TPAC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPAC
บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.75
0.05 (0.51%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14392 out_tok=2782 at=2026-07-26T10:20:15 --> # TPAC กำไร Q2/65 หดตัว 43% จาก Core EPS เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการเงินสูงขึ้น ## รายได้รวมโต 57% จากการซื้อกิจการ แต่กำไรปกติหดตัวแรง ฝ่ายบริหารเร่งส่งผ่านต้นทุน-จับตาการฟื้นตัวในจีน บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของปริมาณยอดขายและการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymer อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) กลับลดลง 43% มาอยู่ที่ 0.16 บาทต่อหุ้น จาก 0.18 บาทต่อหุ้นในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) ของ TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 0.16 บาทต่อหุ้น (จาก 0.18 บาท) แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 57% เป็น 1,790 ล้านบาท เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) ที่ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน) และ 2) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นประมาณ 12 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นประมาณ 9 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymer ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของ Core EBITDA เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะมีการรวมผลประกอบการของ Skypet Polymers เข้ามาแล้ว เกิดจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจในประเทศไทยและมาเลเซีย โดยธุรกิจในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการปิดล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับหมากฝรั่งและลูกอมลดลง ขณะที่ธุรกิจในมาเลเซียเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymer ยังส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสต่อๆ ไป โดยฝ่ายบริหารคาดว่าราคาเม็ดพลาสติกมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในมาเลเซียจากการเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหม่และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าที่ทำได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศไทยจากการเปิดเมืองของเซี่ยงไฮ้ และการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในอินเดีย ซึ่งเป็นผลจากการรวม Skypet Polymers จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 57% YoY:** มาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการรวมผลประกอบการของ Skypet Polymer ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 * **Core EPS ลดลง 43% YoY:** แม้รายได้โต แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินจากการเข้าซื้อกิจการ * **ธุรกิจในไทยและมาเลเซียเผชิญแรงกดดัน:** ยอดขายในไทยลดลงจากผลกระทบในเซี่ยงไฮ้ ขณะที่มาเลเซียได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้น * **การลงทุนในอินเดียยังคงแข็งแกร่ง:** TPAC India มี Utilization Rate สูงกว่า 85% และมีระบบส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่ดี * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดียคืบหน้า:** โรงงานใหม่ 2 แห่งคาดแล้วเสร็จ Q3-Q4/65 รองรับกลุ่มอาหารและยา * **หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) อยู่ที่ 1.32x:** ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้จะเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 TPAC มีรายได้จากการขายรวม 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของปริมาณยอดขายและการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymer อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.1% ลดลงจาก 18.7% ในปีก่อนหน้า กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) อยู่ที่ 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core Net Profit) ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 55 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) ลดลง 43% มาอยู่ที่ 0.16 บาทต่อหุ้น ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** การเปิดเมืองของเซี่ยงไฮ้จะช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์หมากฝรั่งและลูกอม * **การเติบโตในตลาดอินเดีย:** การรวมกิจการ Skypet Polymers จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้น * **การขยายกำลังการผลิต:** โรงงานใหม่ 2 แห่งในอินเดียที่กำลังก่อสร้างจะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต * **การมุ่งสู่ดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ:** การนำระบบ CRM และ ERP มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า * **ความยั่งยืน:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลและบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและเทรนด์โลก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติกส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร * **การแข่งขันด้านราคา:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าอาจมีข้อจำกัด * **ปัจจัยภายนอก:** การปิดล็อกดาวน์ในจีนส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเข้าซื้อกิจการทำให้มีภาระต้นทุนทางการเงินและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น * **ความล่าช้าในการก่อสร้าง:** โรงงานใหม่ในอินเดียประสบปัญหาความล่าช้าจากสภาพอากาศและปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก:** การปรับตัวลงของราคาวัตถุดิบจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศไทย:** การเปิดเมืองของเซี่ยงไฮ้จะส่งผลต่อความต้องการสินค้าอย่างไร * **ผลประกอบการของ Skypet Polymers:** การส่งมอบอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROCE) ตามที่คาดหวังหรือไม่ * **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานในอินเดีย:** การแล้วเสร็จตามกำหนดและผลกระทบต่อกำลังการผลิต * **การนำระบบดิจิทัลมาใช้:** ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการลงทุนในระบบ CRM และ ERP * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** ธุรกิจในอินเดียมี Utilization Rate สูงกว่า 85% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายบริหารระบุว่ากลไกการตั้งราคาขายผันผวนตามราคาเม็ดพลาสติก และมีการบริหารจัดการเพื่อส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าอย่างใกล้ชิด * **การส่งออก:** ข้อมูลไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่ระบุการดำเนินงานในหลายประเทศ (ไทย, อินเดีย, UAE, มาเลเซีย) ซึ่งบ่งชี้ถึงการกระจายฐานลูกค้าในภูมิภาค * **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 21% จาก 579 ล้านบาท เป็น 699 