TPAC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPAC
บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.75
0.05 (0.51%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15407 out_tok=2929 at=2026-07-26T10:09:58 --> # TPAC กำไร Q3/65 โต 56% YoY รับแรงหนุนจากธุรกิจในไทยและมาเลเซีย ## รายได้รวมโต 31% จากการเข้าซื้อกิจการใหม่ ขณะที่กำไรปกติโตเด่น 32% จากการบริหารต้นทุนและปริมาณขายที่ดีขึ้น บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers และการเติบโตของปริมาณยอดขายในธุรกิจเดิม ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPAC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 31% YoY** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการ **เข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers** และ **การเติบโตของปริมาณยอดขายในธุรกิจเดิม** ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น** โดยเฉพาะในธุรกิจประเทศไทยและมาเลเซีย ส่งผลให้ **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) เติบโตถึง 32% YoY** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากสองส่วนหลัก คือ: * **การเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers:** ซึ่งเริ่มรวมผลประกอบการตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 ส่งผลให้ EBITDA ของธุรกิจในอินเดียเติบโตแข็งแกร่ง 29% QoQ และมีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้รวมของกลุ่ม * **การเติบโตของธุรกิจเดิม:** โดยเฉพาะในมาเลเซียที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 18% QoQ จากความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้น และในประเทศไทยที่ฝ่ายบริหารสามารถส่งผ่านราคาวัตถุดิบและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้สำเร็จ พร้อมมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย นอกจากนี้ ความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นมาจาก: * **การปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้น:** ในประเทศไทย ฝ่ายบริหารสามารถส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้สำเร็จ และมีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย * **อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงในมาเลเซีย:** ซึ่งช่วยหนุน Core EBITDA โดยรวมของกลุ่ม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การรวมผลประกอบการของ Skypet Polymers อย่างเต็มที่:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของกลุ่มในไตรมาสถัดไป * **การฟื้นตัวของธุรกิจในอินเดีย:** ฝ่ายบริหารคาดว่าการฟื้นตัวของปริมาณยอดขายและการปรับราคาจะช่วยให้ความสามารถในการทำกำไรพลิกฟื้นในไตรมาสถัดไป * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดีย:** โรงงานใหม่ 2 แห่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งจะรองรับการเติบโตในอนาคต * **การเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ:** ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 และเปิดโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในบางตลาด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 31% YoY** แตะ 1,834 ล้านบาท จากการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers และการเติบโตของธุรกิจเดิม * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) Q3/65 เพิ่มขึ้น 32% YoY** แตะ 89 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและปริมาณขายที่ดีขึ้น * **Core EBITDA Q3/65 เพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 21% YoY** แตะ 271 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจมาเลเซียและไทย * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ลดลง** จาก 1.32 เท่า ใน Q2/65 มาอยู่ที่ 1.15 เท่า ใน Q3/65 สะท้อนการบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดีย:** โรงงานใหม่ 2 แห่งคาดแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ใน Q4/65 * **การเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ:** คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ใน Q4/65 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 TPAC มีรายได้จากการขายรวม 1,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers และการเติบโตของปริมาณยอดขายในธุรกิจเดิม ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 33% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 23% เป็น 307 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.9% ในปีก่อนหน้า กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY โดย EBITDA จากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) เพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 21% YoY แตะ 271 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในมาเลเซียที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นของธุรกิจในไทยและมาเลเซีย กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) อยู่ที่ 0.24 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 52% QoQ และ 29% YoY โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติรวมอยู่ที่ 