6.42
+1.74%
6.31
+66.49%
YIELD(%) —
4.63
-0.22%
4.64
+162.15%
1.77
+63.89%
1.08
-41.94%
1.86
+84.16%
1.01
ราคาหุ้น —
8.20
-15.46%
9.70
-41.57%
16.60
+27.69%
13.00
-17.20%
15.70
+26.61%
12.40
+24.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
16.63
ROA (%)
10.39
Book Value/หุ้น
9.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,525.76
+0.08%
2,523.86
+7.97%
2,337.59
-1.01%
2,361.51
+2.19%
2,310.91
+48.04%
1,561.05
+21.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,802.16
-5.57%
5,085.41
-1.19%
5,146.53
+2.06%
5,042.85
+4.71%
4,815.96
+52.29%
3,162.41
+2.04%
รวมสินทรัพย์ —
7,327.92
-3.70%
7,609.27
+1.67%
7,484.12
+1.08%
7,404.36
+3.89%
7,126.88
+50.88%
4,723.46
+7.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,637.41
+7.13%
2,461.82
+11.59%
2,206.14
+6.97%
2,062.42
+17.03%
1,762.32
+50.32%
1,172.39
+32.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,684.45
-24.05%
2,217.87
-11.83%
2,515.49
-9.04%
2,765.43
-4.01%
2,880.81
+101.41%
1,430.34
-13.54%
รวมหนี้สิน —
4,321.86
-7.65%
4,679.70
-0.89%
4,721.63
-2.20%
4,827.85
+3.98%
4,643.13
+78.39%
2,602.73
+2.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,006.06
+2.61%
2,929.58
+6.05%
2,762.49
+7.22%
2,576.51
+3.73%
2,483.75
+17.12%
2,120.74
+14.67%
D/E —
1.44
1.60
1.71
1.87
1.87
1.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.63
15.70
21.09
14.68
7.29
16.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.39
9.64
11.05
8.07
8.85
11.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.96
1.03
1.06
1.15
1.31
1.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.63
0.72
0.73
0.80
0.93
0.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
76.33
73.51
0.00
0.00
72.55
73.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
46.24
40.37
0.00
0.00
43.34
42.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.96
38.55
0.00
0.00
42.60
39.30
วงจรเงินสด —
81.60
75.33
0.00
0.00
73.29
76.89
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-780
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+253
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-780.47
+292.67%
-198.76
-61.81%
-520.47
-318.37%
238.34
+41.08%
168.94
-77.83%
761.98
+41.81%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
252.70
+311.36%
61.43
-64.49%
173.01
-70.92%
595.01
-37.92%
958.43
-496.54%
-241.70
-61.70%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
815.43
+364.50%
175.55
-60.90%
448.98
-148.89%
-918.29
-22.99%
-1,192.39
+244.27%
-346.35
-390.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
283.63
-395.54%
-95.97
+674.58%
-12.39
-94.87%
-241.48
+41.06%
-171.19
-206.37%
160.94
-649.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.21%
34.67
-45.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
292.89
+0.65%
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.16%