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/65 ซึ่งอาจสะท้อนการเตรียมวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 7,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ค่าความนิยม และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คิดเป็น 63% ของสินทรัพย์ทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หลักมาจากการเข้าซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการ Skypet Polymer และเพื่อการดำเนินงานปกติ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 1.32 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนหลักจากการซื้อธุรกิจ Skypet Polymer และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อเข้าซื้อกิจการ ## สรุปท้าย TPAC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการเข้าซื้อกิจการใหม่ ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารมีความมั่นใจในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าและการฟื้นตัวของอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป โดยมีโอกาสจากการเติบโตในตลาดอินเดีย การขยายกำลังการผลิต และการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPAC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,673.76 ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.66 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.57 %
กำไรสุทธิ
146.48 ล้านบาท
↑ 109.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75 %
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,674
↓ -3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
445
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
146
↑ + 109.9% YoY
D/E Ratio
1.44

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,673.76
-3.89%
1,741.51
+0.64%
1,730.41
-2.36%
1,772.18
+11.50%
1,589.34
+59.59%
995.86
+4.27%
กำไรขั้นต้น —
444.66
+13.58%
391.49
+6.49%
367.62
+12.59%
326.50
+21.50%
268.73
+17.08%
229.52
+23.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
240.15
-12.42%
274.20
+29.62%
211.55
+32.50%
159.66
+11.90%
142.68
+9.71%
130.05
+11.37%
กำไรสุทธิ —
146.48
+109.86%
69.80
-25.50%
93.70
-11.96%
106.43
+48.07%
71.88
+13.39%
63.39
+38.44%
กำไรต่อหุ้น —
0.45
+109.81%
0.21
-25.44%
0.29
-11.96%
0.33
+48.18%
0.22
+13.40%
0.19
+38.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.57
+18.19%
22.48
+5.84%
21.24
+15.31%
18.42
+8.93%
16.91
-26.64%
23.05
+18.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.35
-8.89%
15.75
+28.78%
12.23
+35.74%
9.01
+0.33%
8.98
-31.24%
13.06
+6.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.75
+118.20%
4.01
-25.88%
5.41
-9.98%
6.01
+32.96%
4.52
-29.04%
6.37
+32.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-23.84
-105.52%
-11.60
+11.52%
-13.11
+51.64%
-27.11
-771.70%
-3.11
-150.16%
6.20
+42.20%
ROE(%) —
16.63
+5.92%
15.70
-25.56%
21.09
+43.66%
14.68
+101.37%
7.29
-56.91%
16.92
-2.65%
ROA(%) —
10.39
+7.78%
9.64
-12.76%
11.05
+36.93%
8.07
-8.81%
8.85
-25.57%
11.89
+20.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.44
-10.00%
1.60
-6.43%
1.71
-8.56%
1.87
1.87
+52.03%
1.23
-29.31%
P/E —
6.69
-7.47%
7.23
-32.93%
10.78
-27.80%
14.93
-57.93%
35.49
+166.84%
13.30
-69.11%
P/BV —
0.95
-28.03%
1.32
-35.61%
2.05
+17.14%
1.75
-28.28%
2.44
+24.49%
1.96
-42.35%
BV —
8.67
+18.28%
7.33
-9.62%
8.11
+9.01%
7.44
+15.89%
6.42
+1.74%
6.31
+66.49%
YIELD(%) —
4.63
-0.22%
4.64
+162.15%
1.77
+63.89%
1.08
-41.94%
1.86
+84.16%
1.01
ราคาหุ้น —
8.20
-15.46%
9.70
-41.57%
16.60
+27.69%
13.00
-17.20%
15.70
+26.61%
12.40
+24.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
16.63
ROA (%)
10.39
Book Value/หุ้น
9.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,525.76
+0.08%
2,523.86
+7.97%
2,337.59
-1.01%
2,361.51
+2.19%
2,310.91
+48.04%
1,561.05
+21.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,802.16
-5.57%
5,085.41
-1.19%
5,146.53
+2.06%
5,042.85
+4.71%
4,815.96
+52.29%
3,162.41
+2.04%
รวมสินทรัพย์ —
7,327.92
-3.70%
7,609.27
+1.67%
7,484.12
+1.08%
7,404.36
+3.89%
7,126.88
+50.88%
4,723.46
+7.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,637.41
+7.13%
2,461.82
+11.59%
2,206.14
+6.97%
2,062.42
+17.03%
1,762.32
+50.32%
1,172.39
+32.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,684.45
-24.05%
2,217.87
-11.83%
2,515.49
-9.04%
2,765.43
-4.01%
2,880.81
+101.41%
1,430.34
-13.54%
รวมหนี้สิน —
4,321.86
-7.65%
4,679.70
-0.89%
4,721.63
-2.20%
4,827.85
+3.98%
4,643.13
+78.39%
2,602.73
+2.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,006.06
+2.61%
2,929.58
+6.05%
2,762.49
+7.22%
2,576.51
+3.73%
2,483.75
+17.12%
2,120.74
+14.67%
D/E —
1.44
1.60
1.71
1.87
1.87
1.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.63
15.70
21.09
14.68
7.29
16.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.39
9.64
11.05
8.07
8.85
11.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.96
1.03
1.06
1.15
1.31
1.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.63
0.72
0.73
0.80
0.93
0.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
76.33
73.51
0.00
0.00
72.55
73.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
46.24
40.37
0.00
0.00
43.34
42.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.96
38.55
0.00
0.00
42.60
39.30
วงจรเงินสด —
81.60
75.33
0.00
0.00
73.29
76.89
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-780
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+253
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-780.47
+292.67%
-198.76
-61.81%
-520.47
-318.37%
238.34
+41.08%
168.94
-77.83%
761.98
+41.81%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
252.70
+311.36%
61.43
-64.49%
173.01
-70.92%
595.01
-37.92%
958.43
-496.54%
-241.70
-61.70%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
815.43
+364.50%
175.55
-60.90%
448.98
-148.89%
-918.29
-22.99%
-1,192.39
+244.27%
-346.35
-390.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
283.63
-395.54%
-95.97
+674.58%
-12.39
-94.87%
-241.48
+41.06%
-171.19
-206.37%
160.94
-649.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.21%
34.67
-45.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
292.89
+0.65%
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.16%