89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY ## โอกาส * **การเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ * **การขยายกำลังการผลิตในอินเดีย:** โรงงานใหม่ 2 แห่งจะเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับการเติบโตในตลาดอินเดีย * **การเข้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ:** เป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ * **การใช้พลังงานสีเขียว:** โครงการโซลาร์เซลล์ในมาเลเซียจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสนับสนุนแผนความยั่งยืน * **การเปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ:** ช่วยให้ทีมงานใกล้ชิดกันมากขึ้นและดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ * **การถูกคัดเลือกติดดัชนี FTSE Micro Cap:** สะท้อนสภาพคล่องการซื้อขายและความเชื่อมั่นของนักลงทุน * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยให้ดีขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับในส่วนผสมยาบางชนิดในอินเดีย ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า * **ปัจจัยฤดูกาล:** บางช่วงเวลาอาจมีวันหยุดยาวหรือความต้องการสินค้าลดลงตามฤดูกาล * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการแปลงค่างบการเงิน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง แต่การแข่งขันยังคงมีอยู่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการของ Skypet Polymers:** การรวมผลประกอบการและการสร้าง Synergy กับธุรกิจเดิม * **ความคืบหน้าการก่อสร้างและเริ่มดำเนินการของโรงงานใหม่ในอินเดีย:** เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต * **การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ:** โอกาสในการขยายตลาดใหม่ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า * **การฟื้นตัวของยอดขายในอินเดีย:** และการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร * **ผลกระทบจากการเปิดประเทศจีน:** ต่อธุรกิจส่งออกและธุรกิจภายในประเทศ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่ระบุถึงการเติบโตของปริมาณยอดขายในธุรกิจเดิม และการขยายกำลังการผลิตในอินเดีย บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการส่งผ่านราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้สำเร็จในประเทศไทยและมาเลเซีย แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 16.7% ใน Q3/65 ลดลงเล็กน้อยจาก 17.9% ใน Q3/64 แต่มีการปรับตัวดีขึ้นในบางธุรกิจ เช่น มาเลเซีย **ส่งออก:** ธุรกิจในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขาย โดยอินเดียเป็นตลาดหลัก (50% ของยอดขายรวม) การเปิดประเทศจีนคาดว่าจะช่วยสนับสนุนธุรกิจส่งออก **ค่าเงิน:** มีการระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงินในส่วนของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0% จากสิ้นปี 2564 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 8,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเข้าซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ **หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการและการดำเนินงาน **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 2,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสะสมและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E):** ลดลงจาก 1.32 เท่า ใน Q2/65 มาอยู่ที่ 1.15 เท่า ใน Q3/65 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 449 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน **กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 ใช้ไป 777 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อธุรกิจ Skypet Polymers และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 ได้รับเงินสดสุทธิ 345 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 484 ล้านบาท ## สรุปท้าย TPAC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการเข้าซื้อกิจการ Skypet Polymers และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจเดิม แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ แต่การขยายกำลังการผลิตในอินเดียและการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ เป็นโอกาสสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว โดยนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการขยายโรงงานและการดำเนินงานในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ รวมถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบเพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPAC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,673.76 ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.66 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.57 %
กำไรสุทธิ
146.48 ล้านบาท
↑ 109.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75 %
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,674
↓ -3.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
445
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
146
↑ + 109.9% YoY
D/E Ratio
1.44

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,673.76
-3.89%
1,741.51
+0.64%
1,730.41
-2.36%
1,772.18
+11.50%
1,589.34
+59.59%
995.86
+4.27%
กำไรขั้นต้น —
444.66
+13.58%
391.49
+6.49%
367.62
+12.59%
326.50
+21.50%
268.73
+17.08%
229.52
+23.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
240.15
-12.42%
274.20
+29.62%
211.55
+32.50%
159.66
+11.90%
142.68
+9.71%
130.05
+11.37%
กำไรสุทธิ —
146.48
+109.86%
69.80
-25.50%
93.70
-11.96%
106.43
+48.07%
71.88
+13.39%
63.39
+38.44%
กำไรต่อหุ้น —
0.45
+109.81%
0.21
-25.44%
0.29
-11.96%
0.33
+48.18%
0.22
+13.40%
0.19
+38.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.57
+18.19%
22.48
+5.84%
21.24
+15.31%
18.42
+8.93%
16.91
-26.64%
23.05
+18.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.35
-8.89%
15.75
+28.78%
12.23
+35.74%
9.01
+0.33%
8.98
-31.24%
13.06
+6.79%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.75
+118.20%
4.01
-25.88%
5.41
-9.98%
6.01
+32.96%
4.52
-29.04%
6.37
+32.99%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-23.84
-105.52%
-11.60
+11.52%
-13.11
+51.64%
-27.11
-771.70%
-3.11
-150.16%
6.20
+42.20%
ROE(%) —
16.63
+5.92%
15.70
-25.56%
21.09
+43.66%
14.68
+101.37%
7.29
-56.91%
16.92
-2.65%
ROA(%) —
10.39
+7.78%
9.64
-12.76%
11.05
+36.93%
8.07
-8.81%
8.85
-25.57%
11.89
+20.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.44
-10.00%
1.60
-6.43%
1.71
-8.56%
1.87
1.87
+52.03%
1.23
-29.31%
P/E —
6.69
-7.47%
7.23
-32.93%
10.78
-27.80%
14.93
-57.93%
35.49
+166.84%
13.30
-69.11%
P/BV —
0.95
-28.03%
1.32
-35.61%
2.05
+17.14%
1.75
-28.28%
2.44
+24.49%
1.96
-42.35%
BV —
8.67
+18.28%
7.33
-9.62%
8.11
+9.01%
7.44
+15.89%
6.42
+1.74%
6.31
+66.49%
YIELD(%) —
4.63
-0.22%
4.64
+162.15%
1.77
+63.89%
1.08
-41.94%
1.86
+84.16%
1.01
ราคาหุ้น —
8.20
-15.46%
9.70
-41.57%
16.60
+27.69%
13.00
-17.20%
15.70
+26.61%
12.40
+24.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
16.63
ROA (%)
10.39
Book Value/หุ้น
9.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,525.76
+0.08%
2,523.86
+7.97%
2,337.59
-1.01%
2,361.51
+2.19%
2,310.91
+48.04%
1,561.05
+21.24%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,802.16
-5.57%
5,085.41
-1.19%
5,146.53
+2.06%
5,042.85
+4.71%
4,815.96
+52.29%
3,162.41
+2.04%
รวมสินทรัพย์ —
7,327.92
-3.70%
7,609.27
+1.67%
7,484.12
+1.08%
7,404.36
+3.89%
7,126.88
+50.88%
4,723.46
+7.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,637.41
+7.13%
2,461.82
+11.59%
2,206.14
+6.97%
2,062.42
+17.03%
1,762.32
+50.32%
1,172.39
+32.79%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,684.45
-24.05%
2,217.87
-11.83%
2,515.49
-9.04%
2,765.43
-4.01%
2,880.81
+101.41%
1,430.34
-13.54%
รวมหนี้สิน —
4,321.86
-7.65%
4,679.70
-0.89%
4,721.63
-2.20%
4,827.85
+3.98%
4,643.13
+78.39%
2,602.73
+2.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,006.06
+2.61%
2,929.58
+6.05%
2,762.49
+7.22%
2,576.51
+3.73%
2,483.75
+17.12%
2,120.74
+14.67%
D/E —
1.44
1.60
1.71
1.87
1.87
1.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.63
15.70
21.09
14.68
7.29
16.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.39
9.64
11.05
8.07
8.85
11.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.96
1.03
1.06
1.15
1.31
1.33
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.63
0.72
0.73
0.80
0.93
0.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
76.33
73.51
0.00
0.00
72.55
73.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
46.24
40.37
0.00
0.00
43.34
42.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
40.96
38.55
0.00
0.00
42.60
39.30
วงจรเงินสด —
81.60
75.33
0.00
0.00
73.29
76.89
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-780
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+253
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPAC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-780.47
+292.67%
-198.76
-61.81%
-520.47
-318.37%
238.34
+41.08%
168.94
-77.83%
761.98
+41.81%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
252.70
+311.36%
61.43
-64.49%
173.01
-70.92%
595.01
-37.92%
958.43
-496.54%
-241.70
-61.70%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
815.43
+364.50%
175.55
-60.90%
448.98
-148.89%
-918.29
-22.99%
-1,192.39
+244.27%
-346.35
-390.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
283.63
-395.54%
-95.97
+674.58%
-12.39
-94.87%
-241.48
+41.06%
-171.19
-206.37%
160.94
-649.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.21%
34.67
-45.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
292.89
+0.65%
291.01
+58.96%
183.07
-36.23%
287.10
-27.09%
393.78
+101.31%
195.61
+464.16%